header



พูดถึง "เกาะหมาก"  เพื่อน ๆ นึกถึงอะไรกันบ้างนะคะ   ถ้าถามพิม พิมก็คงนึกถึงทะเลสวย  หาดทรายขาว  น้ำทะเลใสๆ  และที่ขาดไม่ได้ คือ อาหารทะเลที่ทั้งสด และอร่อยอ่ะค่ะ ^_^ 

จะว่าไปปกติแล้วพิมเป็นคนที่ไม่ค่อยได้ไปทะเลเลยนะคะ   เพราะพิมรู้สึกว่าทะเลมันเวิ้งว้าง  แบบว่ามองไปทางไหนก็เหมือนไม่มีอะไร มีแต่น้ำทะเลสีเขียวสีฟ้าโล้น ๆ โล่ง ๆ สุดลูกหูลูกตาเท่านั้นเองอ่ะค่ะ  เพราะงั้นเวลาพิมนึกอยากจะเที่ยวไหน  ที่ ๆ พิมคิดขึ้นมาในหัวเลยก็คือ ป่า  หรือภูเขา ที่มีต้นไม้เยอะๆ   นั่นแหละค่ะ คือที่ ๆ พิมจะไป 

จนเมื่อประมาณช่วงมีนาที่ผ่านมา  อยู่ดี ๆ กลางดึกคืนนึง พี่อ๋องจากเวบ Go Travel Photo  ซึ่งเป็นพี่ที่เราเคยได้ร่วมทริปกันตอนไปบุรีรัมย์ ในโครงการ 12 เมืองต้องห้าม..พลาดของ ททท. เมื่อกลางปีที่แล้วอ่ะค่ะ  ก็โทรมาถามพิมว่า  สนใจไปเกาะหมากในโปรเจค Castaway @ Low Carbon Island กับทาง อพท. ไหม ?? ตอนแรกพิมก็งง ๆ ค่ะ Castaway คืออะไร Low Carbon Island คืออะไร อพท. คืออะไร  แล้วเราจะไปเกาะหมากเพื่อทำอะไร บลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  คือคำถามมีในหัวมากมาย  เพราะไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อนเลย   แต่พี่อ๋องก็ใจเย็นมาก อธิบายคร่าวๆ ให้พิมฟังว่าอย่างนั้นคืออะไร อย่างนี้คืออะไร     พร้อมกับสรุปว่า งานนี้มันเหมาะกับพิมมากจริง ๆ นะ  บวกกับทางตัวแทนของ  อพท. โทรมาคุย  ทำให้พิมรู้สึกว่า เออ...อ โปรเจคนี้มันเหมาะกับพิมจริงๆ     พิมก็เลยตัดสินใจไป  ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่เคยมีคำว่าทะเลหรือเกาะอยู่ในใจสักนิดเดียวเลยอ่ะค่ะ

พูดถึงโปรเจค Castaway @ Low Carbon Island แล้ว พิมเชื่อว่าหลายคนก็อาจจะสงสัยเหมือนพิมนะ  ว่าเป็นโปรเจคเกี่ยวกับอะไร และใครเป็นผู้จัดทำขึ้นมา  เพราะงั้นพิมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังแบบสั้นๆ  ก่อนดีกว่า เพื่อความเข้าใจก่อนที่เราจะไปเที่ยวเกาะหมากด้วยกันถึง 5 วันเน๊าะคะ  ^_^

โปรเจค Castaway @ Low Carbon Inland เนี่ย  เป็นโปรเจคขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า อพท.  ร่วมมือกับสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม   หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า  ISMED  และหน่วยงานร่วมอีกหลายหน่วยงาน เพื่อช่วยกันเสริมสร้างการท่องเที่ยวในลักษณะ Low Carbon บนเกาะหมากค่ะ

koh mak day1 42

หลายคนอาจจะสงสัยอีกล่ะว่า แล้วการท่องเที่ยวแบบ Low Carbon มันคืออะไร  มีความสำคัญขนาดไหนถึงกับจะต้องทำเป็นโปรเจคขึ้นมา .... การท่องเที่ยวแบบ Low Carbon  คือการท่องเที่ยวที่พิมเรียกง่ายๆ  ว่าท่องเที่ยวแบบรักโลกนะคะ (แต่ไม่ใช่โลกสวยนะ ^^)   คือการท่องเที่ยวแบบที่เราเที่ยวไปด้วย มีความสุข ได้รับความสนุกไปด้วย เหมือนการท่องเที่ยวปกติทั่วไป  แต่ระหว่างเที่ยว เราจะพยายามปลดปล่อยคาร์บอนให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นได้เลยอ่ะค่ะ   เช่น จากเดิมที่เคยขี่มอไซด์บรื้น ๆ ไปเที่ยวจุดนั้นจุดนี้   ก็เปลี่ยนมาใช้วิธีขี่จักรยานแทน   นอกจากจะช่วยลดคาร์บอนที่เกิดจากการเผาไหม้ของน้ำมันแล้ว ก็ยังทำให้เราซึมซับกับบรรยากาศสวยงามระหว่างทางมากขึ้นอีกด้วยนะคะ  หรือจากเดิมที่เราเคยไปเที่ยวแล้วสั่งอาหารแปลกๆ  ที่ไม่มีในท้องถิ่นมากิน เช่น มาเกาะหมากแล้วสั่งพิซซ่า   ก็ลองเปลี่ยนมากินอาหารที่ใช้วัตถุดิบที่หาได้จากในท้องถิ่นแทน  เช่น ผัดกะเพราหมึก กุ้ง ต้มยำปลาทะเลสด ๆ   เพื่อลดการขนส่ง ลดการใช้น้ำมัน ซึ่งก็จะส่งผลทำให้เกิดการปล่อยคาร์บอนน้อยลงไปด้วย ... อะไรประมาณนี้อ่ะค่ะ   ซึ่งในเมืองไทยเราอาจจะยังไม่ค่อยได้ยินคนพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องนี้   แต่ในต่างประเทศแล้วเนี่ย ถือได้ว่าเป็นเทรนด์ใหม่ของการท่องเที่ยว  ที่เรียกว่าการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนเลยนะคะ ^_^

แล้วทำไมต้องเป็น "เกาะหมาก" ทำไมเป็นเกาะอื่นไม่ได้เหรอ ....... จริง ๆ แล้วพื้นที่ low carbon ในความดูแลของ อพท. ก็มีอยู่หลายที่หลายที่นะคะ   แต่เหตุผลที่เลือกเกาะหมากก็เพราะเกาะหมากเป็นเกาะที่ใคร ๆ คิดว่าไม่มีอะไรค่ะ  คนบนเกาะหมากเองก็บอกว่าเกาะตัวเองไม่มีอะไร  คือ ไม่มีร้านสะดวกซื้อ  ไม่มีตู้ ATM  ไม่มีเจ๊ทสกี ไม่มีบานาน่าโบ๊ท ไม่มีขยะ ไม่มีโจร  แต่ในคำว่าไม่มีอะไรนี่แหละค่ะ คือเสน่ห์ของเกาะหมาก  การที่เกาะ ๆ นึงที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงมากนัก  แต่ยังเป็นเกาะที่มีความสวยงามมาก หาดทรายสวย น้ำทะเลใสปิ๊ง ๆ  ยืนอยู่บนสะพาน ก็มีปลาว่ายเวียนมาให้ชม  อาหารการกินสมบูรณ์ ราคาไม่แพง  มีการจัดการในเรื่องของขยะ และพลังงานทดแทน (โซล่าเซลล์) อย่างมีประสิทธิภาพ   แถมธรรมชาติทั้งบนเกาะและในทะเลก็ยังสมบูรณ์มากกกกก   แล้วก็ยังมีการท่องเที่ยวในแบบวิถีชุมชนที่เรียบง่าย น่าสนใจ ไม่มีปัญหาเรื่องขโมยขโจร   ที่สำคัญนักท่องเที่ยวไปไหนมาไหนบนเกาะก็ได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น  ชาวบ้านมีแต่รอยยิ้ม  มีแต่คำทักทาย ก็เลยทำให้เกาะหมากเป็นสถานที่ ๆ น่าไปเยือนมาก  .......  เรียกว่าจากที่พิมไม่เคยสนใจทะเล ไม่เคยสนใจเกาะไหนสักเกาะ  แต่ตอนนี้เกาะหมากกลับอยู่ในหัวใจพิมไปแล้วอ่ะค่ะ  ^_^

โปรเจค Low Carbon Destination @ Koh Mak    เป็นโปรเจคที่ทาง อพท. ได้ชวนบล๊อคเกอร์ใน 4 สายการท่องเที่ยว ก็คือ กิน  จักรยาน  ถ่ายภาพ  และดำน้ำปีนเขา  รวมทั้งหมด 10 บล๊อคไปร่วมทริปกันเพื่อตามหาว่าเกาะหมากมีดียังไง และการท่องเที่ยวแบบ Low Carbon มันสนุกสนานมากน้อยแค่ไหนนะคะ   ซึ่งแน่นอนว่าครัวบ้านพิม ต้องอยู่ในทีมกินแน่นอนค่า  ...... ส่วนว่าจะได้กินอะไรบ้าง  ได้กินมากน้อยแค่ไหน อาหารที่เกาะหมากอร่อยจริงอย่างเค้าว่ากันไหม    ..... ก็ต้องตามพิมมาเลยค่า ^_^

koh mak day1 47

ทริปนี้ของพิมเนี่ย เริ่มต้นกันที่ปั๊ม ปตท. วิภาวดี เมื่อหลังสงกรานต์ที่ผ่านมาค่ะ  สังเกตุว่าในภาพเหมือนพิมจะสดใส แต่จริง ๆ ขอบอกว่าง่วงมากกกนะคะ   เพราะเค้านัดกันตี 5 1/2   แล้วด้วยความที่พิมกลัวตื่นไม่ทัน  ก็เลยนอนไม่หลับซะงั้นค่า >_< 

koh mak day1 01

แล้วพอหลังจากขึ้นรถไปได้สักพัก  ด้วยความที่แอร์เย็น ๆ พิมก็เลยเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ >_<   ตื่นมาอีกทีคือถึงตราดแล้ว  และทุกคนกำลังจะลงจากรถไปกินข้าวกันแล้ว  คือแบบว่าหลับยาวนานมากกกค่ะ - -"

koh mak day1 02

มื้อแรกของเราทุกคน (ไม่นับข้าวกล่อง ^^) ฝากท้องกันไว้ที่ร้านเรือนทะเลนะคะ  เป็นร้านอาหารแนวบ้านๆ ไม่หรูหรา แต่อยู่ติดริมทะเล บรรยากาศดีงาม  .. และเนื่องจากมื้อเช้าเรากินมาแบบค่อนข้างเบา   มื้อนี้ทาง อพท. ก็เลยจัดให้หนักนิ๊ดดนึง ทั้งข้าวผัดกุ้ง ต้มยำทะเล ทอดมันกุ้ง และก็กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา ... เรียกว่ามื้อนี้อิ่มแปล้  หนักท้องตึง หนังตาก็เริ่มหย่อนกันไปตาม ๆ กันเลยค่ะ ฮ่ะๆ 

koh mak day1 05

koh mak day1 04

koh mak day1 03

หลังจากอิ่มหมีพีมันกับของคาวที่ร้านเรือทะเลกันไปเรียบร้อยแล้ว  ทีมของพิม (Eat it Fresh)  ซึ่งมีพิม คุณสามีพิม (แคช) และพี่เล็กจากเพจ LovelyTrip  ก็ตรงดิ่งกันไปกินของหวานกันต่อที่สวนทุเรียนของคุณไพฑูรย์นะคะ  จริงๆ การไปกินทุเรียนเนี่ยไม่ได้อยู่ในแผนเลยค่ะ   แต่ด้วยความอยากล้วนๆ   เพราะทุเรียนเป็นผลไม้สุดเลิฟของพิม  บวกกับพี่เจ้าหน้าที่ อพท. ประจำจังหวัดตราด มาบอกเราว่าทุเรียนสวนคุณไพฑูรย์อร่อยมากกกก อร่อยขนาดเป็นที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัดตราดเลย เพราะงั้นงานนี้พิมจะพลาดได้ยังไงเน๊าะคะ ^_^ 

koh mak day1 09

สวนคุณไพฑูรย์อยู่ไม่ไกลจากร้านเรือนริมน้ำสักเท่าไหร่ค่ะ   ถ้าขับรถก็จะใช้เวลาประมาณ 30 กว่านาทีนะคะ  ......  สวนคุณไพฑูรย์อยู่ในเขตอำเภอเมือง มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 500 ไร่  แบ่งออกเป็น 2 แปลงใหญ่ ๆ ด้วยกัน  หลัก ๆ ก็ปลูกทุเรียนหมอนทองนี่แหละค่ะ  แต่พันธุ์อื่น เช่นก้านยาว ชะนี และผลไม้อย่างอื่น เช่น มังคุด เงาะ คุณลุงก็ปลูก แต่ไม่มากเท่ากับทุเรียนนะคะ

ตอนที่พิมไปถึง คุณไพฑูรย์กำลังให้ลูกน้องขนทุเรียนขึ้นรถเพื่อไปส่งให้บริษัทนึงอยู่พอดีเลยค่ะ พิมเลยถามคุณลุงว่าปลูกทุเรียนเยอะขนาดนี้  หลัก ๆ คุณลุงเอาไปขายที่ไหน  คุณไพฑูรย์ก็บอกว่าส่งออกไปต่างประเทศเกือบทั้งหมด  มีเจ้าที่รับซื้อกันอยู่ประจำอยู่  แต่ก็มีขายในประเทศบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นคนมาซื้อที่สวน อะไรประมาณนั้นนะคะ 

koh mak day1 10

koh mak day1 16

ว่าแล้วคุณลุงก็ถามพวกเราว่า มาถึงที่สวนลุงแล้ว ชิมทุเรียนลุงสักหน่อยไหม  มีสุกอยู่ 4-5 ลูกพอดีเลย  ....  ด้วยความเกรงใจคุณลุง พิมก็เลยไม่กล้าปฏิเสธ ^^"  คุณลุงก็เลยจัดมาให้หลายพูเลยค่า

koh mak day1 11

และหลังจากได้ชิมทุเรียนสวนคุณลุงแล้ว  ขอบอกเลยว่า อร่อยมากกกกกก ทั้งหวานมัน หอม และรสชาติเข้มข้น สมแล้วที่ใคร ๆ บอกว่าคุณภาพระดับส่งออกอ่ะค่ะ ^_^

koh mak day1 13

koh mak day1 15

 แต่ว่างานนี้พิมก็ไม่ได้กินมากนะคะ   เพราะกลัวว่าจะอิ่มเกิน  แล้วไปเรอบนรถ >_<   ก็เลยจัดไปแค่ 2 พูดเบา ๆ ขนาดในภาพเท่านั้นเองอ่ะค่ะ  ^_^ 

koh mak day1 12

koh mak day1 14

หลังจากอิ่มทั้งของคาวจากที่ร้านเรือนริมน้ำ และของหวานคือทุเรียนที่สวนคุณลุงไพฑูรย์แล้ว  ก็ได้เวลาไปเที่ยว เอ๊ยย.ย.ย.ย.ย ได้เวลาทำงานแล้วอ่ะค่ะ ^^  ซึ่งจุดหมายแรกของของเราก็คือ แหลมกลัด ที่ตั้งของชุมชนบ้านระวะ ... นะคะ

koh mak day1 17

หลายคนอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ .. ไหนตอนแรกบอกจะไปเกาะหมาก  แล้วทำไมมาที่แหลมกลัด  แหลมกลัดมีอะไรน่าสนใจหรือเกี่ยวข้องกับเกาะหมากยังไงเหรอ ถึงได้มา  ....  ขอบอกว่าเยอะค่ะ แหลมกลัดมีอะไรที่น่าสนใจเยอะมาก ส่วนจะน่าสนใจยังไง พิมจะทยอยเล่าให้ฟังนะคะ

แหลมกลัด เดิมชื่อ แหลมตรัส ... เป็นแหล่งที่อยู่ของชุมชนบ้านระวะค่ะ  ซึ่งเป็นชุมชนที่ทำประมงปูม้าเป็นหลัก  (แต่ก็ทำประมงอย่างอื่นด้วย)   ชุมชนนี้เดิมเป็นชุมชนที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางทะเลมาก  แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทะเลแถบนี้ก็ประสบปัญหาเรื่องของโลกร้อนไม่ต่างจากที่อื่น  ทำให้ปูม้า และสัตว์ทะเลอื่นๆ ที่เคยจับได้ ลดน้อยลง   ชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันจัดตั้งศูนย์อนุรักษ์ประมงชาวฝั่งหน้าปากคลองอ่าวระวะ รวมถึงจัดตั้งธนาคารปูม้าขึ้นมา   เพื่ออนุรักษ์และขยายพันธุ์ปูม้าไม่ให้หายไปจากท้องทะเลแหลมกลัดนะคะ

โดยชาวบ้านจะจับเอาแม่ปูที่ไข่แก่แล้วเนี่ยมาเลี้ยงไว้  พอถึงเวลาแม่ปูสลัดไข่ออกจากตัว (ทีละ 2-3 แสนฟอง)  ชาวบ้านเค้าก็จะรีบนำไข่ปูไปปล่อยลงสู่ทะเล เพื่อให้กลายเป็นลูกปู และปูตัวโตต่อไป   แล้วระหว่างที่ลูกปูยังเล็กอยู่  เพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกปลาตัวใหญ่หรือสัตว์ทะเลอื่นๆ  มากินตัวเอง  ลุกปูก็จะไปอาศัยอยู่ตามกอหญ้าทะเลนะคะ  แต่ปัจจุบันเนี่ยกอหญ้าทะเลแถว ๆ นี้ ส่วนใหญ่ตายในหน้าที่บ้าง ไม่ก็ถูกลากติดอวนขึ้นมาบ้าง  หญ้าทะเลที่เป็นหญ้าจริง ๆ ก็เลยเหลือน้อยเต็มที  ทางชุมชนเค้าก็เลยมีการจัดทำหญ้าทะเลเทียมขึ้นมา   โดยอาศัยความร่วมมือจากคนในชุมชนบ้าง จากนักท่องเที่ยว และจากองค์กรต่างๆ  เช่น อพท.  บ้าง จนปัจจุบันทะเลแหลมกลัด กลายเป็นแหล่งทำหญ้าทะเลเทียมมากที่สุดในประเทศไทยไปแล้วอ่ะค่ะ ^_^

koh mak day1 18

และผลของการวางหญ้าทะเลเทียมลงไปในทะเลเป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร  นอกจากจะมีที่ให้ลูกปูได้เจริญเติบโตจนกลายเป็นปูตัวโตแล้ว ก็ยังทำให้สัตว์ทะเลเล็ก ๆ  เช่น ปลา กุ้ง ตัวเล็ก ๆ ได้มีแหล่งอาศัยอีกด้วยนะคะ  และพอสัตว์ทะเลเล็ก ๆ เข้ามาอาศัย  ก็จะมีปลาตัวใหญ่กระดึ๊บ ๆ  เข้ามาวนเวียนอยู่แถวนั้นเพื่อจะกินปลาตัวเล็กด้วยค่ะ  เพราะงั้นแล้วจากทะเลที่เกือบจะแย่เพราะประสบปัญหาจากสภาวะโลกร้อน  แต่จากความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชน และจากการสนับสนุนของหน่วยงานอย่าง อพท.  ทะเลแถวนี้ก็กลับกลายเป็นทะเลที่กลับมาอุดมสมบูรณ์ได้อีกครั้งนึงนะคะ  ^_^ 

แล้วหลังจากที่พวกเราได้นั่งคุยกับคุณฐิติ ประธานกลุ่มอนุรักษ์ประมงชายฝั่งปากคลองอ่าวระวะ ไปสักพักนึง คุณฐิติก็ชวนเราลงเรือไปชมบรรยากาศของทะเลแถวนี้กันอ่ะค่ะ  ^_^ 

koh mak day1 19

koh mak day1 21

koh mak day1 28

พูดถึงทะเลแล้ว ... หลายครั้งที่พิมไปเที่ยวทะเล แล้วพบว่าแค่ยืนริมทะเลเฉย ๆ โดยไม่ต้องลงน้ำทะเล ตัวก็เหนียวได้แล้ว  แต่ทะเลที่นี่ไม่ทำให้พิมรู้สึกอย่างนั้นเลยนะคะ พอลองถามคุณฐิติดู  คุณฐิติบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะน้ำทะเลแถวนี้ยังบริสุทธิ์อยู่มาก ต่างจากน้ำทะเลตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ  ทำให้แม้จะลงไปเล่นน้ำทะเลจนเปียกปอนไปทั้งตัว  ตัวเราก็ยังจะไม่รู้สึกเหนียวอ่ะค่ะ   ^_^   แหมมมม มันดีงามจริงๆ เลยค่า

koh mak day1 26

koh mak day1 27

พูดถึงอาชีพประมงของคนแถวนี้นอกจากจะจับปูม้า จับกุ้ง จับปลาเป็นอาชีพหลักแล้ว  คนที่นี่เค้าก็ยังมีการทำแปลงเลี้ยงหอยแมลงภู่ในทะเลอีกด้วยนะคะ  ซึ่ง 1 แปลงแบบนี้เนี่ย ถ้าหากอยู่ในช่วงที่ทะเลสมบูรณ์  เมื่อมีการเก็บขึ้นมาจะได้หอยครั้งละประมาณ 10 ตัน หรือราว 1 หมื่นกิโลเลยอ่ะค่ะ  แบบว่าเยอะมากก หู้ววววว..ว

koh mak day1 23

หลังจากนั่งเรือชมบรรยากาศของอ่าวตราด  ชมนกชมไม้ ชมน้ำทะเลกันพักใหญ่  ก็ได้เวลาขึ้นฝั่งไปหัดทำหญ้าเทียมกันล่ะนะคะ  ... ซึ่งตอนแรกที่พิมยังไม่เห็นว่าหญ้าเทียมหน้าตาเป็นยังไง พิมก็จินตนาการว่าเค้าคงจะใช้เชือกฟางมาผูก ๆ กับอะไรสักอย่างที่เป็นฐาน แล้วฉีกให้เชือกฟางมันฟู ๆ ประหนึ่งเหมือนทำพู่สำหรับเชียร์ในงานกีฬาสีอ่ะค่ะ ^_^   แต่เอาจริง ๆ แล้วมันไม่ได้เป็นอย่างที่พิมคิดเลยสักนิด ฮ่ะๆ  

koh mak day1 29

การทำหญ้าทะเลเทียมของที่นี่ เค้าจะใช้เชือกเส้นใหญ่ขนาด 2 ซม.  ตัดให้มีขนาดยาว 2 เมตร แล้วนำมาผูกติดกับแท่นปูนอันใหญ่นะคะ   จากนั้นก็ค่อย ๆ แกะเชือกจากเส้นใหญ่ให้กลายเป็นเส้นเล็กฝอย ๆ ฟู ๆ  เพื่อให้มีจำนวนเส้นมาก ๆ จะได้มีจุดให้สัตว์น้ำยึดเกาะได้มากอ่ะค่ะ 

koh mak day1 30

koh mak day1 31

และเมื่อแกะเสร็จ ก็จะออกมาเป็น "หญ้าทะเลเทียม" หน้าตาประมาณในภาพด้านล่างนี้นะคะ  ขอบอกว่าตอนแรกเหมือนจะยากกกกก  เพราะจังหวะที่เราพยายามจะแกะเชือกเส้นใหญ่ให้เป็นเส้นเล็ก  ด้วยความที่เชือกมันแข็ง มันก็เลยไม่ค่อยจะเป็นไปตามมือเราอ่ะค่ะ >_<   แต่พอทำไปเรื่อยๆ  ขอบอกว่ายากกว่าเดิมอีกนะคะ  555 เพราะมันจะเริ่มเมื่อยมือ เจ็บมือ  แต่สุดท้ายแล้วก็พยายามทำจนเสร็จล่ะค่า    ^_^  ...  สำหรับเพื่อน ๆ คนไหน หรือหน่วยงานไหนที่สนใจ อยากมาช่วยชาวบ้านทำหญ้าทะเลเทียม หรือสนใจอยากเรียนรู้เรื่องการทำหญ้าทะเลเทียมเพื่อไปใช้ในพื้นที่อื่นบ้าง  ก็ติดต่อได้ที่ คุณฐิติ เบอร์โทร  089-0978457  เลยนะคะ  

koh mak day1 32

และหลังจากที่เราเหนื่อยกับการออกเรือไปชมทะเล  เหนื่อยกับการฝึกทำหญ้าทะเลเทียม เป็นเวลาหลายชั่วโมง  (เหนื่อยมากกกกกกก >_< แหมมมม.ม.ม.ม.)  ทางชุมชุนเค้าก็เลยจัดปูม้าสด ๆ กุ้งสด ๆ ที่เป็นผลผลิตของอ่าวตราด มาให้พวกเราได้ชิมกันนะคะ   

koh mak day1 36

ซึ่งปูม้าของที่นี่เนี่ย พิมบอกเลยค่ะว่าเป็นปูตัวไม่ใหญ่ แต่เนื้อแน่น หวาน และรสชาติเข้มข้นมาก  เพราะว่าทะเลตรงบริเวณนี้เนี่ยเป็นจุดที่มีน้ำจากคลองหลายสายไหลมาบรรจบกัน  ก็เลยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุและแพลงตอนมากมาย กลายเป็นแหล่งอาหารชั้นดีสุด ๆ ของปูม้า ทำให้ปูม้าของที่มีรสชาติอร่อยโดดเด่นกว่าที่อื่นนะคะ   โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนา เมษา และพฤษภา  ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ปูจะเริ่มอพยพออกไปจากอ่าวเพื่อกลับลงสู่ทะเลอ่ะค่ะ ^_^ 

และสำหรับเมนูที่แม่บ้านของชุมชนจะทำให้พวกเราได้ชิมกันในวันนี้  ก็มีหลายเมนูเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็น ปูม้าต้ม กุ้งแช่น้ำปลา ยำมะม่วงกับปูม้า   ซึ่งวิธีการต้มปูม้าเนี่ย  แม่บ้านของชุมชนเค้าก็บอกเคล็ดลับกับเราว่า ให้ใส่น้ำพอปริ่มๆ หลังปู แล้วต้มสัก 10-15 นาทีก็พอ  (ขึ้นกับขนาดตัวปู)  แล้วเนื้อปูจะออกมาสุกหวานกำลังดี ไม่แข็งเกินไปอ่ะค่ะ   

koh mak day1 34

koh mak day1 40

koh mak day1 33

koh mak day1 35

koh mak day1 37

koh mak day1 38

แล้วนอกจาก 3 เมนูที่ว่า ก็ยังมี  กุ้งอบเกลือ ฝีมือพิมอีกด้วยนะคะ  ซึ่งเมนูกุ้งอบเกลือเนี่ยก็ทำได้ง่าย ๆ เลยค่ะ แค่เพียงเอากุ้งสด ๆ ทั้งเปลือก ใส่ลงไปในกระทะหรือในหม้อ แล้วโรยเกลือป่นลงไปให้ทัว ๆ   อัตราส่วนเกลือป่นประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อกุ้งราว ๆ 1 กิโลนะคะ  จากนั้นก็ปิดฝา แล้วนำกระทะไปตั้งบนเตาไฟโดยใช้ไฟกลาง  ผ่านไปสักแป๊บ กุ้งจะเริ่มคายน้ำออกมา เราก็เขย่า ๆ กระทะเล็กน้อยเพื่อให้กุ้งกับน้ำเกลือเข้ากัน   จากนั้นก็เร่งเป็นไฟแรง เพื่อให้น้ำในกระทะแห้ง พอและเปลือกกุ้งเริ่มมีกลินไหม้แบบหอม ๆ นิด ๆ ก็ปิดไฟเตา เปิดฝา  แล้วตักกุ้งใส่จานได้เลยค่า  ^_^ 

ซึ่งตอนที่พิมทำกุ้งอบเกลือเนี่ย พิมได้ Live ผ่านเพจครัวบ้านพิมไว้ด้วย  เพื่อน ๆ คนไหนที่สนใจ ลองเข้าไปดูได้นะคะ  https://www.facebook.com/pim.in.th/videos/1152697161428000/

koh mak day1 41

และแล้วเมื่ออาหารครบ  เราก็เริ่มตั้งวงกันได้เลยค่ะ  มื้อนี้เหมือนจะมีอาหารไม่กี่อย่าง แต่ว่าแต่ละอย่างนี่ปริมาณเยอะ และรสชาติเด็ด ๆ ทั้งนั้นเลยนะคะ   ยิ่งได้ทานคู่กับน้ำพริกเกลือ หรือน้ำจิ้มทะเลสูตรของคนแถบระยอง จันทบุรี ตราด ด้วยแล้ว  ยิ่งอร่อยสุด ๆ ไปเลยค่ะ  ซึ่งเพื่อน ๆ คนไหนที่อยากลิ้มลองปูม้าอร่อย ๆ กุ้งอร่อย ๆ แบบนี้ ก็ติดต่อได้ที่คุณฐิติ (ผู้ชายใส่เสื้อขาวลายตาราง)  เบอร์โทร  089-0978457  เลยนะคะ   แต่เนื่องจากว่าทางคุณฐิติและชาวบ้านชุมชนบ้านระวะเค้าทำอาชีพประมงกันเป็นหลัก  ไม่ได้เป็นร้านอาหารที่เปิดให้บริการทุกวัน   ดังนั้นแล้วถ้าเพื่อน ๆ จะไปวันไหน  ให้โทรบอกคุณฐิติล่วงหน้าสัก 3-4 วัน  เพื่อให้ทางชุมชนเค้าได้มีเวลาเตรียมตัวก็จะดีมากๆ เลยอ่ะค่ะ ^_^

อ้อ ๆ เกือบลืมเลย ..... อาหารของที่นี่ จะเป็นอาหารประเภท ต้ม นึ่ง ยำ หรือกินสด ๆ เท่านั้นนะคะ   เพราะชาวบ้านเค้าบอกว่าอาหารสด เราก็ต้องกินความสด เพราะนั้นเค้าจึงจะไม่ปรุงมากอ่ะค่ะ  

koh mak day1 39

และหลังจากทำภารกิจตะลุยกินถิ่นซีฟู้ด พร้อมอิ่มหมีพีมันกับมื้อเย็นแสนอร่อยที่ชุมชนบ้านระวะแล้ว  ก็ถึงเวลาพักผ่อนล่ะค่า  ซึ่งค่ำคืนนี้เราไปฝากกายฝากใจกันไว้ที่ Hotel Toscana  ในตัวเมืองตราดนะคะ   ... เป็นครั้งแรกที่พิมได้มาพักที่นี่ แต่ขอบอกว่าประทับใจมาก ห้องสะอาด สวย มีที่วางของเยอะ  ที่สำคัญมีสระว่ายน้ำแบบน้ำอุ่นให้พิมได้ว่ายเล่นก่อนนอน เพื่อคลายความเมื่อยล้าของแขนขาหลังจากที่ถูกใช้งานมาทั้งวันด้วยอ่ะค่ะ 

koh mak day1 43

koh mak day1 45

koh mak day1 46

 ส่วนวันที่ 2 ของทริป Low Carbon Destination @  Koh Mak  ของพิมและทีม Eat it Fresh จะเป็นยังไง  มีอะไรน่าสนใจ และมีเมนุอะไรอร่อย ๆ  บ้าง  มาติดตามกันในตอนต่อไปนะคะ  ส่วนตอนนี้พิมขอสวัสดีและขอตัวไปนอนก่อนล่ะค่า ^_^  

koh mak day2 49


การไปเกาะหมากในครั้งนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่มี  องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือที่ใคร ๆ รู้จักกันในนาม อพท. และ ISMED สถาบันพัฒนารัฐวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  .... ขอบคุณจริง ๆ ค่ะที่ทำให้ครัวบ้านพิมได้เปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ขอบคุณทีมงานทุกคนที่ช่วยดูแลพวกเราในครั้งนี้  และขอบคุณคนเกาะหมากทุกคนที่ช่วยกันดูแลและทำให้เกาะหมากเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบ Low Carbon อย่างยั่งยืนนะคะ 

สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  ดูรายละเอียดได้ >> ที่นี่ <<  เลยค่ะ

213



เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

ครัวบ้านพิม on Facebook

Contents in English

สมาชิก