header



http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/000.jpg

หลังจากท่องเที่ยวกันมาซะครึ่งวัน ท้องของพิมกับคุณสามีก็เริ่มออกอาการหิวแล้วล่ะค่ะ  ซึ่งในทุกทริปที่ผ่านมา พิมจะมีร้านเป้าหมายในแต่ละวันตลอด  แต่........สำหรับทริปครั้งนี้บอกตามตรงว่าไม่มีเป้าหมายเลยค่ะ - -"

เหตุผลเพราะจุดแต่ละจุดที่พิมไป เวลามันไม่แน่นอน อีกทั้งพอค้นในเนตว่ามีร้านไหนอร่อยบ้างในเชียงราย ส่วนใหญ่ที่แนะนำกันก็จะเป็นร้านแบบนั่งทานชิลด์ ๆ มีสวนดอกไม้อะไรทำนองนี้ ซึ่งมันแอบราคาสูงกว่างบที่พิมตั้งไว้ ก็เลยคิดว่าไปหาเอาดาบหน้าล่ะกันค่ะ  เพราะงั้นพอท้องเริ่มร้อง พิมก็เลยถามพี่เสกสรรค์ซึ่งเป็นเจ้าถิ่นในวันนี้ว่า ร้านอาหารในตัวเมืองร้านไหนบ้างที่อร่อย แต่ราคาไม่แพง แบบว่าขอราคาพื้นๆ แบบตามสั่งข้างทางอะไรอย่างนี้ ..... พี่เสกสรรค์ก็แนะนำและพามาที่ร้านนี้เลยค่ะ "ร้านน้ำเงี้ยวป้านวล"

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-051.JPG

ร้านน้ำเงี๊ยวป้านวล จะตั้งอยู่ในซอยข้างโรงแรมเวียงอินทร์ค่ะ โดยจากปากซอยเนี่ยให้เราเดินหรือขับรถเข้าไปประมาณ 50 เมตรก็จะเจอร้านอยู่ทางด้านซ้ายมือ ซึ่งหน้าร้านป้าเค้าก็จะมีหน้าตาอย่างนี้ค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-049.JPG

ตอนที่พิมไปเนี่ย ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นช่วงเวลาประมาณเที่ยงครึ่งค่ะ  ซึ่งเป็นช่วงเวลาพักกลางวันและทานข้าวเที่ยงพอดี  ดังนั้นภายในร้านป้านวลจึงแน่นขนัดไปด้วยลูกค้าทุกโต๊ะอ่ะค่ะ   พิมก็เลยต้องใช้เวลาในการรออยู่ประมาณ 10 กว่านาที ก็มีลูกค้าที่นั่งโต๊ะแรกนอกบ้านเช็คบิลแล้วลุกออกไป  พิมกับคุณสามีก็เลยขอจับจองโต๊ะนี้แหละค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-050.JPG

จากนั้นพิมกับคุณสามีก็ก็เริ่มทยอยสั่งอาหารล่ะค่ะ  สำหรับพิมเนี่ยทานอาหารเหนือได้ชิลด์ๆ แต่คุณสามีเค้าแอบคิดว่าน่าจะมีอาหารจานหนักท้อง อย่างข้าวผัด ข้าวไอ้โน่นไอ้นี่บ้าง ก็เลยแอบงง ๆ ไปนิดเมื่อดูเมนูแล้วพบว่าไม่มีเมนูเหล่านี้เลยอ่ะค่ะ  แต่สุดท้ายแล้วเราสองคนก็สั่งอาหารไป 4 อย่างค่ะ

ซึ่งอย่างแรกที่มาเสริฟนั่นก็คือ  "ขนมจีนน้ำเงี๊ยว"

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-057.JPG

ตัวพิมเองเคยกินน้ำเงี๊ยวมาหลายครั้งจากหลายร้านจากฝีมือคนหลายคนแล้ว ก็มีบางร้านที่ทำไม่อร่อยเลย บางร้านที่ทำอร่อย และบางร้าน(บ้าน) ที่ทำอร่อยมาก ........ ซึ่งสำหรับร้านนี้ พิมให้อร่อยอ่ะค่ะ ^__^   (ส่วนที่อร่อยสุดที่เคยกินมา คือฝีมือแม่เพื่อนของพิมคนนึงค่ะ อร่อยสุดๆ จนพิมกินติดต่อกัน 3 จานเลย)

อ้อๆ  ... น้ำเงี๊ยวชุดนี้ราคาแค่ 30 บาท แต่รสชาติกับปริมาณนี่เกินราคามากๆ ค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-055.JPG

ต่อมาก็เป็นเฝอไก่แบบเส้นเล็กของคุณสามีพิมนะคะ    ซึ่งรสชาติก็จะอ่อนๆ ตามสไตล์เฝอ  ทางร้านแนะนำให้ทานกับกะปิ แต่ว่าคุณสามีไม่ค่อยถนัด ก็เลยไม่ได้ใส่ค่ะ ... (จานนี้ 40 บาท)

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-056.JPG

และนอกจากน้ำเงี๊ยวกับเฝอไก่แล้ว  พิมกับคุณสามีก็ยังสั่งปากหม้อญวณมาด้วยอ่ะค่ะ ซึ่งก็อร่อย แป้งนุ่มดี ไส้ข้างในก็รสชาติดี  ทุกอย่างเข้ากันได้อย่างลงตัว  แต่ติดตรงหอมเจียวไหม้ไปนิดนึง  จานนี้ 60 บาทค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-058.JPG

และสุดท้ายที่พิมกับคุณสามีสั่งมานั่นก็คือแหนมเนืองค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-059.JPG

ซึ่งสำหรับแหนมเนืองเนี่ยเค้าก็แถมผักสดมาให้ชามใหญ่ๆ ซึ่งผักโดยรวมก็ดูสดดีอ่ะค่ะ แต่เสียอยู่สองอย่างคือ ผักล้างมาไม่สะอาด มีเศษดอกหญ้าและผงเล็กๆ น้อย ๆ ติดมาพอคร  และในส่วนของผักแพ้วก็มีใบเหลืองใบช้ำและใบเน่าค่อนข้างเยอะค่ะ (ในรูป พิมเด็ดออกไปแล้ว)  ซึ่งตรงนี้พิมก็บอกน้องคนเสริฟไปแล้ว แต่เค้าก็ได้แค่พูดว่า "ค่ะ ๆ" เท่านั้นเอง ไม่รู้จะไปปรับปรุงไหม >_<

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-061.JPG

และนี่ก็คือภาพรวมอาหารที่พิมกับคุณสามีสั่งมาทานเป็นมื้อกลางวันในวันแรกของทริปเชียงรายอ่ะค่ะ ^__^    ซึ่งขอบอกว่าด้วยความหิวก็ทานกันเกือบหมดค่ะ  ส่วนที่เหลือ (1/4 ของแหนมเนือง)  ว่าจะให้ทางร้านเค้าห่อกลับบ้านให้  แต่ว่ากว่าพิมกับคุณสามีจะไปถึงที่พักน่าจะเกิน 2 ทุ่ม ป่านนั้นแหนมเนืองอาจจะเสียแล้วก็ได้  อีกอย่างน้องในร้านเค้าก็ยุ่งกันมาก ก็เลยคิดว่าไม่เป็นไรค่ะ  กินได้แค่ไหนก็แค่นั้น จำไว้เป็นบทเรียนล่ะกันว่าคราวหน้าหิวแค่ไหนก็ค่อยสั่ง อย่าสั่งเยอะ เสียดายของ - -"

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-060.JPG

สุดท้ายหลังจากทานเสร็จ ถึงเวลาจ่ายค่าเสียหาย พิมก็จ่ายที่ราคานี้นะคะ 292 บาท  ก็ถือว่าอิ่มและคุ้มอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-062.JPG

จากนั้น ... แต่เดิมพิมวางแผนไว้ว่าจะไปไร่บุญรอดค่ะ  แต่พี่คนขับรถบอกว่าไร่บุญรอดไว้ไปวันสุดท้ายก็ได้ อย่าเพิ่งไปในวันนี้เลยเพราะมันคนละเส้นทางกับที่เราจะไปดอยแม่สลองให้ไปที่พิพิธภัณฑ์บ้านดำแทน  ซึ่งพิมก็เชื่อพี่เค้าค่ะ แต่อยากบอกว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิด ซึ่งผิดยังไงเดี๋ยวคอยดูที่วันสุดท้ายนะคะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-028.JPG

จากร้านน้ำเงี๊ยวป้านวลเวลาบ่ายโมงครึ่งกว่าๆ  พี่เสกสรรค์ขับรถพาพิมกับคุณสามีไปตามเส้นทางที่จะไปยังตำบลนางแล เพื่อที่จะไปบ้านดำค่ะ  แต่ระหว่างทางที่จะไปบ้านดำ  พี่เสกสรรค์ถามว่าจะแวะวัดสักวัดนึงก่อนไหม อยู่ในทางผ่านอยู่แล้ว ไม่เสียเวลา วัดนี้สวยมากออกแนวสไตล์จีน ดาราและคนมีชื่อเสียงมักจะแวะมาทำบุญกันเยอะ  .... พิมเห็นว่าไหน ๆ ก็ทางผ่าน แวะสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่เสียเที่ยว ^__^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-085.JPG

"วัดห้วยปลากั้ง"   เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงรายค่ะ  โดยวัดนี้เริ่มก่อตั้งตั้งแต่ปี 2544 แต่ว่าตอนที่เริ่มก่อตั้งวัดก็ยังไม่มีอะไร จนกระทั่งพระอาจารย์พบโชค (ซึ่งบวชที่ราชบุรี)  ท่านย้ายมาปฏิบัติธรรมที่นี่ และเนื่องด้วยท่านเป็นผู้มีความรู้ในเรื่องของโหราศาสตร์ อีกทั้งมีความสามารถในการทำนายดวงชะตาค่อนข้างแม่นยำ    อีกทั้งท่านได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ที่มาดูดวง ทำให้ผู้ที่มาดูดวงส่วนใหญ่ที่นำคำแนะนำของท่านไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันของตนหลายคนประสบผลสำเร็จในชีวิต  พระอาจารย์ท่านจึงมีชื่อเสียงและได้ก่อตั้ง "พบโชคธรรมเจดีย์"  เจดีย์ 9 ชั้นในเวลาต่อมาอ่ะค่ะ ^___^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-084.JPG

โดยพบโชคธรรมเจดีย์เนี่ยจะเป็นเจดีย์ทรงแหลม 9 ชั้น แต่ละชั้นก็จะมีหลังคาสีแดง มีรูปมังกรบนหลังคา  ตรงบันไดทางขึ้นก็จะมีรูปปั้นมังกรคู่ตั้งตระหง่านอยู่  และในบริเวณรอบเจดีย์ (ชั้น 1)  ก็จะมีพระธาตุจำลองประจำปีนักษัตริย์ให้ผู้ที่ศรัทธาไปมาสักการะบูชาอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-086.jpg

สำหรับพิม .... ในวันนั้น ด้วยความที่พิมไม่มีข้อมูลอะไรไปเลย  และไม่เคยรู้จักวัดนี้มาก่อน  เมื่อพี่เสกสรรค์พาไปวัดนี้ พิมก็ไม่ได้ไปทำอะไรมากมายค่ะ ได้แต่เดินดูรอบ ๆ วัด และเดินชมภายในบริเวณพบโชคธรรมเจดีย์

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-087.JPG

ซึ่งที่ด้านในพบโชคธรรมเจดีย์ชั้น 1 ....  เมื่อเราเดินผ่านประตูด้านหน้าเข้าไปก็จะพบกับรูปแกะสลักของเจ้าแม่กวนอิมที่มีขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้านะคะ  และก็จะพบกับพระอาจารย์พบโชคอีกทั้งพระรูปอื่นๆ 2-3 รูป ที่มักจะคอยมานั่งพูดคุยกับญาติโยมอยู่บริเวณที่นั่งด้านขวามือของเจ้าแม่กวนอิมอยู่เป็นประจำอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-089.JPG

ส่วนที่ชั้น 2 และชั้น 3 รวมไปถึงชั้นอื่นๆ ก็จะมีพระพุทธรูปประจำชั้นประดิษฐานอยู่ด้วย ... ซึ่งใจจริงพิมอยากจะเดินขึ้นไปให้ถึงชั้น 9  (จะได้ดูวิวรอบๆ วัดในมุมสูงด้วย)  แต่ด้วยความที่เวลาเที่ยวชมของพิมมีไม่มาก  พิมจึงเดินขึ้นไปแค่ชั้น 2 เท่านั้น   ซึ่งที่ชั้น 2 นอกจากจะมีพระพุทธรูปประจำชั้นประดิษฐานอยู่ ก็จะมีรูปแกะสลักไม้เกินกว่า 10 รูปที่มีผู้คนมากราบไหว้มากมายเลยค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-090.JPG

และเมื่อพิมเดินชมบรรยากาศโดยรอบในบริเวณชั้น 1 และชั้น 2 ของพบโชคธรรมเจดีย์จนทั่วแล้ว  เมื่อเหลือบดูเวลาก็พบว่ามันบ่าย 2 กว่าแล้ว  เลยบอกคุณสามีว่าเราไปต่อที่บ้านดำกันเถอะ เพราะเกรงว่าถ้าช้าไปกว่านี้ เราจะไปถึงดอยแม่สลองมึดเกินนะ  ซึ่งคุณสามีก็เห็นด้วยค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-092.JPG

จากนั้นพิมกับคุณสามีก็เลยเดินทางกันต่อเพื่อที่จะไปพิพิธภัณฑ์บ้านดำของอาจารย์ถวัลย์ค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-095.JPG

จากวัดห้วยปลากั้ง 14.30  พิมมาถึงบ้านดำเวลา 14.55 อ่ะค่ะ  ก็ใช้เวลาเดินทางประมาณเกือบครึ่งชม.  ซึ่งตามความเข้าใจของพิม (โดยที่ไม่รู้ข้อมูลมาก่อน) คิดว่าบ้านดำของอาจารย์ถวัลย์ท่านจะอยู่ติดกับถนนใหญ่ค่ะ แต่ปรากฎว่าจากถนนใหญ่ต้องเลี้ยวเข้าซอย ๆ นึงไปจนสุดซอยถึงจะเป็นบ้านดำน่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-063.JPG

บ้านดำ ... เป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนตัว  (Private Museum)  แหล่งรวมงานศิลปะทางด้านสถาปัตยกรรมอาจารย์ถวัลย์ ดัชนีน่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-064.JPG

ซึ่งภายในบริเวณพิพิธภัณฑ์ก็จะมีบ้าน อาคาร รวมไปถึงสิ่งก่อสร้างในสไตล์ล้านช้าง ล้านนา และสุวรรณภูมิจำนวนหลายสิบหลัง  ซึ่งในแต่ละหลังก็จะมีคอนเซปท์และความน่าสนใจที่แตกต่างกันออกไป

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-065.JPG

และในบ้าน อาคารแต่ละหลังก็จะมีสิ่งของสะสมของอาจารย์ถวัลย์อยู่มากมาย ซึ่งของสะสมในแต่ละหลังก็จะเข้าคอนเซปท์เดียวกับอาคารหลังนั้นๆ  ด้วยอ่ะค่ะ  เช่น "บ้านลาว" บ้านในรูปภาพด้านล่างนี้ ก็จะมีของสะสมที่อยู่ในบ้านเป็นจำพวกเครื่องเงิน ... อะไรทำนองนี้น่ะค่ะ   ซึ่่งในบางหลัง อาจารย์ท่านก็จะเปิดให้เราเข้าไปชมของสะสมด้านในได้  แต่บางหลังก็จะสงวนไว้ให้ดูได้แต่ภายนอกอาคารอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-066.JPG

และนอกจากอาคารทรงต่างๆ ที่พิมได้พูดถึงด้านบนแล้ว เมื่อเดินเข้ามาด้านใน ๆ บริเวณพิพิธภัณฑ์ (ฝั่งขวามือ) พิมก็เจอเข้ากับอาคารทรงกลมสีขาวแปลกตาเรียงรายอยู่ติดกันประมาณ 3 หลัง  ซึ่งอาคารเหล่านี้อาจารย์ถวัลย์ท่านได้ตั้งชื่อไว้ว่า "อุบ"  มีอุบปรภพ  อุบก๊อกตด และอุบเปลวปล่องฟ้าอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-069.JPG

ซึ่งเมื่อพิมเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็พบว่าห้อง (หรือที่พิมอยากจะเรียกว่าโดม เพราะเป็นทรงครึ่งวงกลม) นั้นเป็นห้องเก็บของสะสมหนึ่งในหลาย ๆ ห้องของอาจารย์ถวัลย์ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวและคนทั่วไปเข้าไปชมได้ (โดยไม่สร้างความเสียหาย)    ซึ่งเมื่อพิมเข้าไปก็จะพบกับหนังจระเข้ผืนใหญ่ที่ถูกวางตรึงไว้กลางพื้นห้อง

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-071.JPG

รายรอบด้วยเปลือกหอยขนาดใหญ่หลายแบบด้วยกัน    และด้านริมสุดชิดติดกำแพงก็จะเป็นที่วางเก้าอี้ที่ทำจากเขาควายหลายสิบตัว อีกทั้งรูปไม้แกะสลักที่ดูแปลกตาอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-070.JPG

ถัดจากโดมสามโดม  เมื่อเดินเข้ามาลึกอีกหน่อย  ก็จะพบกับอาคารเก็บของสะมของอาจารย์ถวัลย์อีกหนึ่งอาคาร ชื่อ "เภรีกัมปนาท"

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-072.JPG

ซึ่งอาคารนี้จะเป็นอาคารแบบเปิดโล่ง มีของสะสมจำพวกหัวควาย เขาควาย หนังสัตว์ผืนใหญ่ๆ เครื่องดนตรีขนาดใหญ่

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-073.JPG

อีกทั้งเครื่องจักสาน และสิ่งของที่แสดงถึงความเป็นล้านนาอยู่มากมายค่ะ ..... ซึ่งในจุดตรงนี้เนี่ยพิมสนใจมากเลยค่ะ  อาจจะเพราะพิมเป็นคนที่ชอบเครื่องจักรสาน   แต่ว่าเอาเข้าจริงพิมก็ไม่สามารถเดินดูได้นานอย่างที่ต้องการ  เพราะพิมเดินแยกจากคุณสามีมาคนละทางเป็นเวลาเกินกว่า 15 นาทีแล้ว  เกรงคุณสามีจะกังวลใจว่าพิมหายไปไหน ก็เลยรีบเดินต่อไปดูจุดอื่นๆ น่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-074.JPG

จากอาคารเภรีกัมปนาทด้านบน พิมก็เดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนถึงด้านในสุดมุมขวา ก็ไปเจอกับอาคารนี้ที่มีชื่อว่า "บ้านแหวน"   ค่ะ  ซึ่งพิมอยากจะบอกว่าตอนแรกที่พิมเดินมาคนเดียวเรื่อย ๆ ตามทางในบริเวณพิพิธภัณฑ์บ้านดำเนี่ย พิมก็ไม่ได้คิดอะไรนะคะ กลับรู้สึกเพลิดเพลินดีประมาณว่าได้เห็นอะไรแปลกตา ได้มีความรู้ใหม่ๆ  แต่พอเดินลึกเข้ามาถึงหน้าบ้านหลังนี้ ซึ่งเป็นจุดที่เงียบสงัดและไม่มีคนสักคน  บวกกับอาคารที่มีลักษณะแปลกตา  ก็ทำให้พิมเกิดความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาค่ะ  - -"  เป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายได้  แต่ก็บอกกับตัวเองว่ารีบไปจากตรงจุดนี้ดีกว่าก่อนที่ใจจะเต้นตุ๊บตับไปมากกว่านี้อ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-075.JPG

จากบ้านแหวน พิมก็เลยเดินเลี้ยวมาทางซ้ายค่ะ ผ่านเรือนคนงาน มาเจอกับศาลาพระทองไสยยาสน์  ซึ่งที่ศาลานี้เนี่ยมีซุ้มประตูแกะสลักที่สวยงามมากๆ เลยอ่ะค่ะ  ... หากเพื่อน ๆคนไหนชอบงานไม้แกะสลัก ลองไปชมดูได้นะคะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-076.JPG

และจากศาลาพระทองไสยยาสน์ พิมก็เดินเลี้ยวซ้ายชมความงามและสถาปัตยกรรมของอาคารแต่ละหลังในบริเวณนั้นมาอีกประมาณ 10 นาที   แล้วพิมก็มาเจอคุณสามีกำลังยืนอยู่ตรงแถว ๆ "บ้านสามหลัง"  พร้อมทำท่างง ๆ ค่ะ ... ก็เลยถามคุณสามีว่าเกิดอะไรขึ้นเหรอ คุณสามีก็บอกว่าน่าจะมีใครสักคนลืมกระเป๋ากล้องซึ่งมีเมมโมรี่อยู่ด้านในอ่ะ  แต่ไม่รู้ว่าเป็นของใคร  ลองถามนักท่องเที่ยวแถวๆ  นั้นดูแล้วก็ไม่ใช่ของใครเลยสักคนน่ะ   พิมก็เลยตัดสินใจว่างั้นเอาไปฝากที่เจ้าหน้าที่ของบ้านดำดีกว่า เผื่อว่าไว้ที่เค้าแล้วเจ้าของกระเป๋านึกได้ว่าลืมกระเป๋าไว้ที่นี่จะได้กลับมาเอาได้อ่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-077.JPG

แต่ ....... ระหว่างที่พิมไปตามหาเจ้าหน้าที่ของบ้านดำ  คุณสามีก็ไปเดินตามหาเจ้าของกระเป๋าอีกรอบค่ะ   แล้วในที่สุดคุณสามีก็ไปเจอเจ้าของกระป๋าเป็นชาวต่างชาติชายหญิงบริเวณหน้าทางเข้าบ้านดำค่ะ ก็เลยโทรมาบอกพิม พิมก็รีบวิ่งเอาไปให้เค้า   เค้าดีใจมากๆ ที่ได้รับกระเป๋ากล้องคืน  และพยายามจะบอกพิมกับคุณสามีเป็นภาษาไทยว่า "ขอบคุณครับ" พร้อมไหว้พิมกับคุณสามีอย่างน่ารักมากเลยอ่ะค่ะ   แถมนะ ... เค้าจะให้ตังค์พิมมากินขนมด้วย 40 บาทค่ะ บอกว่าเป็นค่าดริ้งค์ ๆ   พิมก็ไม่อยากรับ แต่เค้าบอกว่ารับเถอะนะ น้ำใจจากเค้า ก็เลยรับมาและไปซื้อน้ำกินกับคุณสามีค่ะ ^___^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-079.JPG

ส่วนเจ้าหน้าที่ของทางบ้านดำที่อยู่บริเวณลานจอดรถและใกล้เคียง ก็มาขอบคุณพิมกับคุณสามีใหญ่เลยค่ะ บอกว่าดีใจและขอบคุณแทนฝรั่ง 2 คนนั้น    พิมเองก็ดีใจค่ะ  ไม่ได้ดีใจที่เก็บของเค้าได้ ไม่ได้ดีใจที่ได้รับคำขอบคุณจากเค้า ไม่ได้ดีใจที่ได้รับเงินจากเค้า แต่ดีใจที่ได้ทำความดีอ่ะค่ะ ^___^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-078.JPG

สุดท้ายก่อนเราจะกลับจากบ้านดำ  พิมกับคุณสามีก็แวะเข้าไปชมในร้านขายของที่ระลึกของบ้านดำกันหน่อยอ่ะค่ะ   ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของบ้านดำบอกว่าในนี้สามารถถ่ายรูปได้ แต่ขอว่าห้ามใช้แฟลชอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-080.JPG

ซึ่งในส่วนของร้านขายของที่ระลึกเนี่ย นอกจากของที่ระลึกที่มีให้เลือกซื้อมากมายไม่ว่าจะเป็นเสื้อ เครื่องประดับ รูปแกะสลัก หมวก กระเป๋าหนัง กระเป๋าผ้า  ย่าม เข็มกลัด และอื่นๆ อีกมากมาย ก็มีรูปภาพมูลค่า 20 ล้านบาทของอาจารย์ถวัลย์จำนวน 2 ภาพที่ได้ขายให้กับคุณบุญชัย  (ปัจจุบันเป็นสามีคุณตั๊ก บงกช)  ติดโชว์อยู่ด้านในด้วยอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-081.JPG

ซึ่งภาพ 2 ภาพนี้เนี่ย เมื่อคุณบุญชัยได้ซื้อจากอาจารย์ถวัลย์แล้ว คุณบุญชัยก็ไม่ได้เอากลับไปที่บ้านด้วย แต่บอกว่าให้ติดไว้ที่นี่แหละ คนผ่านไปผ่านมาจะได้ชมความงาม  เพราะถ้าเอาไปติดไว้ที่บ้านเค้า ก็มีแค่เค้าและคนในบ้านที่ได้ชม  (ข้อความเนื้อหาประมาณนี้) ...... ดังนั้นก็เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้พิมและคุณสามีรวมถึงนักท่องเที่ยวท่านอื่นๆ ได้ชมภาพวาดอันงดงามของอาจารย์ถวัลย์ 2 ภาพนี้นี่แหละค่ะ ^__^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-082.JPG

และจากร้านขายของที่ระลึก .... ก็ได้เวลาเดินทางกันต่อแล้วค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-083.JPG

โดยจุดหมายปลายทางอันดับต่อไปของพิมก็คือ "ดอยแม่สลอง"  ซึ่งพี่เสกสรรค์บอกว่าจากบ้านดำเราจะใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชม.กว่า   ซึ่งถ้าเป็นไปตามกำหนด  พิมจะถึงดอยแม่สลองประมาณ 5 โมงครึ่ง   ก็ทันดูพระอาทิตย์ตกพอดี  ....... ค่ะ    ส่วนว่าพระอาทิตย์ตกบนดอยแม่สลองจะสวยงามสักแค่ไหน ติดตามชมได้ในตอนต่อไปนะคะ ^____^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-095.JPG



เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

ครัวบ้านพิม on Facebook

Contents in English

สมาชิก