header



http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/000.jpg

หลังจากที่เมื่อคืนพิมนอนกอดผ้าห่มซะจนเต็มอิ่ม ^__^  เช้าวันนี้ ... วันที่ 2 ของการเดินทางมาเที่ยวเชียงรายในครั้งนี้ พิมก็เลยตื่นเช้าเป็นพิเศษค่ะ

จริง ๆ ตอนแรกเนี่ยพิมตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตั้งแต่ตอนตี 5 ครึ่งค่ะ  เพราะว่าผู้ชายคนที่มารับพิมที่รถเมื่อคืนนี้และพามาที่บ้านพักบอกพิมว่า ประมาณ 6 โมงเช้าหน่อยๆ  พระอาทิตย์จะขึ้นนะ สามารถนั่งดูจากหน้าห้องได้เลย สวยมากๆ .... พิมก็เลยตั้งปลุกไว้ตอนตี 5 ครึ่ง กะว่าล้างหน้าแปรงฟัน ทำธุระส่วนตัวสักราวๆ ครึ่งชั่วโมง  ก็น่าจะทันออกไปดูพระอาทิตย์ครึ่งตอน 6 โมงน่ะค่ะ

ป.ล. อากาศตอนเช้าในช่วงที่พิมไป (16-19 มกรา 56)  ไม่ค่อยหนาวเลยค่ะ ต่างจากตอนกลางคืนมาก  เพราะตอนกลางคืนหนาว  แต่เช้ามานี่แค่เย็นๆ  ชนิดที่ใส่เสื้อแขนยาวหน่อย ไม่ต้องเป็นเสื้อกันหนาวก็เอาอยู่ค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/little-home/little-home-26.JPG

แต่ปรากฎว่า 6 โมงก็แล้ว  6 โมงครึ่งก็แล้ว โอวัลตินก็หมดไป 1 แก้วแล้ว  แต่พระอาทิตย์ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะโผล่มาให้เห็น - -" .....  พิมก็เลยอาศัยช่วงเวลานี้กลับเข้าไปในห้องเพื่อเตรียมเสื้อผ้าสำหรับวันนี้ให้คุณสามี  และทยอยเก็บข้าวของอีกทั้งสัมภาระบางอย่างที่ไม่ได้ใช้ลงกระเป๋าเดินทาง   เพราะว่าเดี๋ยวหลังจากพิมดูพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว  พิมจะไปเดินชมตลาดชาวบ้านแถวๆ นี้พร้อมกับแวะหาอะไรกินเป็นข้าวเช้าสักหน่อย  ก่อนที่จะกลับมาเก็บข้าวของที่เหลือและเช็คเอ้าท์ตอนสัก 9 โมงครึ่งน่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/little-home/01.JPG

และหลังจากพิมร้องเพลงรอแล้วรออีก .... ประมาณ 7 โมงเช้ากับอีก 1 นาที พระอาทิตย์ดวงโตก็เริ่มโผล่พ้นขอบฟ้ามาให้พิมเห็นหน้าแล้วอ่ะค่ะ  ซึ่งของจริงนั้นสวยมาก (และเต็มดวงเร็วมาก)   แต่ .......... - -"  คุณภาพกล้องกับฝีมือคนถ่าย (พิม) มีน้อย ภาพก็เลยออกมาไม่ค่อยได้เรื่องอย่างในภาพด้านล่างนี่แหละค่ะ ยังไงถ้าเพื่อนๆ  อยากเห็นว่าของจริงสวยงามมากสักแค่ไหน เวลาไปเชียงรายก็อย่าลืมไปพักที่ดอยแม่สลองนะคะ ^___^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-002.JPG

หลังจากชื่นชมกับความงามของพระอาทิตย์ขึ้นอยู่พักนึง (ประมาณ 20 นาที) ราว ๆ 7 โมง 20 นาที  ก็ได้เวลาที่พิมจะชวนคุณสามีไปเดินตลาดเช้าบนดอยแม่สลองอ่ะค่ะ  ซึ่งตลาดแห่งนี้เนี่ยอยู่ห่างจากบ้านพักของลิตเติ้ลโฮมแค่ชั่วอึดใจ ประมาณว่าถ้าถือแก้วน้ำ 1 แก้ว แล้วเดินไปจิบไป น้ำยังไม่ทันหมดครึ่งแก้วก็ถึงตลาดแล้วอ่ะค่ะ

โดยจากบ้านพักที่พิมพักเนี่ย  (บ้านสีเหลืองอ่อน บนสุกในภาพด้านล่าง)  พิมก็เดินลงมาตามทางค่ะ  (ในภาพด้านซ้ายคือลิตเติ้ลโฮม ด้านขวาคือโรงแรมซินแซ)

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-004.JPG

จากนั้นก็เลี้ยวซ้ายหน้าโรงแรมซินแซเล็กน้อย ^__^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/little-home/little-home-28.JPG

แล้วเดินต่อมาอีกนิด  ... ก็จะเริ่มเจอกับตลาดเช้าบนดอยแม่สลองแล้วล่ะค่ะ ซึ่งที่ตลาดเช้าแม่สลองเนี่ยก็จะเป็นตลาดแบบบ้านๆ  มีตัวตลาดหลักก็คืออาคารที่หลังคาสูงกว่าเพื่อนที่มีผ้าใบสีฟ้าอยู่ด้านข้างน่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-006.JPG

ระหว่างเส้นทางเดินจากโรงแรมซินแสไปตัวตลาด ก็จะมีพ่อค้าแม่ค้าที่เป็นชาวเขาบ้าง ชาวจีนฮ่อบ้าง  นำพืชผัก เมล็ดพันธุ์พืช  ถั่วเมล็ดแห้ง และข้าวของต่างๆ  มาวางขายกันหลากหลาย

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-007.JPG

แม้ผักบางอย่างจะเป็นผักพื้นๆ ที่พิมเคยซื้อมาทำอาหารอยู่เป็นประจำ อย่างคะน้า ต้นหอม ... แต่พอมาเห็นของที่นี่แล้ว ก็อดตื่นตาตื่นใจไม่ได้ค่ะ ประหนึ่งว่าเห็นอัญมณีล้ำค่าทีเดียวเชียว อิอิ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-008.JPG

ที่ตื่นตาตื่นใจมากมายขนาดนี้ก็ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ  แบบว่าถ้าอยู่กรุงเทพฯ เนี่ย หากไม่ปลูกผักกินเอง กว่าผักจากชาวสวนจะมาถึงมือเราอย่างน้อยก็ใช้เวลา 1 วัน  (ชาวสวน-พ่อค้ารับซื้อ-พ่อค้าสี่มุมเมือง-คนซื้อมาขายปลีก-เรา)   แต่อันนี้เนี่ย เค้าถอนปุ๊บก็มาขายปั๊บเลย  แบบว่ารู้สึกได้ถึงความสดมากๆ เลย อีกอย่างก็คือผักที่นี่ต้นจะไม่ค่อยอวบอั๋นเหมือนผักกรุงเทพฯ  ดูแบบว่าโตตามธรรมชาติอะไรทำนองนี้ มันก็เลยดูน่ากินมากค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-011.JPG

ซึ่งถ้าหากว่าพิมเอารถมาเองหรือว่าวันนี้เป็นวันที่พิมจะกลับกรุงเทพฯ คาดว่าพิมก็คงซื้อติดไม้ติดมือกลับมาไม่ต่ำกว่า  5-10 อย่างอ่ะค่ะ ^__^

ป.ล. ผักส่วนใหญ่ที่เห็นขายเป็นกำ ๆ ละ 5 บาท

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/maesalong-market/maesalong-market-17.JPG

นอกจากผักต่างๆ ชาวบ้านเค้าก็ยังมีข้าว ถั่ว และงามาขายด้วยอ่ะค่ะ  อย่างในภาพนี่ก็จะเป็นข้าวเหนียวดำ ถั่วแดงชนิดเม็ดกลม  ถั่วดำ และก็งาขี้ม่อนค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-012.JPG

นอกนั้นก็ยังมีหัวมัน หัวเผือก....... ด้วยนะคะ  (ราคาเท่า ๆ กรุงเทพฯ)

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-013.JPG

หรือหากใครหิวมากล่ะ  ไม่อยากซื้อของไปทำกับข้าวล่ะ ประมาณว่ารอไม่ไหว ........  ที่ตลาดเช้าดอยแม่สลองแห่งนี้ก็มีอาหารสำเร็จรูปขายด้วยค่ะ ไม่ว่าจะอาหารหนักท้องหรือขนมหวานก็มีทั้งหมด

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-014.jpg

อย่างร้านในภาพด้านบนนี่น่าจะเป็นร้านที่ขายดีที่สุดในตลาดแล้วอ่ะมั้งค่ะ  เพราะเห็นคนมามุงตลอด  ร้านนี้เค้าก็จะขายอาหารหนักท้องอย่างผัดซีอิ๊ว ผัดหมี่

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-016.JPG

และขายขนมอย่างข้าวต้มหัวหงอก กับขนมอะไรอีกอย่างซึ่งพิมไม่แน่ใจว่าเรียกว่าอะไรน่ะค่ะ - -"

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-015.JPG

หรือหากไม่อยากทานอาหารหนัก ไม่อยากทานขนม อยากได้เป็นผลไม้ที่ตลาดนี้ก็มีนะคะ  ไม่ว่าจะเป็นส้มจีน  มะม่วง

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-017.JPG

เชอรี่ดอยที่รสเปรี้ยวนำหวาน (กาละมังละ 20 บาท)

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-018.JPG

หรือแม้กระทั่งพุทรานมสด .... อันนี้ก็มีอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-019.JPG

ส่วนตัวพิม ... หลังจากเดินชมตลาดอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง  ก็ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันมาสักเท่าไหร่  นอกจากขนมข้าวต้มหัวหงอก กับเชอรี่ดอยอย่างละ 20 บาทน่ะค่ะ  ^__^  .... แต่ว่าก่อนที่จะกลับไปยังบ้านพัก พิมผ่านร้านขายเต้าหู้ยี้ยูนนานร้านนึง  ก็นึกได้ว่าสมัย 2-3 ปีก่อน มีน้าผู้หญิงคนนึงชาวจีนยูนนานนี่แหละ  เค้าไปใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพฯ มีอาชีพขายถุงเท้าอยู่ที่ตลาดนัดแถวบ้านพิม และค่อนข้างสนิทกับที่บ้านพิมพอประมาณ   แล้วเวลาเค้ากลับมาบ้านที่เชียงรายเนี่ย  (แต่ไม่รู้อำเภอไหน)  เค้าก็จะเอาเต้าหู้ยี้ยูนนานกลับไปฝากพิมกับแม่ทุกที   ซึ่งแม่และพิมชอบมาก เพราะว่ามันเป็นเต้าหู้ยี้ที่ไม่ได้มีแต่รสเค็มอยากเดียว จะมีรสเผ็ดด้วย มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ ด้วย ซึ่งอร่อยมากค่ะ   ....  พอพิมได้มาเชียงรายเอง ได้เจอร้านเต้าหู้ยี้แบบบ้านๆ อย่างนี้ ก็เลยอดที่จะแวะซื้อแบบกระปุกใหญ่กลับไปฝากคนที่บ้านไม่ได้น่ะค่ะ

:: เพิ่มเติม :: แต่เต้าหู้ยี้ร้านนี้กับเต้าหู้ยี้ที่น้าผู้หญิงคนนั้นเอามาฝาก ความอร่อยเป็นคนละเรื่องกันเลยค่ะ ที่น้าผู้หญิงเอามาฝาก เมื่อเปิดกระปุกกลิ่นจะหอมเด่นมาเลย แล้วรสชาติก็เค็มเผ็ดกำลังดี  เจือหวานเล็กน้อย  แต่อันที่พิมซื้อมานี่ ไม่ค่อยอร่อยและไม่ค่อยหอมค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-020.JPG

นอกเหนือจากเต้าหู้ยี้แล้ว ที่ร้านนี้ก็ยังมีขายผักดอง มีขายกุนเชียงยูนนาน  และมีหมูน้ำค้างด้วยอ่ะค่ะ

สำหรับ "หมูน้ำค้าง"  หรือ "กังปา"   หลายคนอาจจะงงว่าคืออะไร  หมูน้ำค้างเป็นกรรมวิธีในการถนอมเนื้อสัตว์อย่างนึงของชาวจีนยูนนานน่ะค่ะ  โดยการนำเนื้อสัตว์ที่ต้องการเก็บไว้กินนานๆ  เช่น หมู แพะ แกะ มาหั่นเป็นชิ้นใหญ่พอประมาณ นำไปหมักกับเครื่องเทศ แล้วนำมานวดกับเกลือในอัตราส่วนที่เหมาะสม (แต่ปัจจุบันเหมือนจะเหลือแต่ใช้เกลืออย่างเดียว)  จากนั้นนำไปแขวนตากไว้กลางแจ้งบนที่สูงที่สุดเท่าที่จะสูงได้  เพื่อให้ปลอดภัยจากสัตว์ แมลงวัน และก็ฝุ่นละออง เป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ค่ะ   โดยการทำหมูน้ำค้างเนี่ยเค้าจะทำกันเฉพาะในฤดูหนาวซึ่งเป็นฤดูที่กลางวันมีแดดแรง และกลางคืนก็มีน้ำค้างลงจัด จึงจะทำให้เนื้อนั้นแห้งจากข้างนอกเข้าไปถึงข้างในโดยไม่มีการเน่าเสียอ่ะค่ะ

โดยเนื้อสัตว์ 1 กิโลกรัม เมื่อทำเสร็จแล้ว จะเหลือน้ำหนักประมาณ 1/2 กิโลเท่านั้นอ่ะค่ะ หรือบางทีถ้าทิ้งไว้จนแห้งมากๆ  อาจจะเหลือไม่ถึง 1/2 กิโลก็เป็นได้   ซึ่งหมูน้ำค้างเนี่ยเมื่อทำสำเร็จแล้วก็เสมือนหนึ่งหมูเค็มอะนะคะ   เอามาทอดกินกับข้าว หรือจะนำไปทอดแล้วไปใช้ผัดผักต่างๆ ต่อก็ได้ค่ะ ^___^

ส่วนกุนเชียงยูนนานก็คล้ายกุนเชียงของบ้านเรา แต่เท่าที่พิมได้ชิมมา จะมีกลิ่นและรสออกไปทางหมูเค็มมากกว่านะคะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/maesalong-market/maesalong-market-29.JPG

แล้วหลังจากช๊อปปิ้งแบบเล็ก ๆ น้อยๆ เสร็จ ... พิมแอบดูเวลาที่มือถือ ก็พบว่ามันใกล้จะ 8 โมงแล้ว แต่พิมกับคุณสามียังไม่ได้กินข้าวเช้ากันเลย คือตอนแรกเนี่ยคิดว่าที่ตลาดนัดเช้าจะมีอะไรให้พอทานได้บ้างค่ะ  ซึ่งจริงๆ ลำพังพิมก็มีอะไรที่ทานได้นั่นแหละค่ะ แต่ของคุณสามีนี่ไม่มีอะไรเลยที่เค้าชอบ  พิมกับคุณสามีก็เลยคิดว่าจะลองไปถามที่ลิตเติ้ลโฮมดูว่าเค้ามีอาหารเช้าไหม  เผื่อมีจะได้ฝากท้องที่นั่นน่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-021.JPG

แล้วระหว่างทางที่พิมเดินกลับ .... พิมเห็นเด็กน้อยชาวจีนคนนึงที่พ่อของเค้าเอาเค้าใส่ผ้าขาวม้าแล้วสะพายไว้ทางด้านหลัง ... น่ารักดี

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-030.JPG

พิมก็เลยเดินเข้าไปกะจะขอพ่อเค้าถ่ายรูปสักหน่อยค่ะ  ^__^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/903.JPG

แต่ปรากฎว่ายังไม่ทันได้ถ่ายเลย คุณยายของเด็กซึ่งนั่งขายเครื่องประดับชาวเขาอยู่ระหว่างลิตเติ้ลโฮมกับโรงแรมซิสแซ  (หญิงใส่ชุดชาวเขาในภาพด้านล่าง) ก็เดินยิ้มเข้ามาหาพิม แล้วชู 2 นิ้ว พร้อมกับพูดว่า 20 บาท ..... ทำเอาพิมงงๆ เล็กน้อย แต่ก็ให้ไปค่ะ ถือว่าเป็นค่าแบบ ^__^   แต่ก็อดนึกไปถึงตอนไปดอยปุยที่เชียงใหม่ไม่ได้เลยว่า  ที่ดอยปุยมีแบบนี้ มาเชียงรายก็มีแบบนี้ด้วยอ่ะ หุหุ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-036.JPG

จากนั้นพิมกับคุณสามีก็เดินไปที่ลิตเติ้ลโฮมเพื่อจะหาอาหารเช้าทานกันล่ะค่ะ   ซึ่งตัวบ้านลิตเติ้ลโฮมยามเช้าเนี่ย ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนว่าอยู่บ้านตัวเองเป็นอย่างมากเลยค่ะ   แต่น่าเสียดายที่เจ้าของ (คุณลุงสมบูรณ์) บอกว่าปลายปีนี้อาจจะยุบห้องพักแบบ guesthouse ลง คงเหลือไว้แต่แบบบังกะโล เพราะมันมีปัญหาหลายอย่าง  เช่นปัญหาเรื่องห้องน้ำ ปัญหาเรื่องเสียงน่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/902.JPG

และเมื่อเดินไปถึงลิตเติ้ลโฮม .... พิมกับคุณสามีก็เลือกหาโต๊ะนั่งแหละค่ะ  ณ เวลานั้นแดดส่องทุกโต๊ะ  เพราะงั้นโต๊ะไหนก็ได้ค่ะ มีค่าเหมือนกันหมด

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-029.JPG

หลังจากเลือกโต๊ะได้แล้ว ก็ขอเมนูจากทางคุณลุงมาดูค่ะว่าอาหารเช้าของที่นี่น่ะมีอะไรบ้าง  ...

เนื่องจากว่าลิตเติ้ลโฮมให้บริการบ้านพักเป็นหลัก ส่วนอาหารนั้นเป็นเรื่องเสริม  ดังนั้นแล้วไม่ว่าอาหารเช้าหรืออาหารเย็นของที่ลิตเติ้ลโฮมจะมีน้อยมากค่ะ  น้อยมากชนิดที่แบบว่าดูเมนูแล้วไม่ต้องคิดอะไรเลย คือถ้าอยากกินข้าวก็มีแต่ข้าวต้ม  แต่ถ้าอยากกินแบบฝรั่งก็มีเป็น set ABF น่ะค่ะ หรือถ้าอยากกินแต่กาแฟอย่างเดียวก็มีกาแฟให้  หรือถ้าไม่ชอบที่บอกมาทั้งหมดเลย อยากกินอะไรเฟรสๆ  ก็มีน้ำส้มคั้น ....... เท่านี้เองค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-025.JPG

ซึ่งหลังจากพิมกับคุณสามีนั่งดูเมนูอยู่แป๊บนึง ก็สั่งข้าวต้มหมูกับไก่กันไปคนละถ้วยค่ะ  แล้วก็นั่งรอ.อ.อ.อ.อ. ร๊อออ.อ.อ.อ. รออออ

:: เพิ่มเติม :: ชาร้อนในภาพด้านล่าง ไม่ต้องสั่งค่ะ ทางคุณลุงมีให้ฟรีเลย แถมมาเติมให้ตลอด

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-024.jpg

ระหว่างรอ ... คุณสามีก็เช็คเฟส เช็คเมล์งานไปเรื่อย

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-027.JPG

ส่วนพิมตอนแรกก็นั่งดูรูปที่ถ่ายเมื่อเช้าไปเรื่อย ๆ ค่ะ  แต่ผ่านไป 10 นาทีแล้วข้าวยังไม่มี และยังไม่มีวี่แววจะมา ก็เลยเกิดอาการหิวมาก.ก.ก.  - -"  เลยหยิบขนมที่ซื้อจากตลาดขึ้นมากินค่ะ  ซึ่งตอนแรกก็ไม่กล้ากิน แต่คุณลุงเจ้าของร้านเค้าบอกว่าทานได้เลยไม่มีปัญหา ... ก็เลยพอจะได้ขนมรองท้องอยู่ค่ะ

:: เพิ่มเติม :: รสชาติขนมค่อนไปทางจืด แม้จะโรยน้ำตาลมาแล้ว แต่ก็ไม่ค่อยหวานเท่าไหร่ค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-026.JPG

และหลังจากรอไปประมาณ 16-17 นาที  (ดูเวลาจากรูปที่ถ่ายมา)  ข้าวต้มของพิมกับคุณสามีก็มาเสริฟล่ะค่า  ^__^  ซึ่งถ้าคิดว่าเป็นอาหารจากรีสอร์ตล่ะก็ไม่แพง  แต่ถ้าคิดว่าเป็นข้าวต้มจากร้านอาหารทั่วไปล่ะก็แพงอยู่ค่ะ เพราะว่ามีหมูสับก้อนเท่าปลายนิ้วชี้อยู่ 3-4 กอนเท่านั้นเอง  รสชาติก็จะจืดๆ ค่ะ  แต่คุณสามีซึ่งชอบอาหารที่รสไม่จัดมาก  ก็บอกว่าอร่อยตามระเบียบค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-028.JPG

แต่ด้วยความที่คุณสามีทานข้าวต้มแล้วไม่อิ่ม  ก็เลยสั่ง ABF มาอีก 1 ชุด  ซึ่ง ABF ชุดนี้เป็นชุดเล็ก มีขนมปัง 2 แผ่น ไส้กรอก 1 แฮม 1 ไข่ดาว 1 ราคา 60 บาทค่ะ  (ส่วนพิมอิ่มมาก เพราะกินทั้งข้าวต้มหมูและข้าวต้มหัวหงอกไปเกินครึ่งถุง หุหุ)

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-031.JPG

และเมื่อกินอิ่มกันเป็นที่เรียบร้อย  พิมก็จัดการเช็คบิล  ...... ค่าเสียหายทั้งหมดก็ 140 เป๊ะๆ เลยค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-032.JPG

แล้วระหว่างรอคุณสามีพักท้อง (หลังคุณสามีกินเสร็จทุกมื้อ คุณสามีต้องนั่งพักท้องก่อนสักพักถึงจะไปไหนต่อได้)   พิมก็เดินเล่นถ่ายรูป + เดินดูชีวิตประจำวันของชาวบ้านแถวนั้นอยู่อีกเล็กน้อยค่ะ จนกระทั่งมองดูนาฬิกาแล้วพบว่ามันจะ 9 โมงแล้ว เลยรีบบอกคุณสามีว่าไปกันเถอะ 9 โมงแล้ว  เรานัดพี่เสกสรรค์เค้าไว้ 9 โมงครึ่ง เดี๋ยวจะไม่ทันการณ์ อีกอย่างถ้าเราเช็คอินเลทเกิน เราจะไปที่อื่นไม่ทันตามที่เรากำหนดไว้อ่ะนะ

จากนั้นพิมกับคุณสามีก็เลยกลับไปที่ห้องพักกันค่ะ  ให้คุณสามีอาบน้ำก่อน ระหว่างคุณสามีอาบน้ำพิมก็จัดการเก็บข้าวของที่เหลือลงกระเป๋าเดินทาง เหลือไว้แต่เสื้อผ้าของพิมและคุณสามีที่จะใส่ในวันนี้ และก็ครีมทาผิว แป้งเด็กนิดหน่อยน่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-033.JPG

แล้วประมาณ 9 โมง 35  พิมกับคุณาสามีก็จัดการเอากุญแจห้องมาคืนคุณลุงเจ้าของบ้านเพื่อจะบอกว่า หนูจะเช็คเอ้าท์แล้วนะคะ ^__^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-034.JPG

จากนั้นก็เดินลากกระเป๋าสัมภาระไปยังลานจอดรถที่อยู่ด้านหน้าลิตเติ้ลโฮมตามที่ได้นัดพี่เสกสรรค์ไว้  (ซึ่งพี่เสกสรรค์มารออยู่แล้ว)  ก่อนที่สุดท้ายจะเดินไปบอกลาคุณลุงสมบูรณ์อีกครั้ง .... และบอกคุณลุงว่าหน้าฝนต้นหนาวของปีนี้ ราว ๆ ปลายตุลาเราสองคนจะกลับมาที่นี่ใหม่อ่ะค่ะ

:: เพิ่มเติม :: ลุงสมบูรณ์บอกว่าช่วงประมาณเดือนตุลาของทุกปี ที่ดอยแม่สลองจะมีหมอกเยอะมาก  บางทีนั่งอยู่หน้าร้านตรงที่นั่งกินข้าว หมอกก็มาถึงเกือบตรงนั้นเลยอ่ะค่ะ พิมก็เลยสนใจอยากมาสัมผัสหมอกแบบนั้นบ้าง เพราะมาเที่ยวนี้ไม่เจอหมอกเลย ที่สำคัญช่วงเดือนตุลาหรือช่วงหน้าฝนเนี่ย ค่าที่พักถูกกว่านี้เกือบครึ่งเลยค่ะ ^__^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-035.JPG

ซึ่งสำหรับการเดินทางเที่ยวเชียงรายในตอนที่ 4 ... พิมก็ขอจบการรีวิวไว้ตรงนี้ก่อนนะคะ   ซึ่งในตอนหน้า (ตอนที่ 5) พิมก็จะมาพาเพื่อนๆ ไปเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานอดีตทหารจีน ไปชิมชาที่ตลาดชุมชนดอยแม่สลอง  ไปชมวิวสวยๆ ที่ดอยหมอกดอกไม้รีสอร์ท และไปชมไร่ชาอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาที่ไร่ชา 101 อ่ะค่ะ ... ซึ่งความสวยงามของแต่ละสถานที่ อีกทั้งความสนุกจะมีมากน้อยแค่ไหน มีเรื่องอะไรที่พิมประทับใจไม่ประทับใจบ้าง  พิมจะมาเล่าให้ฟังทั้งหมดในตอนถัดไปเลยอ่ะค่ะ ^___^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/904.jpg



เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

ครัวบ้านพิม on Facebook

Contents in English

สมาชิก