header



http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/902.jpg

หลังจากที่เราใช้เวลาเกือบจะทั้งวันในการเก็บมังคุด ตัดลองกอง และตัดเงาะ ....  เมื่อถึงเวลาเกือบ ๆ จะ 5เย็น ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องไปลุยเก็บผลไม้ที่เหลือและผักกระจุกกระจิกกันแล้วค่ะ

สำหรับผลไม้ที่เหลือที่จะต้องเก็บกันในเย็นวันนี้ ก็คือ กระท้อนค่ะ  ซึ่งกระท้อนที่พิมจะพาเพื่อนๆ  ไปเก็บเนี่ย บอกตามตรงว่าพิมไม่รู้ว่าเป็นพันธุ์อะไรค่ะ แม่พิมก็ไม่รู้ .... >_<"..... เพราะว่ากระท้อน 2 ต้นนี้เนี่ย มันมีมาตั้งแต่แม่พิมเค้าซื้อสวนแปลงนี้ใหม่ ๆ น่ะค่ะ  (คือมันมาพร้อมสวนเลย)   แต่ถ้าให้เดา ๆ ก็คิดว่าน่าจะเป็นพันธุ์ปุยฝ้ายค่ะ เหตุผลไม่มีค่ะ เดาอย่างเดียว ........ ฮาาาาาาาาา

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/santol/santol-03.JPG

แต่จะว่าไปถึงพิมจะไม่รู้ว่ากระท้อนที่บ้านพิมปลูกอยู่ 3-4 ต้นใหญ่ ๆ นี่จะเป็นพันธุ์อะไร แต่ขอบอกว่ามันดกมาก.ก..ก.ก ค่ะ ต้นนึงออกนับเป็นพันลูกต่อปี  (ปีนึงออกครั้งนึง)   แถมแต่ละลูกก็ใหญ่เบ้อเร่อ น้ำหนักนี่แบบว่าหนักเป็นกิโล ๆ ก็มีค่ะ  แถมนะ.....ไม่ต้องดูแลอะไรมากมายเลยค่ะ ปุ๋ยไม่เคยใส่ ยาไม่เคยฉีด สารบำรุงไม่เคยให้  น้ำไม่เคยรด  แต่ก็ยังคงออกลูกให้ผลดกอย่างนี้ทุกปีเลยค่ะ ^^

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/chantaburi-008.jpg

ด้วยความที่เจ้าต้นกระท้อนทั้ง 3 ต้นเนี่ยสูงมาก สูงประมาณตึก 3 ชั้นได้ แถมลูกกระท้อนก็จะอยู่ตามกิ่งที่อยู่สูง ๆ หรือตามกิ่งยอดซะเป็นส่วนใหญ่  ดังนั้นการจะปีนต้นขึ้นไปห่อกระท้อนหรือยืนอยู่ข้างล่างแล้วใช้ที่ห่อ..ห่อกระท้อน จึงเป็นไปได้ค่อนข้างยากลำบาก และทำให้ปวดเมื่อยตรงบริเวณคอและหลังมาก เพราะงั้นในปีๆ นึงแม่พิมกะน้องชายพิมเค้าก็เลยสามารถห่อกระท้อน (เพื่อทำกระท้อนห่อ) ได้ประมาณ 200-300 ลูกต่อปีเท่านั้นเองค่ะ  ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายมาก เพราะว่ากระท้อนห่อของแม่พิมเนี่ยอร่อยกว่า แถมสามารถขายได้ราคามากกว่ากระท้อนธรรมดา (ที่ไม่ห่อ) ถึงกิโลละ 15-20 บาทเลยอ่ะค่ะ  >_<"

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/santol/santol-04.JPG

แม้วิธีการห่อกระท้อนจะค่อนข้างลำบาก ยุ่งยาก  แต่วิธีการเก็บกระท้อนนั้นง่ายมาก ๆ เลยค่ะ เพียงแค่เรามีตะกร้อสอยกระท้อน 1 อัน เดินไปรอบ ๆ ต้น เห็นลูกไหนแก่ สีผิวได้ หรืออยากจะสอย ก็จัดการสอยได้เลยค่ะ .... ซึ่งลูกที่แม่พิมกับพิมสอยมาเนี่ย ก็จะมีทั้งแบบแก่แล้ว กับแบบยังไม่แก่ค่ะ  (แน่นอนว่าแม่พิมสอยแบบแก่ พิมสอยแบบยังไม่แก่ ฮาาาาาาาา)   ซึ่งลูกที่แก่ มีรสหวานค่อนข้างมากแล้วเนี่ยก็จะเอามาขายคนที่อยากกินกระท้อนแบบกินเล่น หรือขายคนที่เอาไปทำพวกกระท้อนลอยแก้ว กระท้อนทรงเครื่อง   ส่วนลูกที่ยังไม่แก่จัด ผิวยังมีสีเขียวๆ  อยู่เยอะ  ก็จะเอามาขายคนที่อยากซื้อไปทำพวกตำกระท้อน แกงกระท้อน ผัดกระท้อน กระท้อนดอง  อะไรอย่างนี้อ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/santol/santol-05.JPG

สำหรับคนที่สงสัยว่า กระท้อนเปลือกสีอ่อนกับกระท้อนเปลือกสีเข้มแบบในภาพด้านล่างนี้  ....... ผลที่เปลือกสีเข้มจะหวานกว่าเปลือกสีอ่อนจริงไหม ..... จากการทดลองกิน พิมขอตอบว่าไม่จริงค่ะ  เพราะกระท้อนบางลูกที่อยู่กลางแดด โดนแดดทุกวัน เปลือกของเค้าจะมีสีเข้มแบบในภาพด้านล่างนี่อ่ะค่ะ  ส่วนผลไหนที่อยู่ในร่่มตลอด ประมาณว่าเกิดอยู่ท่ามกลางใบกระท้อนที่ปกปิดมิดชิด ชีวิตนี้ไม่เคยถูกแดดเลย  ก็จะมีเปลือกที่สีอ่อนแบบในภาพถัดไปอ่ะค่ะ ..... ดังนั้นแล้วสีเปลือกที่เข้มหรืออ่อนไม่สามารถบอกได้ค่ะว่ากระท้อนลูกนั้นหวานจริงไหม   แต่ถ้าเป็นพันธุ์ที่หวานและตัดตอนแก่แล้ว  (กระท้อนนะคะ มิใช่คนอ่ะ)   รับรองว่าหวานแน่นอนค่ะ

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/santol/santol-07.JPG
http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/santol/santol-06.JPG

ว่าแล้ว ...... ไหนๆ นั่งวางงานอยู่  (เพราะพิมปีนต้นไม้ไม่เป็น ฮ่าๆ) ........ ก็ขอลองผ่ากระท้อนมาชิมดูสักลูกสิว่าจะหวานจริงอย่างที่พิมโฆษณาเอาไว้ไหม  .........  ก็ไม่เลือกมากล่ะค่ะ จับลูกนี้ขึ้นมาได้ ก็ขอเอาลูกนี้แหละ  (ลูกนี้เป็นกระท้อนที่ไม่ได้ห่อนะคะ)  ...... ซึ่งพิมขอบอกว่า ด้วยความที่เนื้อกระท้อนลูกนี้เค้านุ่มและฟูมาก ฟูจนเกือบถึงเปลือก  อีกทั้งแก่จัด  ทำให้แค่พิมเอาปลายเล็บจิกไปรอบ ๆ ลูก (คือไม่มีมีดน่ะค่ะ)  แล้วก็ออกแรงบิดลูกไปทางซ้ายทีขวาที  (แต่ใช้แรงเยอะหน่อย)  กระท้อนลูกนี้ก็แยกออกจากกันเป็น 2 ซีกแบบในภาพด้านล่างแล้วอ่ะค่ะ   ซึ่งพิมก็แอบตกใจอยู่เหมือนกัน เพราะว่าปกติพิมไม่กินกระท้อนอ่ะค่ะ เลยไม่รู้ว่า เออ..ออ ถ้าสุก ๆ หน่อย มันจะฉีกให้ขาดออกจากกันได้ง่ายขนาดนี้อ่ะค่ะ ^^

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/santol/santol-08.jpg

และไหนๆ ในเมื่อพิมฉีกลูกกระท้อนออกมาเป็น 2 ซีกแล้ว  ก็เลยต้องขอชิมซะหน่อยล่ะค่ะว่ามันหวานจริงไหม ....... ซึ่งหลังจากได้ลองชิมแล้ว ขอบอกว่าหวานจริง ๆ ค่ะ เป็นความหวานแบบอมเปรี้ยวนิด ๆ ไม่ใช่หวานจืด ๆ กินเพลินมากเลย ที่สำคัญเนื้อและเม็ดของเค้าฟูสุด ๆ เลยค่ะ  ฟูจนกระทั่งเปลือก (ดูตามในภาพด้านล่างนะคะ)   มันก็เลยทำให้คนที่ไม่ค่อยชอบกินกระท้อนอย่างพิม  เผลอกินไปจนหมดลูกเลยค่ะ  แถมยังแอบต่อด้วยกระท้อนห่อลูกเล็ก ๆ อีกลูกนึงด้วยนะคะ อิอิ

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/santol/santol-09.JPG

แล้วระหว่างนั่งกินกระท้อนอยู่โคนต้นกระท้อน  พิมก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีอ่ะค่ะ  คือนั่งกินเฉย ๆ มันก็แอบหง่าวนะคะ  พลันสายตาเหลือบไปเห็นเรื่องสุขภาพบนกระดาษหนังสือพิมพ์ที่แม่เตรียมมากรุลังกระท้อน  พิมก็เลยขอหยิบเอาขึ้นมาอ่านฆ่าเวลาซะหน่อยค่ะ

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/santol/santol-10.JPG
http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/santol/santol-11.JPG
http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/santol/santol-12.JPG
http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/santol/santol-13.JPG

และหลังจากกินกระท้อน 2 ลูกเป็นที่เรียบร้อย (ประมาณ 6 โมงเย็น) แม่พิมกะน้าข้างบ้าน (ที่ตามมาช่วยอีกรอบ) ก็จัดการเก็บกระท้อนกันเสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ ทั้งห่อและไม่ห่อได้มาทั้งหมดประมาณ 7-8 ลัง  (พิมก็ช่วยด้วยน๊าา ไม่ใช่ว่ากินอย่างเดียวอ่า)

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/santol/santol-15.jpg

จะว่าไปแล้ว .... ผลไม้ที่สวนบ้านพิมไม่ได้มีแค่ทุเรียน มังคุด กระท้อน เงาะ ลองกอง เท่านั้นนะคะ ..... จริง ๆ ยังมีอีกเยอะแยะหลากหลายเลยอ่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นขนุน ละมุด ลางสาด  กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า  กล้วยเล็บมือนาง กล้วยหักมุก

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/banana-02.JPG

... กล้วยหอม กล้วยงาช้าง  ขนุน ละมุด ลางสาด แก้วมังกร ลำไย  องุ่น มะม่วง  ฝรั่ง ชมพู่  มะเฟือง มะไฟ  ส้มโอ  ส้มเขียวหวาน  มะตูม  สาเก

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/banana-03.JPG
http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/chanburi2554-110.JPG

... มะละกอแขกดำ มะละกอฮอลแลนด์

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/chantaburi-003.jpg

มะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวกะทิ (อันนี้มีแต่ยังไม่ออกลูก)  มะพร้าวไว้สำหรับทำแกง

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/chantaburi-005.JPG

แม้กระทั่งพวกระกำ และสละก็มีด้วยเช่นกันอ่ะค่ะ    ^__^  (ผลไม้สัพเพเหระทั้งหมดที่ว่ามา  บางอย่างก็มีเป็นสิบต้น แต่บางอย่างก็มี 2-3 ต้นเท่านั้นอ่ะค่ะ)

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/chanburi2554-107.JPG
http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/chanburi2554-108.jpg

เมื่อพูดถึงสละกับระกำ ....... บางคนที่สงสัยว่า เอ๊ะ !! แล้วระกำกับสละต่างกันตรงไหน ก็ให้ดูที่รูปทรงของลูกนะคะ ........ ระกำ (ในภาพล่างภาพแรก) แต่ละผลจะมีลักษณะแน่นๆ อ้วนๆ และในแต่ละกระปุก..ผลระกำจะค่อนข้างอยู่กันอย่างอัดแน่น  ส่วนสละจะมีลักษณะผลยาวรี ดูเหมือนพอง ๆ หน่อย  แล้วกระปุกก็จะมีลักษณะหลวม ๆ ไม่แน่นเหมือนระกำอ่ะค่ะ   (พิมอธิบายเข้าใจไหมหว่า ???)

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/chanburi2554-106.JPGhttp://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/chanburi2554-105.JPGhttp://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/chanburi2554-105.JPGhttp://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/chanburi2554-105.JPGhttp://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/chanburi2554-105.JPGhttp://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/chanburi2554-105.JPGhttp://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/chanburi2554-105.JPGhttp://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/chanburi2554-105.JPGhttp://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/chanburi2554-105.JPG

จะว่าไปเมื่อก่อนที่บ้านพิมปลูกสละกับระกำเยอะเหมือนกันค่ะ  แต่ว่าระกำกับสละเนี่ยตั้งแต่เค้าเริ่มออกดอกจนถึงโตเป็นผล แก่จนตัดได้เนี่ย ใช้เวลานานถึง 9 เดือนเลยนะคะ (พอ ๆ กับส้มเขียวหวานเลยอ่ะ)  แถมในระยะหลังๆ มานี่คนไม่ค่อยนิยมกินสละกันเหมือนตอนมีใหม่ ๆ เลยค่ะ   อาจจะเพราะว่ามันแกะยาก แกะแล้วเจ็บมือ มือเป็นแผล  ดังนั้นจึงทำให้ราคาขายสละเนี่ยลดต่ำลงจากโลละประมาณ 70 บาท เหลือแค่โลละ 30 บาทเอง  ซึ่งมันไม่คุ้มค่ากับพื้นที่ๆ เสียไปในการปลูกต้นสละ  และเวลาที่เนิ่นนาน   แม่พิมเค้าก็เลยตัดต้นสละทิ้งไปซะกว่า 90% ค่ะ  เหลือไว้อยู่แค่ไม่กี่ต้น   ซึ่งส่วนใหญ่ต้นที่เหลือ ๆ อยู่ ก็จะอยู่ริมชายเขตคู่กับต้นระกำแบบในภาพด้านล่างนี้อ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/chanburi2554-113.JPG
http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/chanburi2554-112.JPG

นอกจากผลไม้ที่เป็นไม้ยืนต้นแล้ว ที่บ้านพิมก็จะมีผักผลไม้จำพวกไม้ล้มลุกด้วยนะคะ  ซึ่งคนปลูกก็ไม่ใช่ใครอ่ะค่ะ แม่พิมเอง ^^  (แม่พิมเป็นแม่ช่างปลูกค่ะ หุหุ) ........ อย่างนี่ก็ฟักทองค่ะ  เก็บไปกินแล้ว 2 ลูกใหญ่   ลูกนี้เป็นลูกที่ 3 (แต่ยังไม่มีลูกที่ 4 อ่ะ)  เนื้อเหนียว สีเหลืองสวยดีอ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/chanburi2554-111.JPG

ส่วนนี่ก็หน่อกระวานนะคะ  ตัดต้นไปแกะเอาแต่ไส้ใน  แกงกับหมูกับไก่ อร่อยมากค่ะ

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/chanburi2554-114.JPG

และนี่ก็เห็ดหูหนูนะคะ  ขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่บนตอต้นเงาะเก่า ๆ ตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมาเลยค่ะ ....... (ด้วยความที่เค้าขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ได้บำรุงอะไร ไม่ได้ดูแล เนื้อเห็ดเค้าก็เลยจะค่อนข้างบางมาก แต่หอมแล้วก็กรุบ ๆ ดีอ่ะค่ะ)

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/chanburi2554-144.jpg

ส่วนนี่ก็ดงมะเขือสุดรักสุดหวง 1 ใน 3 ดงที่ทำเงินให้แม่เค้าอาทิตย์ละ 3-400 บาทเลยนะคะ

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/chanburi2554-87.JPG

ซึ่งเจ้ามะเขือที่ว่าเนี่ย เป็นมะเขือพันธุ์อะไรพิมก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ  เดิมไม่ได้ลูกเล็กขนาดนี้  แต่พอปลูกไปปลูกมาเหมือนมันกลายพันธุ์ค่ะ กลายเป็นมะเขือที่ลูกเล็กจิ๋ว  (ลูกที่ใหญ่สุด มีความอ้วนประมาณหลอดยาดมตราโป๊ยเซียนหลอดยาวๆ)  เนื้อเยอะ เมล็ดน้อย รสชาติดี และที่สำคัญมันกรอบมากๆ เลยอ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/chanburi2554-88.JPG

ก็เลยทำให้เวลาแม่พิมเก็บมาขายที่กรุงเทพฯ ขายดีมากๆ  ถึงขนาดมีคนสั่งจองล่วงหน้าด้วยนะคะ ^^

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/chanburi2554-89.JPG

นี่ค่ะดูกันชัดๆ ลูกเล็ก เนื้อเยอะ และกรอบมากจริง ๆ แค่เอามาล้างน้ำให้สะอาด (ไม่ต้องล้างเยอะ เพราะไม่ได้ฉีดยาอะไร)  เด็ดขั้วทิ้งไป  แล้วเอามาจิ้มน้ำพริกกะปิ จิ้มเต้าเจี้ยวหลน ปลาร้าหลน  ..... แค่นี้ก็อร่อยสุดยอดแล้วอ่ะค่ะ ^^

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/chanburi2554-90.JPG

นอกเหนือจากฟักทอง และมะเขือแล้ว ที่บ้านสวนของพิมก็ยังปลูกพริกกับมะนาวด้วยนะคะ .......... สำหรับมะนาวเนี่ย ที่บ้านพิมก็ปลูกไว้เป็นสิบต้นใหญ่ ๆ เหมือนกันค่ะ ซึ่งส่วนนึงก็เก็บเอามาใช้ทำอาหารกินกันภายในครัวเรือนนี่แหละค่ะ แต่ถ้าช่วงไหนเยอะๆ  ก็จะเก็บเอาไปขาย  ซึ่งก็จะขายดีไม่แพ้ผักผลไม้อย่างอื่นเลยค่ะ เพราะว่าแม่พิมเค้าจะเก็บมะนาวที่แก่เต็มที่แล้ว ไม่เก็บมะนาวอ่อนไปขาย    เพราะงั้นคนที่ซื้อไปจึงสบายใจได้อย่างแน่นอนค่ะว่า เป็นมะนาวที่มีน้ำอ่ะค่ะ ^^ ........ (ใจเค้าใจเราอ่ะนะคะ ถ้าเราเป็นคนซื้อเราก็ไม่อยากได้มะนาวอ่อนเหมือนกันอ่ะค่ะ)

ป.ล. จริง ๆ ผักอื่นๆ  อย่างถั่วสารพัดถั่ว  คะน้า ผักกาดเขียว ตำลึง ผักเลื้อย ๆ ทั้งหลาย ก็ปลูกค่ะ แต่หน้าผลไม้นี่ไม่ได้ปลูกอ่ะ เพราะไม่มีเวลาดูแล

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/lime.JPG

ส่วนพริกที่บ้านพิมก็ปลูกไว้หลายพริกเหมือนกันค่ะ ไม่ว่าจะพริกชี้ฟ้า พริกหนุ่ม พริกขี้หนูแดงเม็ดใหญ่  แบบว่าแม่พิมเค้าปลูกไปเรื่อยๆ อ่ะค่ะ  ....  แต่ที่ปลูกมากสุดก็เห็นจะเป็นพริกขี้หนูสวนพันธุ์พื้นเมืองของจันทบุรีค่ะ   ซึ่งพริกขี้หนูพันธุ์นี้เนี่ย ไม่ว่าเม็ดจะเล็กหรือใหญ่ (ต้นสาวเม็ดใหญ่ ต้นแก่เม็ดเล็ก)  ก็จะเผ็ดและหอมกว่าพริกขี้หนูพันธุ์อื่น ๆ อ่ะค่ะ  ...... เพราะนั้นปลูกพริกพันธุ์นี้ ขายได้ดีแน่นอนค่ะ

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/chantaburi-012.JPG

และก่อนที่ฟ้าจะมึด (เพราะตอนนี้มัน 6 โมงเย็นแล้วอ่ะค่ะ)  พิมก็ขอพาเพื่อนๆ แว๊บไปดูธรรมชาติเล็ก ๆ น้อย ๆ รอบสวนบ้านพิมกันอีกสักนิด ก่อนที่พิมจะกลับเข้าบ้าน เพื่อไปช่วยน้องชายขนของขึ้นรถกลับกรุงเทพฯ ..... กันนะคะ

ภาพนี้ ..... เป็นสระน้ำ (บ่อน้ำ) 1 ใน 4 สระของสวนใหญ่อ่ะค่ะ  ซึ่งเห็นผิวน้ำเรียบ ๆ แบบนี้ ขอบอกว่าในบ่อนี้มีปลาจีนตัวใหญ่มาก ขนาดเล็กกว่าถังผงซักฟอกที่ขายตามห้าง ถังละ 8-9 โลนิดนึงอยู่ 2 ตัว  เคยมีคนเข้ามาพยายามจะขโมยหลายครั้งตอนช่วงที่แม่พิมกลับมาขายของที่กุรงเทพฯ  แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถเอาไปได้ค่ะ

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/chanburi2554-109.JPG

ภาพนี้ ... เป็นภาพเจ้าเขียด (หรือตะปาดหว่า) ที่เกาะอยู่บนยอดหญ้าแถวใต้ต้นมะนาว ใกล้ ๆ กับต้นกระท้อนต้นใหญ่ในภาพด้านบนอ่ะค่ะ ... แบบว่าเค้าดูเชื่องมาก พิมเอายอดหญ้าไปเขี่ย ๆ ที่หลังเค้าตั้งนาน เค้ายังไม่กระโดดหนีเลยค่ะ ^^"  (แต่สักพักเค้าก็กระโดดไปล่ะอ่ะ)

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/animal-02.JPG

ส่วนภาพนี้ก็เป็นภาพ 1 ในกล้วยไม้สุดรักสุดโปรดของพิมค่ะ เอื้องครั่งสายยาว ช่อสุดท้ายประจำปีนี้แล้ว  ...  ซึ่งเจ้าเอื้องครั่งสายยาวต้นนี้เนี่ย พิมซื้อมาปลูกที่กรุงเทพฯ เมื่อประมาณ 7-8 ปีก่อนค่ะ  (สมัยนั้นบ้ากล้วยไม้มากๆ)   แต่ว่าพอความบ้าหายไป พิมก็ยกกระเช้ากล้วยไม้ทั้งหมดประมาณ 20-30 กระเช้า มาให้แม่เลี้ยงที่บ้านสวนแทนอ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/orchid-001.jpg

ส่วนกอนี้พิมก็ยกมาให้แม่เลี้ยงเมื่อหลายปีที่แล้วอีกเหมือนกันค่ะ   (อย่าถามนะคะว่าต้นนี้ชื่ออะไร พิมจำไม่ได้ค่ะ)

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/orchid-004.jpg

ส่วนต้นนี้น่าจะเป็นเอื้องกุหลาบนะคะ  (ถ้าจำไม่ผิดอีกอ่ะ)  แต่หากผิดพลาดประการใดก็ทักท้วงกันด้วยนะคะ ^^

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/orchid-003.JPG

ส่วนกอสุดท้ายที่จะนำมาแนะนำในวันนี้  ก็คือเจ้าเอื้องตัวนี้ค่ะ  ซึ่งเจ้าเอื้องตัวนี้เนี่ยเมื่อก่อนกอใหญ่มากค่ะ ปีๆ นึงออกช่อแบบดอกตรึม ๆ ดอกแน่นๆ ไม่ต่ำกว่า 20-30 ช่อทุกี  แต่มาเมื่อหลายเดือนก่อน ช่วงจังหวัดที่แม่กลับมาขายของที่กรุงเทพฯ   เจอมือดีเข้าไปแซะเอื้องกอนี้จากต้นกระท้อน หายไปเกือบหมดกอเลยค่ะ เหลือแต่เศษเสี้ยวที่หล่นตามพื้นอยู่นิดหน่อย  แม่พิมก็เลยเก็บเค้ามาเลี้ยงอย่างประคบประหงม และเค้าก็เลยตอบแทนเราด้วยการออกช่อ (ที่ไม่สมบูรณ์เอาซะเลย) มาให้ชื่นชม 2 ช่ออ่ะค่ะ

ป.ล. จริง ๆ ยังมีกล้วยไม้ป่าอีกเยอะค่ะในสวน ทั้งที่พิมหามาปลูก และที่ขึ้นตามธรรมชาติ  แต่ช่วงที่ไปนี่เค้าไม่มีดอกเลย ไว้วันไหนไปแล้วตรงกับช่วงเค้าออกดอก พิมจะค่อยถ่ายรูปมาฝากอีกทีนะคะ

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/others/orchid-002.JPG

และหลังจากที่พิมตระเวนถ่ายรูปผัก ผลไม้จนทั่วสวนแล้ว ..... ประมาณ 6 โมงเย็นกว่า ๆ พิมก็ได้ฤกษ์กลับเข้าบ้านล่ะค่ะ

ป.ล. ช่วงหน้าร้อนของที่บ้านสวนนี่  6 โมงเย็นกว่าๆ  ก็ยังไม่มึดเลยอ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/backtohome/backtohomt-05.JPG

ซึ่งช่วงระหว่างที่เดินกลับไปถึงบ้านเนี่ย  สวนข้าง ๆ เค้ากำลังเอาเงาะลังที่ตัดไว้มาขายส่งให้ที่บ้านพิมพอดีเลยค่ะ   (บ้านพิมนอกจากเอาของที่สวนตัวเองปลูกไว้แล้ว ก็ยังรับซื้อของสวนเพื่อนบ้าง ที่เค้าปลูกไว้ แต่ไม่สะดวกออกไปขายข้างนอกอ่ะค่ะ)

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/backtohome/backtohomt-04.JPG

ก็ไม่มากไม่น้อยค่ะ ประมาณ 498 โล ๆ ละ 23.50 บาท ... แป๊บเดียวเจ้าของสวนก็รับไปเหนาะ ๆ แล้ว  11,703 บาทอ่ะค่ะ ^^ ซึ่งขอบอกว่าปีนี้เจ้าของสวนเงาะแห่งนี้โชคดีมากเลยค่ะ  เค้าปลูกเงาะอย่างเดียวมาหลายปีแล้ว  (ไม่ได้ปลูกผลไม้อื่น)  แต่ปีที่ผ่านๆ มา  เค้าขายเงาะไม่ได้ราคาเลยค่ะ  ต้นทุนค่าปุ๋ยค่าโน่นค่านี่สูงกว่าเงินที่ขายเงาะได้ซะอีก เลยทำให้เป็นหนี้อยู่มากพอควร  แต่มาปีนี้เงาะของเค้าออกในช่วงที่ราคาเงาะกำลังแพง  เพราะงั้นปีนี้เค้าเลยขายเงาะเบ็ดเสร็จแล้วได้เงินกว่า 5 แสนอ่ะค่ะ  ภาษาชาวสวนก็เรียกว่าฟลุ๊คมาก ๆ เลย ... ซึ่งพิมก็ดีใจไปกับเค้าด้วยอ่ะนะคะ  เค้าจะได้เอาเงินไปปลดหนี้ปลดสินซะทีค่ะ ^^

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/backtohome/backtohomt-06.JPG

และเมื่อพิมรับเงาะ + จ่ายเงินค่าเงาะไปเสร็จเรียบร้อย  แม่พิม น้องสะใภ้พิม น้ากับยายที่สวนข้างๆ  ก็กลับเข้ามาที่บ้านพิมพอดีเลยอ่ะค่ะ ^^  ซึ่งพอถึงที่หน้าบ้านพิมแล้ว  น้ากับยายสวนข้าง ๆ ก็ขอแยกกลับไปจัดการเรื่องกับข้าวกับปลาให้ลูกหลานที่บ้านก่อน  ส่วนแม่พิมกับน้องสะใภ้พิม เค้าก็ขอยืนกำเงาะช่อที่เก็บมาจากต้นตรงทางออกสวนเมื่อสักครู่นี้กันอีกแป๊บนึงอ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/backtohome/backtohomt-07.JPG

ระหว่างนี้พิมเลยขอเก็บภาพถนนหน้าสวนไว้เป็นที่ระลึกอีกนิดหน่อยอ่ะค่ะ  (เพราะปีนึงมาแค่ 2-3 ครั้งเองเน๊าะ)

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/backtohome/backtohomt-10.JPG

หลังจากเก็บภาพที่ระลึกด้านบนเสร็จ  พิมก็เดินเข้ามาในบ้าน มาจัดการข้าวปลาอาหารให้แม่และน้องๆ  อีกมื้อนึงค่ะ  (แกงเลียงฟักทองอ่อน  กับหมูผัดพริกหยวก) .....  หลังจากจัดการเรื่องอาหารเสร็จ  พิมก็ไปอาบน้ำ  แล้วก็มานั่งพักดูทีวีอยู่บนที่นอนของน้องชายอ่ะค่ะ (อยู่กรุงเทพฯ แทบไม่เคยดูทีวีเลย มาดูที่บ้านสวนนี่แหละค่ะ)  จากนั้นพิมก็ผล๊อยหลับไปซะงั้นค่ะ  รู้สึกตัวอีกที ...... อ่าว 3 ทุ่มแล้วเหรอเนี่ย  ก็เลยวิ่งหน้าตื่นออกไปดูน้องชาย 2 คนที่กำลังขนผลไม้ขึ้นรถกันอยู่  พร้อมถามว่ามีอะไรให้พี่ช่วยไหม  แต่น้องชายทั้งสองก็บอกว่า  "นั่งเฉย ๆ อ่ะดีแล้วพี่" ........... >_<"

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/backtohome/backtohomt-08.JPG
http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/backtohome/backtohomt-11.JPG

ด้วยเหตุที่เจ้าน้องชาย 2 คนพูดอย่างนั้น  พิมก็เลยไม่มีงานมีการอะไรทำในช่วง 3 ทุ่มนี่ค่ะ เลยเดินเรื่อยเปื่อยไปรอบ ๆ กองผลไม้ที่ยังไม่ได้เอาขึ้นรถนั่นแหละ ก็พบว่ามีลองกองเข่งเล็ก ๆ เข่งนึงมาตั้งอยู่หน้าประตูบ้าน  (เข่งประมาณ 10 โล)  พิมก็เลยไปถามแม่ว่าเข่งนี้มันมาจากไหน ใครเก็บมาตั้งแต่เมื่อไหร่อ่ะ  แม่ก็บอกพิมว่าก็ไปตัดกันตอนที่พิมกำลังนอนหลับนั่นแหละ >_<"   แบบว่าน้องชายเค้าเดินผ่านต้นนี้ตอนเดินเข้าไปปิดตาน้ำในสวนช่วงหัวค่ำ แล้วเค้าลองเด็ดมาชิมดู 4-5 ลูก ปรากฎว่ามันหวานทุกลูกเลย  ก็เลยมาบอกให้แม่ไปตัดมาอ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/backtohome/backtohomt-09.JPG

ดูสิค่ะ ... แบบว่าลูกใหญ่อวบอั๋น และพวงก็ใหญ่เต็มไม้เต็มมือพิมมากๆ เลยค่ะ ^^

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/backtohome/backtohomt-12.JPG

และหลังจากพิมนั่งเล่นนอนเล่น (ประมาณ 2 ชม.)  รอน้องชายทั้ง 2 เอาผลไม้ขึ้นรถและจัดการคลุมรถด้วยผ้าและเชือก  ประมาณ 5 ทุ่มกว่า ๆ ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อยอ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/mangosteen/03.JPG

หลังจากนั้นน้องชายพิมทั้ง 2 เค้าก็ขอตัวไปอาบน้ำอาบท่า ปะแป้งเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สบายตัว

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/mangosteen/02.JPG

ก่อนที่พวกเราทั้งหมด 5 คนจะออกเดินทางจากบ้านสวนเมืองจันฯ เพื่อกลับบ้านของเราที่กรุงเทพฯ  กันตอนประมาณเกือบ ๆ เที่ยงคืนน่ะค่ะ ......... และพิมก็ขอจบทริปพาไปเที่ยวบ้านสวนของพิมในปี 2554 นี้ ไว้ตรงนี้เลยนะคะ ยังไงมีอะไรพูดคุยทักทายกับพิมได้ค่ะ

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/mangosteen/05.JPG

......   และพบกับทริปบ้านสวนเมืองจันฯ อีกครั้งในปีหน้า 2555 นะคะ ......... สวัสดีทุกคน และขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอดจ้า ^__^

http://pim.in.th/images/pim-travel/chantaburi2554/chanburi2554-02.JPG



เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

ครัวบ้านพิม on Facebook

Contents in English

สมาชิก