header



หลังจากที่เมื่อคืนนอนหลับพักผ่อนกันอย่างเต็มที่  เช้านี้เราก็มาลุยกันต่อดีกว่าเน๊าะคะ  ^_^

nakorn nayok 2 47

เช้านี้พิมตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ตอน 7 โมงเช้าค่ะ  แต่กว่าจะตื่น กว่าจะอาบน้ำแต่งตัว เก็บสัมภาระ และเคลียร์คุณสามีเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบจะ 9 โมงแล้วนะคะ   ^^"  และพอเก็บของเสร็จ พิมกับคุณสามีก็หอบหิ้วเอาสัมภาระไปใส่ไว้ท้ายรถก่อน  เพื่อที่ว่าเดี๋ยวพอไปทานอาหารเช้าเสร็จ จะได้ไม่ต้องเดินกลับไปที่ห้องอีกทีอ่ะค่ะ

อาหารเช้าของที่ภูไอยรารีสอร์ท  เราจะต้องเดินไปทานกันที่โรงเตี๊ยมที่อยู่อีกด้านนึงของรีสอร์ทนะคะ (ไกลเหมือนกัน -*-)  ซึ่งจากการได้เดินมาทางนี้ ก็เลยทำให้พิมได้รู้ว่าที่ตรงฝั่งนี้มีบ้านพักของรีสอร์ทที่สไตล์น่ารัก ๆ อยู่หลายหลังเลยอ่ะค่ะ   แถมพอลองสอบถามราคาเข้าพักในวันธรรมดา   ก็ไม่แพงอย่างที่คิดด้วยนะคะ  .. น่าเสียดายมากที่เมื่อวานพิมจองมาช้า  ไม่งั้นคงได้พักบ้านหลังใดหลังหนึ่งในภาพข้างล่างนี่แล้วอ่ะค่ะ  >_< 

nakorn nayok 2 59

nakorn nayok 2 60

nakorn nayok 2 57

พูดถึงที่พักของที่นี่แล้ว ด้วยความที่ราคาของที่พักที่นี่ เป็นราคากลาง ๆ และเป็นรีสอร์ทที่ค่อนข้างห่างไกลจากรีสอร์ทอื่น  (พิมรู้สึกเอาเองนะคะ)    อาหารเช้าของที่นี่ก็เลยมีให้เลือกค่อนข้างน้อยมาก   เมื่อเทียบกับรีสอร์ทอื่นๆ  ในระดับราคาเดียวกัน  T___T     แต่ไม่เป็นไรค่ะ  มื้อแรกของวัน พิมไม่ค่อยซีเรียส  กินเอาพอรองท้องก่อน  เดี๋ยวเราค่อยไปลุยหนักในมื้อถัดไปนะคะ ^_^

nakorn nayok 2 58

จากโรงเตี๊ยม พิมไม่ได้แวะกลับเข้าห้องพักอีก  เพราะเมื่อกี้ตอนเดินออกมา เอาสัมภาระอะไรต่อมิอะไรไปเก็บไว้ที่รถแล้วเน๊าะคะ  ก็เลยเดินไปเช็คเอ้าท์ที่ล๊อบบี้ของรีสอร์ทเลยอ่ะค่ะ 

จุดหมายแรกของพิมและคุณสามีในวันนี้  บอกเลยว่าอยู่ไม่ไกลจากรีสอร์ทมากนัก   ขับรถแค่ราว ๆ  10 นาทีก็ถึงแล้ว กับ #เขื่อนขุนด่านปราการชล จ้า  

map nakorn nayok 09

nakorn nayok 2 62

พูดถึงเขื่อนขุนด่านแล้ว อยากจะเม้าท์มอยสักเล็กน้อยนะคะว่า  น้องชายคนเล็กของพิมเนี่ย (อายุ 24 ปี) เป็นคนที่ชอบขี่มอเตอร์ไซด์ไปเที่ยวต่างจังหวัดมาก และจังหวัดนครนายก ก็เป็นจังหวัดที่คุณน้องชายพิมขี่รถมาเที่ยวบ่อยที่สุดเลยค่ะ  แล้วเวลามาเที่ยวคุณน้องชายพิมเค้าก็จะมาที่เขื่อนขุนด่านปราการชลเกือบทุกทีเลยนะคะ   แถมยังชอบถ่ายภาพวิวสวย ๆ ด้านบนเขื่อนกลับไปอวดพิมอีก   พิมก็แอบอิจฉาเรื่อยมาค่ะ (ฮ่าๆ)    แถมในใจตอนนั้นก็คิดว่า แหมมมม..ม ถ่ายภาพมาซะสวยเชียว ของจริงจะสวยอย่างนี้รึเปล่าเนี่ย .. แบบว่าขำ ๆ เม้าท์มอยกะน้องชายนะคะ ^_^ 

nakorn nayok 2 79

nakorn nayok 2 66

nakorn nayok 2 65

จนพอมาได้เจอของจริงกับตาตัวเอง  อยากบอกว่าเขื่อนขุนด่านปราการชลเป็นเขื่อนที่สวยยยยยมากที่สุดเขื่อนนึงเท่าที่พิมได้เคยเจอมาเลยอ่ะค่ะ  สวยจริงๆ  มองไปมุมไหนจะซ้ายหรือขวาก็สวยนะคะ    อาจจะเพราะ Backgound ด้านหลังของเขื่อนเป็นภูเขาสีเขียว ที่ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้า และผืนน้ำที่ใสราวกับกระจก  ก็เลยทำให้วิวของเขื่อนนี่ดูอลังการสุด ๆ ไปเลยอ่ะค่ะ ^_^ 

nakorn nayok 2 68

nakorn nayok 2 69

nakorn nayok 2 67

ปกติแล้วเวลาพิมไปเที่ยวเขื่อน  พิมจะไม่ค่อยได้ถ่ายรูปวิวเขื่อนหรือถ่ายรูปตัวเองกับเขื่อนสักเท่าไหร่เน๊าะคะ   เพราะพิมรู้สึกว่าถ่ายทีไร ถ่ายมุมไหนก็ออกมาไม่ค่อยสวยเลยสักภาพอ่ะค่ะ (คนหรือเขื่อนที่ไม่สวยนี่  >_<)   แต่ที่เขื่อนนี้ เชื่อไหมคะ พิมกดชัตเตอร์เพลินมาก  รู้สึกตัวอีกที แค่เฉพาะวิวไม่รวมคน  ถ่ายไปร้อยกว่าภาพแล้วอ่ะค่ะ เรียกว่าจะซ้ายขวาหน้าหลัง ถ่ายออกมามุมไหน แม้จะด้วยกล้องป๊อกแป๊กหรือกล้องโทรศัพท์มือถือธรรมดาๆ ก็สวยนะคะ 

nakorn nayok 2 70

nakorn nayok 2 71

 ที่เขื่อนขุนด่านนี่ ...  นอกจากเดินชมวิวสวยบริเวณรอบ ๆ เขื่อนแล้ว  ก็ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจให้เราเลือกทำอีกหลายอย่างเลยอ่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นนั่งรถชมสันเขื่อนคนละ 30 บาท  

nakorn nayok 2 64

เช่ารถกอล์ฟไฟฟ้าเพื่อขับไปชมสันเขื่อนเอง   คันละ 350 บาท

nakorn nayok 2 03

nakorn nayok 2 81

nakorn nayok 2 83

รวมไปถึงล่องเรือชมวิวในเขื่อน (คนละ 200- เป็นเรือขาวบ้าน)  และล่องเรือไปเล่นน้ำตก 3 น้ำตกในเขื่อนด้วยอ่ะค่า (อันหลังนี่เหมือนจะต้องเหมาเรือ เรือมีทั้งลำเล็กลำใหญ่ ราคาก็ต่างกันไป)   ซึ่งสองอย่างหลังนี่ ขอบอกเลยว่าพิมอยากไปมากกก..ก..ก..ก นะคะ   แต่ดูเวลา ดูกิจกรรม ดูสถานที่ที่พิมแพลนเอาไว้ เวลามันไม่พอจริงๆ ค่ะ  เพราะถ้าล่องเรือชมวิวเฉย ๆ ไปกลับอย่างน้อยใช้เวลาประมาณ 2 ชัวโมงกว่าๆ  แล้วนะคะ (ไม่รวมเวลารอคนเต็มเรือ)   แต่ถ้าล่องเรือชมวิว และไปเล่นน้ำตกด้วยเนี่ย  (อันนี้พิมอยากไปที่สุดดด)   เห็นเจ้าหน้าที่บอกว่าอย่างน้อย ๆ ก็ 3-4 ชม. อ่ะค่ะ    ก็เลยคิดว่าไม่เป็นไรอ่ะ  นครนายกอยู่แค่นี้เอง  ว่าง ๆ เมื่อไหร่ค่อยมาก็ได้นะคะ   >_<    ที่สำคัญ .... เจ้าหน้าที่บอกว่าถ้าไปล่องเรือช่วงนี้ จะต้องเดินขึ้นลงบันไดเป็นร้อยขั้นค่ะ  เพราะว่าน้ำในเขื่อนยังน้อย  แต่ถ้ามาช่วงกันยา ตุลา พฤศจิกาล่ะก็ เดินลงไม่เกิน 10 ขั้น ก็ถึงเรือแล้วนะคะ   เพราะงั้นรอบนี้ไม่ได้เที่ยว ไม่เป็นไร  เดี๋ยวกันยาตุลาพิมค่อยมาใหม่ค่ะ ^^ 

nakorn nayok 2 57

เพราะงั้นแล้ว กิจกรรมที่พิมพอจะทำได้ที่เขื่อนขุนด่านในวันนี้ ก็คือ การนั่งรถชมวิวบนสันเขื่อนนะคะ   ซึ่งค่าบริการก็ถูกมากๆ เพียงแค่คนละ 30 บาทเท่านั้นเองค่า  

nakorn nayok 2 72

nakorn nayok 2 73

 แล้วที่สำคัญพอเราขึ้นมานั่งบนรถ   ก็จะมีพี่เจ้าหน้าที่คอยบรรยายเรื่องราวเกี่ยวกับเขื่อนขุนด่านปราการชลให้เราได้ฟังด้วยนะคะ   (บรรยายละเอียดมาก เหมือนตั๋วราคาร้อยบาทเลยค่ะ ฮ่าๆ) 

nakorn nayok 2 77

เขื่อนขุนด่านปราการชล แต่เดิมก่อนที่จะสร้างเขื่อนเนี่ย พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นฝายมาก่อนนะคะ ชื่อว่าฝายท่าด่าน กั้นระหว่างช่องเขา 2 เขาอ่ะค่ะ แต่ว่าฝายท่าด่านเนี่ยเป็นฝายเล็ก ๆ ในหน้าฝนเลยไม่สามารถรับน้ำฝนในปริมาณมากได้  พอฝนตกหนัก ๆ น้ำก็จะไหลออกจากฝายไปท่วมพื้นที่จังหวัดนครนายก และจังหวัดใกล้เคียงนะคะ  แล้วพอหน้าแล้ง ด้วยความที่เป็นฝายเล็ก ๆ อีกนั่นแหละ ก็เลยทำให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้เพียงพอกับความต้องการใช้น้ำของเกษกรโดยรอบฝาย   พระเจ้าอยู่หัวท่านก็เลยทรงมีดำริให้สร้างเขื่อนแห่งนี้ขึ้นมาแทนฝายเดิมอ่ะค่ะ   

โดยเขื่อนขุนด่านเนี่ย เป็นเขื่อนที่มีการใช้วัสดุและวิธีก่อสร้างแตกต่างจากเขื่อนหลายๆ  เขื่อนในเมืองไทยนะคะ  คือเขื่อนทั่วไปจะสร้างด้วยการใช้คอนกรีต+เหล็ก    แต่เขื่อนขุนด่านนี่ไม่มีเหล็กสักเส้นเลยอ่ะค่ะ   แถมไม่ได้ใช้คอนกรีตล้วนๆ ด้วยนะคะ   แต่มีการเอาขี้เถ้าลิกไนท์ซึ่งเป็นขี้เถ้าที่ได้จากการผลิตกระแสไฟฟ้าจากโรงงานไฟฟ้าแม่เมาะลำปาง  มาผสมกับคอนกรีต  แล้วสร้างเป็นตัวเขื่อนโดยใช้วิธีการบดอัดเป็นชั้นๆ จนได้ความสูงของเขื่อนตามต้องการอ่ะค่ะ (อารมณ์เหมือนการบดถนน)  โดยเขื่อนแห่งนี้เนี่ยเริ่มสร้างในปี 2542  และก็สร้างเสร็จในปี 2547  นะคะ    พอสร้างเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านก็ทรงพระราชทานนามเขื่อนแห่งนี้ว่า เขื่อนขุนด่านปราการชล  เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าพ่อขุนด่าน เจ้าเมืองนครนายกในสมัยสมเด็ดพระนเรศวรค่ะ  ^_^

nakorn nayok 2 76

nakorn nayok 2 74

โดยเขื่อนแห่งนี้เนี่ย นอกจากจะไว้เป็นที่กักเก็บน้ำแล้ว  ทางเขื่อน (กรมชล)  ก็ยังให้ประชาชนเข้ามาหาปลาในเขื่อนได้อีกด้วยนะคะ (ใจดีฝุดๆ)  ซึ่งปี ๆ นึงเนี่ย ไม่น่าเชื่อเลยว่า ชาวบ้านจะจับปลารวม ๆ กันแล้วได้ถึง 58 ตันต่อปีเลยอ่ะค่า O_O 

nakorn nayok 2 75

nakorn nayok 2 78

nakorn nayok 2 80

จากนั่งรถชมวิวบนสันเขื่อนขุนด่านที่ใช้เวลาไปประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าๆ   ก็ได้เวลาที่พิมจะต้องเดินทางต่อไปเที่ยวที่อื่นแล้วเน๊าะคะ แต่ก่อนจะไปที่อื่นต่อ พิมก็ขอแวะไปไหว้ศาลเจ้าพ่อขุนด่านเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย และขอพรท่านให้การเดินทางครั้งนี้ของพิมราบรื่นตลอดทริปด้วยอ่ะค่ะ ^_^ 

nakorn nayok 2 04

nakorn nayok 2 05

จากเขื่อนขุนด่าน (ด้านบนเขื่อน)  ตอนแรกพิมก็แอบลังเลว่าจะไปไหนต่อดี  ระหว่างหาอะไรกิน (เพราะเมื่อเช้ากินน้อยเหลือเกิน)   กับไปหาอะไรทำที่หน้าเขื่อนขุนด่านนะคะ   แต่หลังจากดูเวลา ดูร้านอาหารที่อยากไปกิน ดูอาการคุณสามีแล้ว ก็คิดว่าไปหาอะไรทำที่หน้าเขื่อนขุนด่านก่อนน่าจะดีกว่าอ่ะค่ะ    ^_^ 

nakorn nayok 2 06

และหลังจากขับรถมาประมาณ 5 นาที (นานมากกกกก) พิมก็มายืนอยู่ที่หน้าเขื่อนขุนด่านแล้วนะคะ  ซึ่งที่หน้าเขื่อนขุนด่านเนี่ย  ก็จะมีแม่น้ำสายเล็ก ๆ ที่ชาวบ้านเรียกกันว่าแม่น้ำนครนายก  ซึ่งจะรับน้ำมาจากตัวเขื่อนขุนด่านอีกทีอ่ะค่ะ 

nakorn nayok 2 07

ตอนแรกที่พิมขับรถผ่านมาเนี่ย  พิมไม่รู้หรอกนะคะว่าที่ตรงนี้เค้ามีอะไรน่าสนใจ หรือว่ามีอะไรให้นักท่องเที่ยวอย่างพิมลงไปทำได้บ้าง   แต่พิมเป็นคนชอบน้ำมากกนะคะ  เพราะงั้นพอขับรถผ่านแล้วเห็นว่ามีทั้งนักท่องเที่ยวและชาวบ้านแถวนั้นลงไปเล่นน้ำในแม่น้ำกันเยอะ   พิมก็เลยนึกอยากลงไปสัมผัสน้ำบ้างอ่ะค่ะ    

nakorn nayok 2 08

ทีนี้ตอนที่พิมจอดรถแล้วจะเดินไปเช่าห่วงยาง (เค้ามีห่วงยาง กะเสื้อชูชีพให้เช่า อย่างละ 50 บาท ใช้ได้ทั้งวัน)   พิมก็ไปเห็นป้ายผ้าอันนึงแปะอยู่ตรงต้นไม้ใกล้ ๆ ร้านส้มตำ แล้วข้อความในป้ายก็มีประมาณว่า "ล่องแก่ง สอบถามได้"  ทำนองนี้นะคะ   พิมรู้สึกสนใจ เลยเดินไปถามรายละเอียดเอากับคนที่ร้านนั้น  ...... จากคิดจะเช่าห่วงยางเฉย ๆ ก็เลยกลายเป็นล่องแก่งแทนซะอย่างนั้นอ่ะค่ะ ^_^ 

nakorn nayok 2 09

พูดถึงล่องแก่งแล้ว.....จะว่าไปเนี่ย พิมไม่เคยล่องแก่งมาก่อนในชีวิตเลยนะคะ  (คุณสามีก็ด้วยอ่ะ)   ยอมรับตามตรงว่าพิมเป็นคนที่ว่ายน้ำไม่เป็น  และกลัวเวลาที่ต้องตกน้ำแบบไม่ตั้งใจค่ะ   ก็เลยไม่กล้าไปล่องแก่งมาก ๆ เลยนะคะ (กลัวเรือล่ม)    แต่พอมาที่นี่ .. ได้คุยจริงจังกับเจ้าของเรือ เค้าก็บอกว่าถ้าเป็นเรือยางแบบที่เค้าใช้ ยังไงก็ไม่มีวันล่มค่ะ    แถมน้ำในแม่น้ำนครนายกช่วงนี้ก็ยังตื้นมาก บางช่วงสูงแค่ฟุตเดียวเท่านั้นเองนะคะ   แล้วสายน้ำก็เป็นแบบไหลเรื่อย ๆ ให้เราได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติริมแม่น้ำซะเป็นส่วนใหญ่  ที่พอจะเป็นแก่งน้ำแรงนิดๆ ก็มีอยู่ 3-4 จุดเท่านั้น ซึ่งก็เป็นแก่งที่ไม่ได้ลึกอะไรมาก  ก็เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้พิมตัดสินใจล่องแก่งเป็นครั้งแรกที่แม่น้ำนครนายกแห่งนี้อ่ะค่ะ  ^_^ 

nakorn nayok 2 84

การล่องแก่งของที่นี่ เค้าจะมี 3 ระยะ ให้เราได้เลือกล่องกันนะคะ  ระยะแรกคือ 6 กม.  ระยองที่สองคือ 8 กม. และระยะที่สามคือ 10 กม. ค่ะ โดยแต่ละระยะก็จะแปรไปตามราคานะคะ (ราคานี้รวมเรือนั่งได้ 1- 8 คน + ชูชีพ + หมวก  และคนคัดท้ายเรือ)   ระยะแรกจะอยู่ที่ 1,000 บาท และระยะถัดไปจะเพิ่มอีกระยะละ 200 บาทอ่ะค่ะ   ซึ่งเท่าที่พิมได้ลองล่องมา หากเป็นช่วงหน้าแล้ง หรือช่วงหน้าที่น้ำยังไม่มาก  ล่องสัก 6 กม. ก็โอเคแล้วนะคะ หรือถ้าใครชอยาว ๆ นิด จะล่องสัก 8 กม. ก็ยังโอเคค่ะ  เพราะหลังจากนั้นแก่งมันก็จะเรียบ ๆ  น้ำจะไหลเรื่อยๆ ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจสักเท่าไหร่นะคะ    แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าน้ำหลาก อย่างช่วงสิงหากันยา  ล่องสัก 8-10 กม. จะกำลังดีค่ะ  เพราะว่าช่วงนั้นน้ำเยอะ และน้ำจะไหลเร็ว ถ้าล่องแค่ 6 กม. มันจะถึงจุดหมายไวมากกกกก  จนอาจจะทำให้รู้สึกว่าทำไมระยะทางมันสั้นจัง เพราะงั้น 8-10 กม. กำลังดีค่า

nakorn nayok 2 90

nakorn nayok 2 94

ส่วนเส้นทางล่องแก่งของที่นี่ อย่างที่พิมบอกไว้ข้างบนเน๊าะ เส้นทางช่วงแรก ๆ ของแม่น้ำมันก็จะเป็นแบบไหลเรื่อย ๆ อ่ะค่ะ ถ้าอยากให้เรือไปเร็ว ก็ต้องช่วยกันพายนิ๊ดดดนึง แต่จริง ๆ ไม่ต้องพายก็ได้นะคะ  ยังไงเรือมันก็ไหลไปตามน้ำอ่ะ แต่คนคัดท้ายเรือชอบบิ้วววววว ฮ่าๆ ...  แล้วบางช่วงก็จะผ่านหน้ารีสอร์ทอื่น (ผ่านเยอะเลย)   ซึ่งก็จะมีคนเล่นน้ำอยู่  ทั้งเล่นอยู่่่ริมฝั่ง และเดินมาเล่นกลางแม่น้ำ (สังเกตุจากในภาพด้านล่างได้ว่าแม่น้ำตื้นมาก ขนาดคนมายืนกลางแม่น้ำได้อ่ะค่ะ)  รวมไปถึงนั่งห่วงยางให้ลอยไปตามน้ำด้วยนะคะ   ซึ่งพอถึงตรงนี้เนี่ย คนบนฝั่งบ้าง คนในน้ำบ้าง ก็จะสาดน้ำกันไปมา เหมือนมาทำกิจกรรมด้วยกัน สนุกสนานดีอ่ะค่ะ  (ถ้าไม่สาดน้ำให้กัน มันจะไม่เปี๊ยกน๊าาา)    แล้วบางช่วงก็จะเป็นแก่งระยะสั้นๆ   (มี 2 แก่ง แกงเทียม กับแก่งสามชั้น)  ที่ไม่อันตราย  แต่ก็พอให้เราได้รู้สึกวี๊ดว๊ายกันได้นะคะ  ^_^  และพอพ้น 2 แก่งไป น้ำก็จะกลับมาไหลเอื่อย ๆ เรื่อย ๆ เหมือนเดิม จนถึงท่าขึ้นเรืออ่ะค่า

nakorn nayok 2 86

nakorn nayok 2 88

 ซึ่งจุดที่สนุกสนานมากเลยสำหรับพิม  นอกจากแก่งเล็กๆ 2 แก่งนั่นแล้ว ก็คือ การได้ลงไปเล่นน้ำในแม่น้ำนครนายกนี่แหละนะคะ    แม้ว่าน้ำในแม่น้ำจะเป็นสีเขียวอ่อน ๆ ตามสีของตะไคร่น้ำ   แต่ขอบอกว่าใส เย็น และสะอาด ๆ มาก ๆ  จนพิมไม่อยากขึ้นจากน้ำเลยค่ะ >_<  

nakorn nayok 2 91

nakorn nayok 2 92

และเมื่อเราล่องแก่งจนถึงจุดหมายปลายทางตามที่เราได้ตกลงไว้กับคนเรือแล้ว  ก็จะมีรถมารับเรากลับไปยังจุดเดิมที่เราลงเรือนะคะ  ซึ่งตรงนั้นเนี่ยก็จะมีห้องน้ำให้เราได้เข้าไปอาบน้ำ  รวมถึงเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อให้พร้อมเดินทางไปที่ต่อไปด้วยอ่ะค่ะ ^_^  

nakorn nayok 2 95

จากล่องแก่ง ... จุดหมายถัดไป ของพิมก็คือ ตลาดของฝากข้างทางที่อยู่ห่างจากหน้าเขื่อนขุนด่านไปประมาณ 2 กม. นะคะ 

004

nakorn nayok 2 24

nakorn nayok 2 21

ตอนแรกพิมก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะแวะมาตลาดแห่งนี้อ่ะค่ะ กะว่าล่องแพเสร็จก็ไปหาอะไรกินเลย  ^^  แต่มีคนบอกพิมว่าที่ตลาดแห่งนี้เนี่ย มักจะมีชาวบ้านเก็บเอาผักบ้าน ๆ มาวางขาย  อย่างพวกตำลึง ผักกูด หน่อไม้ ยอดฟักทอง ชะอม ฟักแม้ว มะนาว ผักหวาน  ข่าอ่อน พริกขี้หนูสวน และอื่น ๆ อีกมากมาย  แถมราคาไม่แพงด้วย พิมก็เลยว่าจะแวะไปลองดู เผื่อจะมีอะไรให้ได้ซื้อติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่บ้านบ้างค่ะ  

จะว่าไปแล้วช่วงนี้ก็เป็นฤดูฝนนะคะ  ซึ่งในฤดูฝนเนี่ย  แถบนครนายก สระบุรี (ประมาณนี้ จริง ๆ มีเยอะกว่านี้)   ก็จะเป็นฤดูของน้อยหน่าพอดีเลยค่ะ  ซึ่งน้อยหน่าที่มีวางขายที่นี่ก็จะมีตั้งแต่ลูกเล็ก ๆ ราคา 3 โลร้อย ไปจนถึงลูกโตมากๆ  ราคากิโลละร้อยนะคะ   .... ราคาอาจจะไม่ได้ถูกมากเมื่อเทียบกับที่กรุงเทพฯ  แต่ด้วยความที่ใกล้แหล่งปลูก ความสดใหม่เลยชนะขาดลอยเลยค่ะ ^^ 

nakorn nayok 2 12

นอกจากน้อยหน่าแล้ว ในฤดูฝนอย่างนี้พืชผักที่ออกเยอะมาก ๆ ตามธรรมชาติ  ก็เห็นจะเป็นหน่อไม้นี่แหละนะคะ   ทั้งไผ่ตง ไผ่หวาน และไผ่อื่น ๆ  สนนราคาก็แค่กิโลละ 20-25 บาทเท่านั้นเองค่ะ (เห็นว่าบางช่วงถูกมาก ราคาโลละ 10 บาทก็มี)    แถมถ้าใครไม่อยากได้แบบสด ๆ ประมาณว่าขี้เกียจไปปอกเปลือก เปิดไฟต้ม  ที่นี่เค้าก็มีหน่อไม้ต้ม หน่อไม้ดองแบบสับ หน่อไม้ดองแบบแผ่น  และหน่อไม้เผา ให้เลือกซื้ออีกด้วยนะคะ  เรียกว่ามีกันทุกหน่อไม้เลยค่ะ ^^"

nakorn nayok 2 16

nakorn nayok 2 11

nakorn nayok 2 14

nakorn nayok 2 22

และนอกจากน้อยหน้ากับหน่อไม้แล้ว   ที่นี่เค้าก็มีผักผลไม้อื่นๆ  และของอื่น ๆ ให้เราได้เลือกซื้ออีกเยอะแยะเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นผักสวนครัวอย่างชะอม ฟักแม้ว ผักหวาน ผักกูด ยอดฟักทอง  ใบย่านาง  ใบมะกรูด ผักติ้ว ข่า คะไคร้   หรือผลไม้อย่างกล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า กล้วยเล็บมือนาง   และของแปรรูป อย่างกล้วยฉาบ เผือกฉาบ ฟักทองฉาบ  ปลาส้ม  แหนมเห็ดอ่ะค่ะ  ซึ่งขอบอกเลยว่า ด้วยความสดของผัดไม้และของกินที่นี่  ถ้าซื้อกันแบบเพลิน ๆ ไม่ได้คิดอะไร  มีพันก็หมดเป็นพันได้นะคะ  >_< 

nakorn nayok 2 20

nakorn nayok 2 13

nakorn nayok 2 15

nakorn nayok 2 17

nakorn nayok 2 19

nakorn nayok 2 23

หลังจากเดินช๊อปปิ้งที่ตลาดของฝากริมทางกันจนหมดตังค์ไปพันกว่าบาทแล้ว >_<   ก็ได้เวลาที่พิมควรจะไปหาข้าวเที่ยงกินแล้วอ่ะค่ะ ซึ่งจุดหมายของพิมก็อยู่ที่ร้านฉลวยโภชนา  ที่อยู่ห่างจากเขื่อนขุนด่านไปประมาณ 30 กว่านาทีนะคะ 

map nakorn nayok 10

nakorn nayok 2 25

 ร้านฉลวยโภชนา เป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของสุกี้ค่ะ  แต่ไม่ใช่สุกี้ธรรมดาแบบที่เรากินกันทั่วไปอย่างในปัจจุบันนี้นะคะ  สุกี้ของร้านฉลวยจะเป็นสุกี้ที่น้ำจิ้มมีส่วนผสมของกะทิ รสออกเค็ม ๆ หวาน ๆ มัน ๆ แต่รสไม่จัดมาก  แล้ววิธีการทำก็จะแปลกแตกต่างจากการทำสุกี้ทั่วไปด้วยค่ะ

nakorn nayok 2 26

สุกี้ของที่นี่เนี่ย เค้าจะมีวิธีการทำคือ เอาผักกาดขาว ต้นหอม ขึ้นฉ่าย วุ้นเส้นลงไปลวกในหม้อจนผักสุก วุ้นเส้นนิ่มก็เอามาเทใส่ชามนะคะ (มีน้ำขลุกขลิก)  จากนั้นก็หยิบเนื้อสัตว์ที่ลวกสุกแล้วลงไป  ราดด้วยน้ำจิ้มสุกี้แบบใส่กะทิซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของทางร้านที่ทำขายมากกว่า 50 ปีแล้วอ่ะค่ะ   แล้วก็ตักกระเทียมเจียวใส่ลงไปอีกนิดหน่อย  ก็จะได้มาเป็นสุกี้สูตรน้ำจิ้มกะทิแบบไทยพวนแล้วนะคะ  

ซึ่งสุกี้ของที่ร้านฉลวยเนี่ย จะมีสุกี้แบบเดียวค่ะ  ไม่มีให้เลือกว่าจะเอาน้ำหรือแห้ง  (มันจะแห้งแบบมีน้ำขลุกขลิกอยู่แล้ว)   แต่จะมีเนื้อสัตว์ให้เลือก 4 อย่าง คือ หมู ไก่ เนื้อ และทะเลนะคะ  ...... เท่าที่พิมได้ลองกิน 3 อย่าง หมู ไก่ เนื้อ  อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ    คือตัวสุกี้อาจจะธรรมดา ๆ   แต่ว่าน้ำจิ้มนี่รสชาติแปลกดีนะคะ  แต่แปลกแบบอร่อย   ก็เลยทำให้พอกินรวม ๆ กันแล้ว สุกี้ของที่นี่อร่อยโอเคเลยค่ะ   (ชามละ 40) 

ไทยพวน” เป็นชื่อของชนกลุ่มหนึ่งที่อพยพมาจากประเทศลาวตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี และอาศัยกระจายๆ อยู่ใน 19 จังหวัดของไทยนะคะ ซึ่งจังหวัดที่มีชาวไทยพวนอาศัยอยู่มากจังหวัดนึงก็คือ นครนายกอ่ะค่ะ

บางคนบอกว่าเวลาเค้าเสริฟ เค้าจะใส่แคบหมูมาให้ด้วย แต่ตอนพิมไปกินไม่มีนะคะ  ถ้าจะกิน ต้องซื้อเพิ่มค่ะ

nakorn nayok 2 28

nakorn nayok 2 30

nakorn nayok 2 31

และนอกจากสุกี้  ที่นี่เค้าก็ยังมีของที่พิมว่าอร่อยเด็ดอยู่อีก 2 อย่างนะคะ  อย่างแรกคือ หมูสะเต๊ะที่ทำจากหมูสันใน หมักและย่างมาแบบนุ่ม ๆ เครื่องหมักเยอะ แต่กลิ่นขมิ้นไม่แรงมากนัก กินคู่กับน้ำจิ้มที่ทางร้านจัดมาให้ และอาจาด อร่อยดีค่ะ   ^_^

nakorn nayok 2 29

และอีกอย่างก็คือ ขนมข้าวกระยาคู  ขนมพื้นถิ่นของจังหวันนครนายก ที่เมื่อวานพิมขับรถเข้าไปซื้อที่ร้านป้าแจ๋วแหววนะคะ    มาวันนี้เจอที่ร้านฉลวยโภชนาอีกแบบไม่ตั้งใจ   ก็เลยลองชิมดูสักหน่อย ปรากฎว่าอร่อยพอ ๆ กับของป้าแจ๋วแหวว  (แต่ราคาสูงกว่าประมาณ 3 เท่า ที่นี่ 3 ถ้วย 100)   ก็เลยซื้อกลับไปฝากแม่ฝากน้อง 5 ถ้วยอ่ะค่ะ  ^^  (กินอะไรอร่อยๆ ก็นึกถึงแม่ นึกถึงน้อง นึกถึงคนที่อยู่ที่บ้านเน๊าะคะ)   เบ็ดเสร็จค่าเสียหายมื้อนี้ รวมของฝาก รวมน้ำกระเจี๊ยบ เก๊กฮวยด้วยแล้ว ก็จ่ายไป 400 กว่าบาทอ่ะค่ะ ^^  

nakorn nayok 2 32

nakorn nayok 2 33

nakorn nayok 2 34

nakorn nayok 2 35

ไม่ไกลจากร้านฉลวยโภชนา  ที่ชุมชนบ้านเกาะหวาย มีผลิตภัณฑ์ OTOP ที่เป็นอาหารอยู่อย่างนึงนะคะ  ซึ่งพิมว่าน่าสนใจมากจนคิดว่าต้องลองซื้อกลับไปกินที่บ้านสักหน่อย ก็คือ ปลาดู อ่ะค่ะ

ปลาดู คือการถนอมอาหารอย่างนึง ที่เรียกอีกชื่อว่าปลาร้าสดนะคะ   ปลาดูจะแตกต่างจากปลาร้าทั่วไปตรงที่ส่วนผสมและระยะเวลาในการหมักอ่ะค่ะ   ปลาร้าทั่วไปจะใช้ปลาสดเช่น ปลาดุก ปลานิล ปลาช่อน ปลากระดี่หมักด้วยเกลือกับข้าวคั่ว และใช้เวลาในการหมักตั้งแต่ 2-3 เดือนขึ้นไปจนถึง 1 ปีนะคะ    แต่ปลาดูซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวไทยพวน  จะหมักด้วยกระเทียม พริกไทย เกลือ และข้าวคั่วที่ทำจากข้าวสารบดละเอียดอ่ะค่ะ  ที่สำคัญจะใช้เวลาหมักแค่ 15- 30 วันเท่านั้นเอง ไม่หมักนานเหมือนนะคะ   โดยปลาดูที่หมักได้ที่แล้วจะมีรสชาติเหมือนปลาร้าผสมปลาส้ม  คือ มีรสเค็มพอประมาณ รสเปรี้ยวพอหอม ๆ  และเนื้อไม่เละเหมือนปลาร้าอ่ะค่ะ  

บ้านด้านล่าง คือบ้านครูหลอด  ผู้ที่ทำปลาดูของชุมชนบ้านเกาะหวาย  ตัวบ้านจะอยู่ในซอยวัดเกาะหวาย ห่างจากร้านฉลวยโภชนาประมาณ 500 เมตร หากเข้าซอยมาแล้ว ก็ให้ขับรถตรงมาประมาณ 150 เมตร จะเจอบ้านครูหลอดหลังในภาพ อยู่ทางด้านซ้ายมือ สามารถเดินเข้าไปที่ใต้ถุนบ้านได้เลยนะคะ 

nakorn nayok 2 37

nakorn nayok 2 39

นอกจากปลาดูสดที่ครูหลอดทำขายโลละ 160 บาทแล้ว ....  ที่บ้านครูหลอดก็มีปลาดูสำเร็จรูปพร้อมทาน อย่างปลาดูผัดเผ็ด  (กระปุกละ 25-)  และปลาดูทอดสมุนไพร (กล่องละ 50-) อีกด้วยนะคะ  ซึ่งเท่าที่พิมซื้อมาชิม 2 กระปุก 2 กล่อง  รสชาติดีเลยค่ะ  ตัวปลาดูผัดเผ็ดให้ความรู้สึกเหมือนกินน้ำพริกแห้ง ๆ อย่างน้ำพริกปลาย่าง  หรือน้ำพริกตาแดงนะคะ  แต่จะไม่เผ็ดมาก รสค่อนข้างละมุน ๆ เปรี้ยวเค็มกำลังพอดี  และก็มีกลิ่นสมุนไพรอยู่เยอะเลยอ่ะค่ะ    ส่วนปลาดูทอดสมุนไพร ครูหลอดจะใช้ปลาดูทั้งตัว (ในภาพด้านบน)  เอามาคลุกแป้งทอดกรอบพอทั่ว ๆ  แล้วก็นำไปทอดจนสุกเหลืองทั้งตัว  กินคู่กับพริกทอด ใบมะกรูดทอด  และหอมเจียว อร่อยสุดๆ เลยนะคะ   ^_^ 

nakorn nayok 2 42

nakorn nayok 2 41

nakorn nayok 2 40

 ซึ่งเพื่อนๆ คนไหนที่ไปนครนายก แล้วสนใจปลาดูของครูหลอด ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ของหมู่บ้านเกาะหวาย ก็สามารถหาซื้อได้ตามรายละเอียดที่พิมบอกด้านบนเลยนะคะ  หรือถ้าใครผ่านไปแถวสี่แยกวัดอุดม ก็สามารถแวะไปซื้อได้ที่ร้าน ป. เป็ด ปทุมวันได้เลยค่า ^_^ 

nakorn nayok 2 43

จากบ้านครูหลอด หลังจากที่พิมตระเวนเที่ยวตะเวนกินมาทั้งวัน  เหลือบมองดูนาฬิกาตอนนี้ก็ปาเข้าไปบ่าย 3 โมงครึ่งกว่าๆ   ซึ่งก็ได้เวลาที่พิมใกล้จะเดินทางกลับบ้านที่กรุงเทพฯ แล้วเน๊าะคะ  (เวลาแห่งความสุข ผ่านไปเร็วจริ๊งงงงง) 

map nakorn nayok 11

แต่ก่อนจะเดินทางกลับ พิมก็ขอแวะไปหาของอร่อย ๆ กินก่อนกลับสักหน่อย  กับไอติมโบราณของเจ๊ยังที่อยู่แถวซอยพาณิชย์เจริญ 2 อ่ะค่ะ 

พูดถึงไอติมโบราณ หลายคนอาจจะสงสัยว่าคืออะไร  หรือต่างจากไอติมสมัยนี้ยังไงนะคะ  #ไอติมโบราณ  เป็นไอติมที่มีส่วนผสมหลักเป็นหัวกะทิคั้นสด ๆ   แล้วก็จะมีวิธีทำตามแบบกรรมวิธีโบราณที่มีมากว่า 100 ปีอ่ะค่ะ     อารมณ์จะคล้าย ๆ ไอศกรีมไผ่ทองที่เข็นขายตามหมู่บ้าน แต่รสชาติและสีเข้มข้นกว่านั้นมากเลยนะคะ  แถมเวลากัดเข้าไปแต่ละคำ  จะรู้สึกได้ถึงความเข้นข้นหอมมันของกะทิแบบเต็ม ๆ ปากเลยค่ะ ^^

nakorn nayok 2 44

ไอติมของเจ้ยัง จะมีอยู่ 2 แบบก็คือ ไอติมข้น กับไอติมน้ำนะคะ  .... ซึ่งเจ้ยังบอกให้พิมฟังว่า ไอติมข้นก็คือไอติมที่เหมือนไอติมกะทิสีขาว ๆ มีเครื่องแบบทั่วไปอ่ะค่ะ    ส่วนไอติมน้ำเหมือนไอติมกะทิที่ไม่แข็ง  คล้ายๆ เสลอปี้ตามเซเว่น  แต่ข้นกว่าและเนื้อละเอียดกว่า  เวลาทานต้องตักใส่แก้วแล้วใช้หลอดดูดทำนองนั้นนะคะ   แต่ไม่ว่าจะไอติมข้นหรือไอติมเหลว  จากที่พิมได้ชิม ไอติมของเจ้ยังล้วนแต่รสหวานเย็นหอมชื่นใจมากๆ เลยอ่ะค่ะ     แถมยังมีเครื่องให้ใส่อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด ข้าวเหนียว เผือก  ขนมปัง  ลูกชิด และอื่นๆ  อีกมากมายนะคะ  ที่สำคัญใช้ราคามะพร้าว ราคากะทิสดสูงขนาดนี้  มีตำนานในการทำมานานมากขนาดนี้  แต่ถ้ากินที่ร้าน เจ้ยังขายแค่ถ้วยละ 5 บาท เท่านั้นเองอ่ะค่ะ  เรียกได้ว่าถูกมากกกกกก ๆ เลย นี่ถ้าขายอยู่แถวบ้านพิม จะจัดสักวันละ 5 ถ้วยเลยค่า  ^^

nakorn nayok 2 46

(ภาพด้านล่าง ใส่ถ้วยกลับบ้าน ถ้วยละ 10 บาท)

nakorn nayok 2 45

จากร้านเจ้ยัง จุดหมายสุดท้ายที่พิมจะแวะไปก่อนจบทริปนี้ก็คือ ตลาดต้นไม้คลอง 15 นะคะ  คือตอนก่อนจะมานครนายกเนี่ย แม่พิมเค้ารู้ว่าขากลับ พิมจะต้องแวะดูต้นไม้ที่คลอง 15 แน่นอนอ่ะค่ะ  (เป็นคนชอบต้นไม้เหมือนกัน)  เค้าก็เลยฝากพิมซื้อต้นไม้จำพวกไม้ดอกเล็กๆ  ที่กระถางละ 10 - 20 บาท สักสิบยี่สิบกระถาง  แล้วก็ฝากซื้อผักสวนครัวต้นเล็กๆ  อย่างมะเขือ พริกเหลือง พริกชี้ฟ้า เพื่อเอาไปปลูกแซมกับต้นเก่าที่ใกล้จะต้องถอนทิ้งเพราะแก่มากแล้วนะคะ   แต่ด้วยความที่พิมไม่ได้ไปคลอง 15 นานหลายเดือนอยู่   เมื่อวานนี้ก่อนจะไปเที่ยวที่ไหน พิมก็เลยแว๊บไปที่ตลาดต้นไม้ก่อน  เพื่อดูลาดเลาก่อนว่าต้นที่แม่อยากได้เนี่ยมีขายตรงไหนบ้างอ่ะค่ะ  เพื่อที่พอวันนี้ไปถึงตลาดปุ๊บ (น่าจะใกล้เวลาตลาดปิด) จะได้ไปจอดรถหน้าร้านนั้นเลยนะคะ   

แต่ระหว่างที่พิมเดินทางกลับ  พิมก็เห็นว่าตามข้างทางมีร้านขายไม้กวาดดอกหญ้าเต็มไปหมดเลยอ่ะค่ะ  ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะนครนายกเป็นจังหวัดที่มีต้นตองกง หรือที่บางคนเรียกต้นแถม  ต้นดอกไม้กวาดขึ้นตามชายป่าชายเขาเยอะมากนะคะ   แถมไม้กวาดที่นี่ยังราคาไม่แพง เริ่มต้นแค่อันละ 30 บาทหรือที่แน่น ๆ ใหญ่ ๆ หน่อย ก็อันละประมาณ 50 เท่านั้น  พิมก็เลยจัดการให้คุณสามีจอดรถ  แล้วลงไปซื้อมาซะ 6 อันเพื่อกลับไปฝากแม่ และฝากคนข้างบ้าน  รวมถึงเก็บไว้ใช้เองอ่ะค่ะ ^_^ 

nakorn nayok 2 48

nakorn nayok 2 49

nakorn nayok 2 51

 จากจุดที่ขายไม้กวาด ขับรถมาอีกสักประมาณ 20 กว่านาที  พิมก็ถึงจุดหมายปลายทางสุดท้ายของทริปนี้ ก็คือตลาดต้นไม้คลอง 15 แล้วนะคะ 

0000

แล้วก็เป็นไปอย่างที่พิมคิดไว้จริง ๆ   พิมมาถึงตลาดต้นไม้เอาตอน 5 โมงเย็นกว่าๆ  หลาย ๆ ร้านเค้าก็เตรียมเก็บร้านกันแล้วค่า   >_< 

nakorn nayok 2 55

แต่โชคดีว่าตอนขามา พิมมาดูลาดเลาเอาไว้แล้วว่าพิมจะซื้อต้นไม้อะไรที่ร้านไหนนะคะ   พอขากลับมาถึงคลอง 15 พิมก็เลยขอให้คุณสามีไปจอดรถที่ใกล้ ๆ ร้านนั้น แล้วก็บอกเจ้าของร้านเลยอ่ะค่ะว่า จะเอาต้นอะไรอย่างละเท่าไหร่บ้าง  ซึ่งเจ้าของร้านเค้าก็รีบหยิบใส่ถุงให้อย่างไว  ทำให้เราไม่ต้องยืนรอด้วยนะคะ 

nakorn nayok 2 52

แถมคนขายเค้าเห็นว่าเมื่อวานพิมแอบมาถาม ๆ ดูทีนึงแล้ว (เค้าบอกว่าจำได้ ^^)  พอมาวันนี้พิมซื้อดอกดาวเรือง หงอนไก่ บานเย็น หงอนไก่ รวมกัน 10 ต้นเค้าก็เลยแถมมาให้อีก 3 ต้นด้วย  เรียกว่างานนี้ได้ทั้งของราคาถูกและของแถมเลยอ่ะค่ะ   ^_^   

nakorn nayok 2 53

nakorn nayok 2 54

.... ถึงตรงนี้ก็เป็นอันว่าทริปนครนายก 2 วัน 1 คืนของพิมจบลงอย่างสวยงามนะคะ  ^_^  ทั้งได้กินของอร่อยหลากหลาย ทั้งได้กินอาหารถิ่นที่พิมลงทุนมาตามหา  ทั้งได้เที่ยวสนุกๆ หลาย ๆ ที่   ได้ทำอะไรที่พิมไม่เคยทำหลายอย่าง  และได้ซื้อของฝากที่ราคาไม่แพง ......  เรียกว่ามีความสุขและสนุกที่สุดเลยอ่ะค่ะ  ยังไงก็ขอขอบคุณเพื่อน ๆ  ทุกคนที่ตามมาอ่านด้วยนะคะ  ^_^ 

ส่วนทริปหน้าพิมจะไปจังหวัดไหน  จะไปกินอะไร  ไปเที่ยวที่ตรงไหน ไปทำกิจกรรมอะไรสนุก ๆ บ้าง  ......  คอยติดตามชมกันน๊า   รับรองว่าสนุกและอร่อยไม่แพ้ทริปนี้แน่นอนค่า

nakorn nayok 2 56



เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

ครัวบ้านพิม on Facebook

Contents in English

สมาชิก