header



http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/011.jpg

จากพิพิธภัณฑ์บ้านดำของอาจารย์ถวัลย์ สถานที่ๆ พิมจะเดินทางไปต่อและเป็นสถานที่สุดท้ายของพิมในวันนี้ก็คือดอยแม่สลองค่ะ

ดอยแม่สลองเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านสันติคีรี ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวจีนฮ่อค่ะ  โดยชาวจีนฮ่อเหล่านี้ได้อพยพเข้ามาตั้งรกรากอยู่บนดอยแม่สลอง (เมือก่อนเรียกบ้านแม่สลองนอก เพราะตั้งแต่ที่ตำบลแม่สลองนอก) ตั้งแต่ปี 2504   ดังนั้นหากเพื่อน ๆ ขึ้นไปเที่ยวบนดอยแม่สลองเป็นครั้งแรกก็อย่าได้แปลกใจไปนะคะที่บนดอยแม่สลองนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมความเป็นอยู่ในแบบของชาวจีนแถบมณฑลยูนนานน่ะค่ะ

โดยชาวจีนที่อาศัยอยู่บนดอยแม่สลองเนี่ยมีอาชีหลัก ๆ คือการปลูกชาและพืชผักเมืองหนาวซึ่งมีปลูกกันเยอะมาก  ดังนั้นชาบนดอยแม่สลองจึงค่อนข้างจะเป็นชาที่มีชื่อเสียง  และนอกจากชา  ขาหมู+หมั่นโถวและอาหารจีนสไตล์ยูนนานบนดอยแม่สลองก็มีชื่อเสียงไม่น้อยไปกว่าชาเลยอ่ะค่ะ ^___^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-095.JPG

จากบ้านดำ...พิมใช้เวลาเดินทางราว 1 ชม. ก็มาถึงดอยแม่สลองค่ะ  ซึ่งระหว่างเดินทางด้วยความเพลียที่ต้องตื่นแต่เช้ามึด ทำให้พิมหลับบ้านตื่นบ้างเป็นระยะๆ   แต่พอถึงเส้นทางที่จะขึ้นดอยแม่สลอง ร่างกายพิมก็ตื่นโดยอัตโนมัติเลยค่ะ เพราะว่าวิวระหว่างทางขึ้นดอยแม่สลองนั้นสวยงามมาก (ในความรู้สึกพิมนะ)  คือมันจะเป็นวิวเป็นแบบภูเขาสลับซับซ้อนกันไปสุดลูกหูลูกตาค่ะ  บางเขาก็ยังมีต้นไม้ใหญ่ บางเขาก็ออกเตียน ๆ หน่อย บางเขาก็ถูกถางแล้วปลูกเป็นไร่ชาและไร่พืชผักเมืองหนาวทดแทน    โดยระหว่างทางที่จะขึ้นมาบนดอยแม่สลองนั้น พี่เสกสรรค์จะต้องขับลัดเลาะเลี้ยวไปตามภูเขาที่บางจุดค่อนข้างชันและหลายจุดคดเคี้ยวมาก แถมบางจุดก็เป็นมุมที่แทบจะเรียกว่ามุมหักศอก   ทำให้พี่เสกสรรค์บอกพิมกับคุณสามีว่า เราต้องปิดแอร์และเปิดหน้าต่างรถนะ เพราะไม่งั้นรถจะมีกำลังไม่พอ  ซึ่งพิมกับคุณสามีก็ตกลงค่ะ  เพราะว่าตอนที่พิมไปดอยอินทนนท์และใช้บริการรถตู้ของพี่คนนึงไปก็ต้องทำอย่างนี้เหมือนกัน  ^___^

แต่ขอบอกว่าการที่ได้ปิดแอร์แล้วเปิดหน้าต่างเพื่อรับลมระหว่างขึ้นดอยเนี่ย มันเป็นอะไรที่มีความสุขสุดๆ ค่ะ  เพราะอากาศระหว่างทางนั้นบริสุทธิ์มาก มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของต้นหญ้า มีกลิ่นหอมของต้นไม้ป่าที่อยู่ตามข้างทาง บวกกับอากาศที่เย็นมากขึ้นทุกขณะ ... รวมกันแล้วมันเลยเป็นความสุขที่ไม่รู้จะบรรยายออกมายังไงถูกเลยอ่ะค่ะ ^___^

ยังไงหากเพื่อน ๆ ได้มีโอกาสไปเชียงรายก็อยากให้ไปลองดูกันนะคะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/011.JPG

ในตอนแรกพิมตั้งใจเอาไว้ค่ะว่าพิมจะไปเช็คอินที่ "ลิตเติ้ลโฮม" บ้านพักบนดอยแม่สลองที่พิมได้โทรมาจองเอาไว้เมื่อสัก 2 เดือนที่แล้วก่อน เพื่อเก็บกระเป๋าสัมภาระ แล้วค่อยออกมาหาอะไรทานเป็นมื้อเย็นและเที่ยวต่อ    แต่เมื่อพิมพูดว่าพิมอยากไปดูพระอาทิตย์ตกที่พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทร์สถิตมหาสันติคีรี  เพราะมีคนบอกเอาไว้ว่าสวยมาก  พี่เสกสรรค์ก็เลยบอกว่างั้นเราเลยไปที่พระบรมธาตุก่อนไหมซึ่งอยู่หากจากลิตเติ้ลโฮมไปประมาณ 4 กม. (ที่คดเคี้ยว)  แล้วค่อยมาเช็คอินทีเดียวดีไหม  เพราะไม่งั้นอาจจะไม่ทันดูพระอาทิตย์ตก  .....   ซึ่งเมื่อพี่เสกสรรค์พูดอย่างนั้น  พิมก็โอเคอ่ะค่ะ

(ภาพด้านล่างคือ ลักษณะบ้านเรือนที่ชาวจีนที่อยู่อาศัยบนดอยแม่สลองนิยมปลูกสร้าง)

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/012.JPG

จากหมู่บ้านสันติคีรี พิมใช้เวลาเดินทาง (นั่งรถ) อีกประมาณ 10 นาทีก็มาถึงพระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทร์สถิตมหาสันติคีรีที่อยู่บนยอดดอยแม่สลองค่ะ  ซึ่งพระบรมธาตุแห่งนี้ถูกสร้างเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จย่าในปี 2539   โดยมีลักษณะเป็นเจดีย์แบบล้านนาประยุกต์ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมสูงประมาณ 30 ม. ฐานกว้างด้านละประมาณ 15 ม. ประดับกระเบื้องสีเทา มีซุ้มด้านละสามซุ้ม และเรือนธาตุประดับพระพุทธรูปยืนสี่ทิศ องค์ระฆังประดับแผ่นทองแกะสลักลวดลายอ่ะค่ะ

:: เพิ่มเติม :: การเดินทางจากหมู่บ้านสันติคีรีมายังพระบรมธาตุฯ นี้ นอกจากจะเดินทางได้โดยรถยนต์แล้ว ยังสามารถเดินทางได้ด้วยการเดินเท้ามาตามถนน และเดินเท้ามาตามบันไดที่มีความสูงประมาณ 700  กว่าขั้นได้อ่ะค่ะ ^__^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-096.jpg

โดยพระธาตุแห่งนี้เนี่ย ตอนที่พิมไปเค้าปิดให้ชมบริเวณด้านในแล้วค่ะ - -"  (ถ้าจำไม่ผิดจะปิด 4 หรือ 5 โมงเย็น)   พิมเองก็เลยได้แต่เดินชมแค่บริเวณรอบนอกเท่านั้น

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-097.JPG

ซึ่งที่บริเวณรอบนอกใกล้ๆ กับที่ตั้งพระธาตุ  ก็จะเป็นที่ตั้งของวิหารแบบล้านนาประยุกต์ที่ตั้งของพระบรมธาตุฯ สมเด็จย่า ซึ่งในขณะนี้ปิดปรับปรุงอยู่น่ะค่ะ ^__^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/08.JPG

จากพระบรมธาตุฯ เมื่อเดินมาที่ด้านหน้า เราก็จะพบกับจุดที่สามารถชมวิวหมู่บ้านสันติคีรีได้ทั้งหมู่บ้าน ซึ่งเมื่อดูจากลักษณะการปลูกสร้างบ้าน ลักษณะตัวบ้าน  การใช้สี  การตกแต่งบ้าน ..... บอกได้ถึงลักษณะการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายของชาวบ้านในแถบนี้เลยอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-098.JPG

และด้วยความที่พิมไม่ได้หาข้อมูลมาก่อนเลยว่า .... ที่เค้าบอกว่าพระอาทิตย์ตกที่พระบรมธาตุศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรีนั้นสวยมากนั้น ตกข้างไหน?  ข้างหน้าหรือข้างหลังหรือข้างๆ พระธาตุหรือยังไง?   บวกกับความที่พิมไม่ได้เป็นคนช่างสังเกตุเอาซะเลย - -"   พิมก็เลยยืนชมวิวไปเรื่อย ๆ พร้อมกับยืนรอว่าเมื่อไหร่พระอาทิตย์จะตกซะทีน๊าาาาาาาา

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-099.JPG

จนสุดท้าย - -" เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงราว  6 โมงเย็น (ความรู้สึกช้ามากๆ)   พิมถึงได้รู้ว่าพระอาทิตย์มันตกอีกข้าง ไม่ใช่ข้างนี้อ่ะค่ะ - -"   (ข้างนี้เป็นทิศตะวันออก)  ทำเอาพิมแอบเซ็งในความไม่ฉลาดของตัวเอง   แต่นั่นแหละพอรู้ตัวว่าพระอาทิตย์มันตกอีกข้าง  พิมก็รีบวิ่งไปฝั่งตรงข้ามทันที (ฝั่งตะวันตก-ด้านหลังพระธาตุ)   แต่ปรากฎว่าฝั่งตรงข้ามนั้นมีแต่ต้นไม้มึดเต็มไปหมดเลยค่ะ หาที่ส่องพระอาทิตย์ไม่ได้สักนิด หรือพิมหาไม่เจอเองก็ไม่รู้    พิมก็เลยไม่รู้จะทำยังไง เลยตัดใจ และบอกกับคุณสามีว่าว่างั้นไปส่องพระอาทิตย์ตกระหว่างทางกลับไปลิตเติ้ลโฮมก็ได้  เพราะงั้นแล้วก็เลยบอกพี่เสกสรรค์กับคุณสามีว่างั้นเรากลับกันดีกว่าค่ะก่อนที่จะมึดไปกว่านี้

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/07.JPG

และระหว่างทางจากพระบรมธาตุไปยังลิตเติ้ลโฮม ... พิมก็ได้เห็นกับพระอาทิตย์ตกที่เค้าว่ากันว่าสวยมาก ... ด้วยอ่ะค่ะ   ซึงภาพที่ถ่ายมาเนี่ยเป็นภาพขณะตอนพิมอยู่บนรถและรถกำลังแล่นอยู่ .... จริงๆ ความต้องการของพิม พิมอยากให้พี่เสกสรรค์เค้าจอดรถให้ พิมจะได้เดินลงไปถ่ายภาพให้ชัดๆ กว่านี้  แต่ก็เข้าใจดีค่ะว่าไหนทางจะชัน ไหนทางจะคดเคี้ยว ไหนจะมึดอีก ... รวมแล้วมันอันตรายเกินกว่าจะให้พี่เค้าจอดรถได้ ก็เลยยอมที่จะถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกเอาจากบนรถ แม้จะไม่สวยเท่าไปยืนนิ่งๆ ถ่าย แต่ก็สวยมากในความรู้สึกพิมอ่ะค่ะ ^__^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-100.JPG

จากพระบรมธาตุฯ ใช้เวลาประมาณ 10 กว่านาที พี่เสกสรรค์ก็พาเรามาถึงหมู่บ้านสันติคีรีล่ะค่ะ  แต่พิมกับคุณสามีไม่ได้ตรงไปเช็คอินที่ลิตเติ้ลโฮมเลย แต่ได้ขอให้พี่เสกสรรค์พาเราไปที่ร้านอาหารที่ชื่อว่าร้าน "อิ่ม"  (เจ้าเก่า) ก่อนเพื่อไปทานข้าวมื้อเย็นน่ะค่ะ   คือแม้ร้านจะปิดดึก แต่พิมไม่อยากไปเช็คอิน แล้วต้องมารบกวนพี่คนขับเค้าอีก

โดยร้านอิ่มเจ้าเก่านี่เป็นคนละร้านกับร้านน้องอิ่มนะคะ  เดิม 2 ร้านตั้งอยู่ใกล้กัน  แต่ตอนหลังมานี่ร้านอิ่มเจ้าเก่าเค้าย้ายมาตั้งอยู่ที่ด้านหลังตลาดชุมชนฯ  แทนซึ่งขอบอกว่าที่ตั้งร้านนั้นอาจจะหายากสักหน่อย เพราะอยู่ในมุมค่อนข้างอับ  แต่ถ้าได้มาที่นี่ ... เพื่อน ๆ จะไม่ผิดหวังกับรสชาติของอาหารเลยค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-101.JPG

บรรยากาศภายในร้านอิ่มเจ้าเก่าก็จะเป็นแบบสไตล์จีนๆ  อ่ะนะคะ มีโต๊ะกลมตัวใหญ่  มีเก้าอี้โดยรอบ บางโต๊ะก็จะเป็นโต๊ะแบบหมุนตรงกลางโต๊ะได้ .... ซึ่งตอนพิมไปถึงเนี่ย ก็มีคนอยู่ในร้านประมาณ 3 โต๊ะค่ะ จึงเหลือโต๊ะว่างอยู่ประมาณ 7 โต๊ะ พิมไม่รู้จะเลือกโต๊ะไหนดี ก็เลยเลือกนั่งโต๊ะหน้าสุดเลย  และพอนั่งปุ๊บ น้องพนักงานในร้านซึ่งหน้าตาอ่อนเยาว์มาก ถ้าเรียนอยู่ก็น่าจะสัก ม. ต้นได้อ่ะค่ะ ก็เอาเมนูอาหารมายื่นให้พิมพร้อมถามด้วยด้วยคำพูดไทยๆ แต่สำเนียงจีนว่า สั่งอะไรดีค๊ะ ^__^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-103.JPG

ซึ่งเมนูในร้านอิ่มเนี่ย เค้าก็จะมีหลายอย่างค่ะ แต่ก็จะเป็นสไตล์อาหารจีนยูนนานนั่นแหละ เช่น ขาหมูน้ำแดง หมั่นโถ ไก่ดำตุ๋น เป็ดอบใบชา หมูเส้นผัดพริกหวาน (อันนี้นึกถึงการ์ตูนเรื่องยอดกุ๊กแดนมังกรเลย หุหุ)  โดยในอาหารแต่ละอย่างก็จะมีให้เราเลือกว่าจะสั่งในขนาดไหน เช่น ขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือจะเป็นขนาดใหญ่   (แต่บางอย่างเช่นหมั่นโถหรือยำใบชาหรือเป็ดอบใบชา ก็จะมีขนาดเดียวนะคะ)

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-102.JPG

และเมื่อเราสั่งอาหารไปแล้ว สักแป๊บน้องพนักงานเสริฟเค้าก็จะยกถ้วยน้ำจิ้มมาให้พิมกับคุณสามีคนละถ้วยอ่ะค่ะ  ซึ่งพิมลองเอาช้อนตักขึ้นมาชิมดู ก็รู้สึกว่าอร่อยดีค่ะ รสชาติเปรี้ยวหวาน  แต่เปรี้ยวไม่มาก และหวานไม่มากน่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-104.JPG

จากนั้นเมื่อนั่งรอไปอีกสักแป๊บ น้องพนักงานเค้าก็เอาขาหมูน้ำแดง (หรือที่พิมมักจะเรียกติดปากว่าขาหมูยูนนาน)  มาเสริฟค่ะ ^___^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-105.JPG

ซึ่งเจ้าขาหมูน้ำแดงเนี่ย พิมขอบอกเลยว่า เป็นขาหมูที่นุ่มมากก.ก.ก.ก ค่ะ แต่ไม่เปื่อยเกิน รสกำลังดีไม่เค็มไม่หวานเกิน หอมเครื่องเทศ  (แต่ไม่ฉุน)  พอกินผักกาดดองที่รสชาติที่รสชาติกลางๆ ราดด้วยน้ำจิ้มเปรี้ยวหวานอีกเล็กน้อย แนมด้วยกระเทียมสักกลีบ พริกสักเม็ด .... ออกมามันอร่อยมากเลยอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-106.JPG

ยิ่งเมื่อได้กินกับหมั่นโถที่ทางร้านนึ่งมาให้ร้อนๆ  2 ลูก  ... ก็ยิ่งอร่อยมากขึ้นไปอีกค่ะ  อร่อยจนจนพิมแอบคิดว่าถ้าเอารถมาเอง คงสั่งแล้วใส่แช่ในกระติกน้ำแข็งกลับไปฝากคนที่บ้านแล้วอ่ะค่ะ ^__^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-108.JPG

แต่ความอร่อยยยังไม่หยุดอยู่เท่านั้น .... จานนี้คือ "เห็ดหอมทอด" ค่ะ ตอนที่สั่งไม่ได้คิดอะไร แต่เคยอ่านจากในเนตเค้าบอกว่าเห็ดหอมทอดซีอิ๊วที่รานอาหารบนดอยแม่สลองนั้นอร่อยมาก ก็เลยลองสั่งมาชิมดู  ปรากฎว่าพอได้ชิมถึงขั้นเพ้อค่ะ  เพราะมันอร่อยจริงๆ   โดยตัวเห็ดหอมกรอบนั้นคาดว่าทางร้านใช้เห็ดหอมสดค่ะ แต่ไม่รู้ว่าเค้าทอดแบบไหนยังไง แต่ทอดได้ออกมาชนิดที่กรอบนอกนุ่มใน  เปรี้ยวนิด ๆ เค็มกลางๆ แต่หอมซีอิ๊ว และหอมน้ำมะนาวสด ๆ ที่เราบีบลงไป สุดๆ เลยค่ะ .... เรียกว่าอร่อยจนตอนนั้นต้องนั่งละเลียดกินเพราะกลัวหมด - -"  แต่ครั้นจะสั่งอีกจานกระเพาะก็รับไม่ไหวแล้ว  หรือถ้าจะสั่งให้เค้าห่อกลับไปทานที่บ้านพัก ก็คาดว่าจะไม่อร่อยเหมือนทานที่ร้านนี่แน่นอน ก็เลยขอทานเท่านี้ล่ะกันน่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-107.JPG

สุดท้ายก็เป็นหมี่ผัดยูนนาน ... ซึ่งเจ้าหมี่ผัดเนี่ยบอกตามตรงว่าตอนสั่งไปไม่ได้คิดอะไรค่ะ  คิดแต่ว่ามันก็คงจะน้อย ๆ เหมือนในกรุงเทพฯ   แล้วระหว่างที่กินขาหมูกับเห็ดหอมทอด ก็กินด้วยความเพลิดเพลินโดยไม่ได้คิดถึงเจ้าผัดหมี่นี่เลยค่ะ  แถมพอกินทั้งขาหมู หมั่นโถวและเห็ดหอมทอดหมด  ผัดหมี่ก็ยังไม่มา ก็เลยไม่ได้คิดว่าตัวเองสั่งอะไรไปอีก (คือคิดว่าสั่งไปแค่ 2 อย่าง)   แต่ด้วยความที่อิ่มมากก็เลยนั่งพักท้องกับคุณสามีค่ะ  แต่แล้วจู่ ๆ ผัดหมี่จานนี้ก็ถูกนำมาเสริฟก็เลยเพิ่งนึกได้ว่า เอ่อ.อ. เราสั่งผัดหมี่ไปด้วยนี่นา  แถมพอผัดหมี่จานนี้มาก็แอบตะลึงมองหน้ากันไปมา 2 คนค่ะว่า แล้วเราจะเอาพุงที่ไหนไปใส่เนี่ย แบบว่าจานละ 80 บาทก็จริง แต่ปริมาณเหมือนกินได้สัก 3 คนอ่ะค่ะ   เรียกว่าถ้าพิมกับคุณสามีไม่กินขาหมูกับเห็ดหอมทอด แต่กินเฉพาะผัดหมี่นี่ก็ยังอิ่มได้ ...... สรุปสุดท้ายแล้วพิมกับคุณสามีก็กินผัดหมี่จานนี้ไปได้แค่นิดเดียว ที่เหลือก็รบกวนให้ทางร้านเค้าช่วยห่อให้พิมเอากลับไปไว้กินเป็นรอบดึกน่ะค่ะ ^__^

และท้ายสุดเมื่อเรียกเด็กมาเก็บเงิน พิมก็จ่ายค่าเสียหายไปทั้งหมด 330 บาทจ้า

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-109.JPG

อ้อ ๆ เกือบลืม ... ระหว่างที่นั่งทานขาหมูที่ร้านอิ่มอยู่  ทางคุณน้าผู้หญิง เจ้าของลิตเติ้ลโฮมก็โทรมาหาพิม ถามว่าใช่คุณเรวดีไหมค่ะ ... แล้วเดินทางถึงไหนแล้วยังไง เพราะว่าเค้าเป็นห่วง เนื่องจากพิมเคยโทรบอกเค้าว่าไม่เคยขึ้นมาดอยแม่สลอง เค้าก็เลยกลัวว่าหากพิมขับรถมาเองแล้วมาเจอมึดกลางทาง พิมอาจจะมีปัญหาในการขับรถก็ได้น่ะค่ะ   แต่พอทางเค้ารู้ว่าพิมอยู่บนดอยแม่สลองแล้ว แต่ที่ยังไม่ได้ไปเช็คอินทั้งที่เกือบจะทุ่มนึงแล้วก็เพราะว่าพิมยังทานข้าวอยู่  เค้าก็บอกว่างั้นไม่เป็นไร รู้ว่าอยู่บนแม่สลองแล้ว เค้าก็หมดห่วงอ่ะค่ะ

เพราะงั้นพอพิมทานข้าวเย็นเสร็จ ตอนแรกที่พิมว่าจะแวะไปเซเว่นสักหน่อยเพื่อซื้อถุงเท้าให้คุณสามีสักคู่ เนื่องจากอากาศบนดอยแม่สลองเย็นมากแต่พิมไม่ได้เอาถุงเท้าคุณสามีมา - -"   แต่พิมก็เปลี่ยนใจไปเช็คอินที่ลิตเติ้ลโฮมก่อนค่ะ เพราะไม่อยากให้ทางลิตเติ้ลโฮมเค้ารอนานไปกว่านี้

ซึ่งพอพี่เสกสรรค์ขับรถพาพิมกับคุณสามีไปถึง ยังไม่ทันเปิดประตูรถเลย ก็มีผู้ชายคนนึง ไม่แน่ใจว่าเป็นลูกของเจ้าของลิตเติ้ลโฮมหรือเปล่า มายืนรอที่หน้าประตูรถ แล้วพอพิมเปิดตูออกไป เค้าก็ถามทันทีว่าใช่คุณเรวดีไหมครับ  พอบอกว่าใช่ เค้าก็บอกว่าทางลิตเติ้ลโฮมกำลังรออยู่พอดี  ซึ่งพอพิมได้ยินอย่างนั้นก็หน้าบานค่า แบบว่าเนีอะ คนเราอ่ะ พอมีใครสักคนบอกว่ารอเราอยู่ แม้มันจะเป็นธุรกิจ แต่ก็รู้สึกดีใจอ่ะค่ะ ^__^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-111.JPG

จากนั้นเค้าก็พาพิมไปที่ห้องพักที่อยู่ด้านหลังทันทีเลยค่ะ  โดยเล่าให้พิมฟังด้วยว่า เนื่องจากการพักในวันนี้มีพิมจองมาเป็นคนแรก พิมก็เลยได้ห้องแรกไปซึ่งเป็นห้องที่วิวดีมาก สามารถนั่งชมพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าได้จากหน้าห้องเลยอ่ะค่ะ ซึ่งพอพิมได้ฟังดังนั้นก็แอบดีใจ ^^

:: เพิ่มเติม :: สำหรับคนที่นำรถส่วนตัวมาหรือจ้างรถมา  หากพักที่ลิตเติ้ลโฮม  ก็สามารถนำรถมาจอดที่ลานจอดรถเล็ก ๆ (จอดได้ 3 - 4 คัน) ตรงหน้าลิตเติ้ลโฮม หรือจะจอดที่หน้าบานตามในภาพด้านล่างนี่ได้เลยค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-112.JPG

ห้องพักของลิตเติ้ลโฮมนั้น ... จะว่าไปแล้ว มี 2 แบบด้วยกันค่ะ แบบแรกเป็นห้องพักที่เรียกว่า Guesthouse  จะอยู่บนชั้น 2 ของบ้านพักด้านหน้าน่ะค่ะ ซึ่งถ้าจำไม่ผิดมีอยู่ 4 ห้องด้วยกัน  ซึ่งห้องพักแบบ  Guesthouse นี่จะมีแค่ที่นอนกับผ้าห่มและน้ำดื่มให้ ส่วนเครื่องใช้อื่นๆ รวมไปถึงพวกทีวี เครื่องทำน้ำอุ่นพวกนี้จะไม่มีให้อ่ะค่ะ และที่สำคัญไม่มีห้องน้ำในตัว  หากใครต้องการจะอาบน้ำหรือทำธุระส่วนตัวก็สามารถลงมาทำได้ที่ห้องน้ำซึ่งอยู่ที่ชั้น 1 น่ะค่ะ   แต่ห้องพักแบบนี้จะมีราคาถูก ถ้าหน้า Low ก็จะอยู่ที่ห้องละ 200 บาทต่อคืน แต่ถ้าหน้า Hi ก็จะอยู่ที่ 300 บาทต่อคืนค่ะ

ส่วนห้องพักแบบที่ 2 เป็นห้องพักแบบบังกาโล คือเป็นบ้านหลังๆ ขนาด 1 ห้องค่ะ โดยห้องพักแบบนี้จะมีห้องน้ำในตัวด้วย  มีเครื่องทำน้ำอุ่น (แบบใช้แก๊ส) และมีของใช้ส่วนตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้อ่ะค่ะ  โดยห้องพักแบบนี้หน้า Low ค่าห้องจะอยู่ที่ 500 บาทและหน้า Hi จะอยู่ที่ 800 อ่ะค่ะ ^___^

โดยห้องพักแบบบังกาโล ก็จะเป็นห้องพักที่พิมเลือกพักในวันนี้อ่ะนะคะ  หน้าตาภายในห้องพักก็จะเป็นอย่างในภาพด้านล่างเลยค่ะ  ซึ่งของจริงจะสวยและดูดีกว่าในภาพนี้มาก แต่กล้องพิม+ฝีมือพิมถ่ายออกมาได้ดูดีเท่านี้แหละค่ะ - -"

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-113.JPG

หลังจากเอาข้าวของสัมภาระต่าง ๆ เข้าไปเก็บไว้ในห้องพัก และจัดการทำธุระส่วนตัวเรียบร้อย คุณสามีก็ชวนออกไปถ่ายดาวค่ะ  เพราะว่าคุณสามีเค้าตั้งใจมากที่จะมาถ่ายดาวที่นี่ เพราะในกรุงเทพฯ ความสว่างจากแสงไฟมีเยอะ ก็เลยไม่เคยสามารถถ่ายออกมาได้ดีซะที   แต่ปรากฎว่าที่ดอยแม่สลองนี้แม้จะสว่างไม่เท่าที่กรุงเทพฯ  แต่ก็สว่างมากพอควรเลยค่ะ ส่วนพื้นที่ไหนหรือถนนไหนที่ไม่สว่างไม่มีไฟเลย พิมกับคุณสามีก็ไม่กล้าเดิน เพราะมันมึดมากซะจนกลัวมีอันตราย .... ก็เลยเปลี่ยนใจจากถ่ายดาว มากินกาแฟร้อน ๆ กันแทนค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-117.JPG

โดยที่หน้าลิตเติ้ลโฮมเนี่ย เค้าจะมีร้านขายเครื่องดื่มอยู่ร้านนึงค่ะ ซึ่งก็จะขายพวกกาแฟร้อน เบียร์ อาหารกับแกล้มอะไรประมาณนี้ ..  ซึ่งบรรยากาศในร้านก็จะแบบชิลด์ๆ  และโดยส่วนใหญ่แต่ละโต๊ะที่มานั่งก็จะเป็นชาวต่างชาติ เป็นฝรั่ง เป็นญี่ปุ่น เป็นจีนบ้าง  ทำให้ทั้งร้านมีพิมกับคุณสามีเป็นคนไทยแค่ 2 คนค่ะ ^__^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-114.JPG

ซึ่งแอบขำนิดนึงตรงที่ระหว่างพิมกับคุณสามีนั่งจิบกาแฟร้อนกันไป (แก้วละ 15 บาท) คุณสามีก็ตั้งกล้องถ่ายดาวไปด้วย  (นั่งโต๊ะที่อยู่ด้านนอก-ริมระเบียง ไม่มีหลังคา)  แล้วนักท่องเที่ยวที่เป็นฝรั่งโต๊ะทางด้านซ้ายมือในรูปด้านบน ก็หันมามองตลอดเป็นระยะ ๆ ค่ะ แล้วเค้าก็ถามกันไปมาว่า  "นั่นเค้าทำอะไรอ่ะ"

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-115.JPG

ซึ่งตอนแรกพิมก็กะจะเดินไปบอกเค้าแล้วค่ะว่าถ่ายรูปดาว   แต่คุณสามีบอกว่าอย่าเลย  เกิดเค้าเห็นเราพูดภาษาอังกฤษประโยคได้ แล้วเค้าอยากชวนคุยขึ้นมา  พิมจะไปไม่เป็นเอาน๊าาา ...... พิมก็เลยคิดว่าไม่ไปดีกว่าค่ะ ฮ่ะๆ  เพราะภาษาอังกฤษของพิมเนี่ย แค่พอสื่อสารได้ประโยคสั้นๆ เท่านั้นเอง  หากเป็นประโยคยาว ๆ มา พิมตายสถานเดียวค่ะ - -"

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-116.jpg

และหลังจากใช้เวลาในการจิบกาแฟอยู่ครึ่ง ชม. กว่า ....   ราวๆ 3 ทุ่มพิมกับคุณสามีก็คิดว่าได้เวลาที่เราจะไปอาบน้ำและนอนหลับพักผ่อนกันแล้วแหละ  เพราะว่าเมื่อเช้าก่อนที่จะเดินทางมาเชียงรายนี่ พิมกับคุณสามีตื่นกันตั้งแต่ตี 4 กว่าๆ   แถมตะลอนมาทั้งวันโดยไม่ได้หยุดพัก   หากไม่รีบนอนซะแต่เนิ่น ๆ ร่างกายมันจะล้า และอาจจะส่งผลให้การเที่ยวในวันหลัง สนุกน้อยลงด้วย  ....  ซึ่งพอคิดได้ดังนั้นพิมก็เลยจัดการจ่ายค่าเสียหายไปทั้งหมด 30 บาท ก่อนจะเดินกลับไปยังบ้านพักเพื่ออาบน้ำอาบท่าและพักผ่อนตามอัธยาศัยค่ะ ^__^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-118.JPG

อ้อ ... เกือบลืม ก่อนจะจบวันนี้ หลายคนคงสงสัยว่าแล้วอากาศบนดอยแม่สลองตอนช่วงที่พิมไปเป็นยังไง (16-19 มกรา 56)  หนาวมากน้อยแค่ไหม  พิมก็ขอตอบว่าตอนกลางวันก็อากาศเย็นนิดๆ ค่ะ ไม่ได้หนาวอะไร เดินใส่เสื้อยืดแขนสั้นได้สบาย ๆ   แต่พอหัวช่วงเย็น อากาศก็จะเริ่มเย็นล่ะค่ะ  พอค่ำหน่อยสัก  2 ทุ่มก็จะเริ่มหนาวจนต้องใส่เสื้อกันหนาวแล้ว  และยิ่งดึกก็จะยิ่งหนาวมากค่ะ    .....  เวลาอาบน้ำต้องอาบน้ำน้ำอุ่นเพราะทนความเย็นจากน้ำไม่ไหว - -"  (แต่ชาวบ้านเค้าก็คงอาบน้ำธรรมดากัน)   และก่อนนอนก็ต้องเดินออกจากบ้านพักไปปิดหน้าต่างไม้ทุกบาน (มี 6 บาน) เพราะกลัวว่าดึกๆ ลมจะพัดเข้ามาแล้วจะหนาวมากขึ้น   ... พิมไม่อยากตื่นในตอนที่ยังไม่ถึงเวลาตื่นเพราะความหนาวน่ะค่ะ

แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วลมไม่มีเลยค่ะ  แถมพอสักตี 4 ตี 5 อากาศจากหนาวๆ ก็จะเริ่มอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนพิมที่ก่อนนอนใส่อุปกรณ์กันหนาวซะเต็มสตีม ไม่ว่าจะเสื้อกันหนาว ถุงมือ ถุงเท้า แถมปิดหน้าต่างทุกบานอีก .... ต้องตื่นขึ้นมาตอนเกือบๆ 6 โมงเช้าเพราะอึดอัดในความร้อนน่ะค่ะ - -"  เนื่องจากว่าหน้าบ้านพักของลิตเติ้ลโฮม หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ดังนั้นพอพระอาทิตย์ขึ้น อากาศก็จะอุ่นขึ้นด้วยอ่ะค่ะ  ดังนั้นแล้ว.... ใครที่ไปพักที่นี่ ก่อนนอนก็อย่าเอาอย่างพิมนะคะ  - -"

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/chiangrai-16Jan-110.JPG

ถึงตรงนี้ ..... ก็สรุปว่าการเดินทางท่องเที่ยวเชียงรายในวันที่ 1 ของพิมจบลงแล้ว  และในรีวิวถัดไปก็จะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวเชียงรายในวันที่ 2 นะคะ  ซึ่งในวันที่ 2 เนี่ยขอบอกว่าเพื่อน ๆ ที่สนใจต้องคอยติดตามชมนะคะ เพราะว่าพิมไปเที่ยวมาหลายที่ไม่ว่าจะเป็น ตลาดนัดชาวบ้าน  อนุสรณ์สถาน ดอยหมอกดอกไม้ จุดชิมวิว เอ๊ยยย ชมวิวบนดอยแม่สลอง  ไปเที่ยวไร่ชา 101  รวมถึงไปดอยตุงด้วยอ่ะค่ะ  แบบว่าแต่ละที่นี่เด็ดๆ มากเลย ส่วนจะเด็ดขนาดไหน พิมเจอเรื่องราวอะไรบ้าง มีภาพสวย ๆ มาฝากไหม ....... ก็คอยติดตามชมกันนะคะ เร็ว ๆ นี้แหละจ้า

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/16jan/013.jpg



เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

ครัวบ้านพิม on Facebook

Contents in English

สมาชิก