header



.http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/00000.jpg

หลังจากที่เราทานข้าวเช้าที่ลิตเติ้ลโฮมและทำการเช็คเอ้าท์เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาที่พิมกับคุณสามีจะเดินทางกันต่อแล้วอ่ะค่ะ  ^__^

ซึ่งตอนแรกพิมตั้งใจเอาไว้ว่าจะไปไร่ชา 101 เป็นที่แรก  แบบว่าใจนั้นอยากเห็นไร่ชา อยากสัมผัสไร่ชาในระยะใกล้ชิดมากๆ ค่ะ  แต่ ... พี่เสกสรรค์ (คนที่ขับรถที่พิมเหมารถเค้า)  บอกว่าให้ไปที่อนุสรณ์สถานทหารจีนก่อนดีกว่า แล้วค่อยแวะไปไร่ชาตอนจะกลับ จะได้ไม่ต้องขับรถวนไปวนมาอ่ะค่ะ  ดังนั้นแล้วจุดหมายแรกของพิมในวันนี้จากไร่ชาก็เลยเปลี่ยนเป็น "อนุสรณ์สถานอดีตทหารจีนคณะชาติภาคเหนือประจำประเทศไทย" แทนค่ะ

"อนุสรณ์สถานอดีตทหารจีนคณะชาติ"  นั้น     ตั้งอยู่ที่บ้านสันติคีรี ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย .. หรือเอาง่าย ๆ ก็ตั้งอยู่บนดอยแม่สลองนั่นแหละค่ะ   ซึ่งอนุสรณ์สถานแห่งนี้เนี่ย สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงประวัติศาสตร์ว่าที่บ้านสันติคีรีซึ่งเป็นหมู่บ้านของอดีตทหารจีนคณะชาติ  กองพล 93 ได้ช่วยราชการไทยต่อสู้และปราบปรามคอมมิวนิสต์ในพื้นที่ดอยหลวง ดอยขาว และดอยผาหม่น จังหวัดเชียงรายในปี พ.ศ.2514-2528 และพื้นที่เขาย่า จ.เพชรบูรณ์ ในปี 2524 อ่ะค่ะ

ภายในบริเวณพื้นที่ของอนุสรณ์สถานนั้นก็จะประกอบไปด้วยพื้นที่ 2 ส่วนค่ะ นั่นคือ ส่วนพิพิธภัณฑ์ ซึ่งจะอยู่ด้านใน และส่วนร้านค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนซึ่งจะอยู่ด้านนอก  ^__^

แล้วในส่วนของพิพิธภัณฑ์ก็จะประกอบไปด้วยอาคาร 3 หลัง  โดยอาคารหลังแรกซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือจะเป็น  "พิพิธภัณฑ์ห้องที่ 1" อาคารหลังที่สองที่อยู่ตรงกลางจะเป็น "อนุสรณ์สถานทหารจีนคณะชาติ ภาคเหนือประจำประเทศไทย" และอาคารหลังสามที่อยูทางด้านขวามือเป็น "พิพิธภัณฑ์ห้องที่ 2 และ 3" อ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-039.JPG

สำหรับการมาเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ที่นี่ .... หากแค่เดินชมโดยรอบ  ไม่ได้เข้าไปในตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ ก็จะไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ  แต่ถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องการเข้าชมภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ เพื่อนๆ จะต้องเสียค่าบัตรเข้าชม 20 บาทนะคะ  ซึ่งบัตรเข้าชมนี้เนี่ยก็สามารถซื้อได้ที่ร้านค้าแรกทางด้านซ้ายมือหน้าทางเดินเข้าไปยังพิพิธภัณฑ์อ่ะค่ะ ^___^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-038.JPG

และเมื่อเราซื้อบัตรเข้าชมแล้ว อันดับต่อไปก็คือการเดินเข้าไปยังบริเวณพิพิธภัณฑ์ซึ่งอยู่ด้านในอ่ะค่ะ ..... ซึ่งขอบอกว่าวันที่พิมไปเนี่ย อากาศไม่ร้อนเท่าไหร่แต่แดดแรงมาก  (ปกติของหน้าหนาว)   ลำพังพิมมีหมวกปีกกว้างอยู่ก็ไม่เป็นไรอะไร พอเดินได้แบบชิลด์ๆ แต่คุณสามีพิมซึ่งไม่เคยพกหมวกเลย และไม่ชอบใส่หมวกซะด้วย ปรากฎว่าก็เดินเหงื่อตกเลยอ่ะค่ะ เห็นแล้วสงสารมาก  - -"

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/05.JPG

จากหน้าปากทางเข้าพิพิธภัณฑ์ พิมใช้เวลาเดินแบบเอ้อระเหยชมนกชมไม้ อ่านป้ายข้างทางมาเรื่อย ราว 3 นาทีพิมก็เดินมาถึงหน้าประตูทางเข้าพิพิธภัณฑ์อดีตทหารจีนแล้วอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-040.JPG

ซึ่งอย่างที่พิมบอกไว้ด้านบน ... อาคารพิพิธภัณฑ์จะมีอยู่ 3 หลังด้วยกัน  หลังในภาพด้านล่างจะเป็นอาคารหลังกลางนะคะ  ซึ่งจะเป็นอาคารที่เก็บหรือแสดงอะไรนั้นไว้เราค่อยมาดูทีหลังค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-041.JPG

เพราะในตอนนี้พิมจะขอเข้าไปดูที่ในอาคารหลังนี้ที่อยู่ทางด้านซ้ายก่อนนะคะ แต่ ....... ระหว่างที่จะเดินเข้าไป อยู่ดี ๆ คุณสามีพิมก็บอกว่าให้พิมเดินเข้าไปคนเดียวนะ  เค้าขี้เกียจเดินเข้าไปอ่ะ เพราะดูท่าทางแล้วจะไม่มีอะไรที่เค้าสนใจ     - -"  พิมก็เลย อืมๆ  ตามใจล่ะกันค่ะ จะเข้าไปหรือไม่เข้าก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่แหมมวันหลังถ้าไม่เข้าก็บอกก่อนสิ จะได้ไม่ต้องเสียเงินค่าบัตรอีก 20 อ่ะ (แม้ 20 พิมก็งก ฮ่ะๆ)  แต่คิดในใจถือซะว่าเป็นค่าช่วยทำนุบำรุงสถานที่เค้าล่ะกันเน๊าะค่ะ เพราะดูท่าทางแล้วแทบจะไม่ค่อยมีใครแวะมาเลยอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/10.JPG

จากหน้าอาคาร  เราก็เดินเข้ามาทางประตูใหญ่ที่อยู่ตรงกลางอาคารนะคะ (ตามภาพด้านบน) ซึ่งก่อนเดินเข้ามาก็ให้เราหย่อนบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ใส่ลงไว้ในกล่องที่อยู่ตรงด้านข้างประตูด้วยอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-042.JPG

ภายในบริเวณอาคารหลังนี้ก็จะเป็นที่รวบรวมข้อมูล ประวัติความเป็นมาของชุมชนแม่สลอง ประวัติของคณะทหารจีนคณะชาติ ความเหนื่อยยาก จุดเริ่มต้นการตั้งรกรากที่อยู่ในประเทศไทย

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-043.JPG

อีกทั้งยังมีเอกสารต่าง ๆ รูปถ่ายต่างๆ ที่เคยใช้ในสมัยก่อนนั้นมาแสดงให้ดูด้วยอ่ะค่ะ ซึ่งทั้งหมดนั้นก็น่าสนใจมาก เสียแต่พิมจำรายละเอียดไม่ค่อยได้ เนื่องจากข้อมูลนั้นเยอะมาก แต่หากเพื่อนๆ สนใจก็แวะไปเยี่ยมชมกันได้นะคะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/14.JPG

ถัดจากอาคารซ้ายมือ ..... ก็จะมีทางเชื่อมต่อไปยังอาคารที่อยู่ตรงกลางค่ะ  ซึ่งตอนแรกที่พิมเดินเข้าไป (ยังไม่เห็นอะไรข้างใน) พิมก็ไม่ได้คิดอะไรค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-045.JPG

แต่พอเดินเข้าไปด้านในอาคารกลางแล้วเห็นป้ายชื่ออดีตทหารที่เสียชีวิตในการรบเพื่อปราบปรามคอมมิวนิสต์ในสมัยนั้นเรียงรายอยู่นับหลายร้อยป้ายแล้ว ก็แอบหนาวค่ะ - -"  (พิมเป็นคนกลัวสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ ซึ่งก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องกลัวสิ่งที่มองไม่เห็น)     ยิ่งพอพิมหันซ้ายหันขวาแล้วไม่เจอผู้ใดสักคนเลย  มีแต่ความเงียบและเงียบมาก  พิมก็เลยไม่กล้าเดินเข้าไปในห้องนั้นต่อ  ต้องเลี้ยวขวาเพื่อเดินออกมาที่ลานตรงกลางแทนอ่ะค่ะ - -"

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-046.JPG

จากนั้นพิมก็เลยเดินไปที่อาคารทางด้านขวาแทนค่ะ ซึ่งอาคารนี้เนี่ยก็จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือห้องสมุด ที่หากใครสนใจจะเข้าไปหาข้อมูลเกี่ยวกับการก่อตั้งชุมชนและการเข้าร่วมต่อสู้เพื่อปราบปรามคอมมิวนิสต์ของทหารจีนบนดอยแม่สลองในสมัยก่อนแล้วล่ะก็ ก็ให้เดินเข้าประตูด้านในที่อยู่ในภาพด้านล่างได้เลยอ่ะค่ะ  แต่หากใครที่ต้องการเดินชมรายละเอียดเพิ่มเติมเกียวกับชุมชนบนดอยแม่สลองก็เดินเข้าไปที่ประตูตรงกลางอาคารได้เลยอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-044.JPG

ซึ่งภายในอาคารนี้เนี่ย โดยส่วนใหญ่ก็จะมีแต่รูป รูป และรูปค่ะ ...... เป็นรูปดอยแม่สลอง รูปกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นบนดอยแม่สลองในสมัยก่อน

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-047.JPG

และรูปความสัมพันธุ์ระหว่างชุมชนบนดอยแม่สลองกับคณะรัฐบาลของประเทศไต้หวันอ่ะค่ะ  ... ซึ่งหากเพื่อน ๆ คนไหนสนใจก็แวะเข้ามาชมกันได้นะคะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-048.JPG

และหลังจากพิมเดินชมบริเวณภายในพิพิธภัณฑ์อดีตทหารจีนจนทั่ว (ใช้เวลาไปประมาณ 15 นาที)  พิมก็เดินออกมาที่บริเวณร้านค้าชุมชนที่อยู่หน้าทางเข้าพิพิธภัณฑ์อ่ะค่ะ   ซึ่งในตอนแรกพิมก็นึกว่าพี่เสกสรรค์เค้าจะพาเราไปเที่ยวยังที่อื่นต่อเลย แต่ปรากฎว่ายังไม่ทันได้คุยกับพี่เสกสรรค์  พี่เจ้าของร้านขายชาที่เป็นคนขายบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ก็เชื้อเชิญให้เราไปนั่งชิมชากันก่อนอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/38.JPG

โดยปกติแล้วพิมเป็นคนที่ทานชาบ้าง เป็นพวกชาผลไม้ ชาดอกไม้อ่ะค่ะ  แต่ไม่ค่อยได้ทานบ่อยนัก เรียกว่านานๆ ที  ก็เลยไม่ค่อยได้สนใจที่จะเข้าไปชิมชาสักเท่าไหร่ (ทั้งที่เป็นของขึ้นชื่อของดอยแม่สลองอ่ะนะคะ)  แต่ว่าคุณสามีพิมเค้าสนใจอย่างแรงค่ะ อีกทั้งอยากจะหาที่นั่งพักขาด้วย   เค้าก็เลยเดินเข้าไปในร้านตามคำเชื้อเชิญของพี่เจ้าของร้านน่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-049.JPG

และพอพิมกับคุณสามีเข้าไปนั่งที่ร้านปุ๊บ พี่เจ้าของร้านเค้าก็ชงชาร้อนๆ (แต่จำไม่ได้ว่าเป็นชาอะไร)  มาให้เราดื่มคนละถ้วยค่ะ   ซึ่งขอบอกว่าเป็นชาที่รสละมุนมากๆ และหอมประมาณนึงเลยอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/26.JPG

แล้วพอชิมชาถ้วยแรกเสร็จ  ... พิมก็อาศัยจังหวะที่คุณสามีนั่งชิมชาถ้วยถัดไป เดินชมสินค้าต่างๆ ภายในร้านของพี่เค้าอ่ะค่ะ ซึ่งสินค้านั้นก็มีหลากหลายตั้งแต่ชาสารพัดชนิด  ทั้งชาจากยอดชา ชาสมุนไพร   ทั้งมีผลไม้อบแห้ง

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-052.JPG

มีถั่วอบแห้ง  ลำไยอบแห้ง  รวมถึงมีถ้วยชา กาสำหรับชงชาหลากหลายแบบไว้ให้เลือกซื้อด้วยอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-051.JPG

และหลังจากพิมเดินดูสินค้ารอบๆ ร้านของพี่เค้าแล้ว จังหวะที่พิมเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้ก็เป็นจังหวะที่พี่เค้าเตรียมชงชามะระป่าให้คุณสามีชิมพอดีเลยค่ะ    ซึ่งพอพี่เค้าเห็นพิมเดินกลับมาพอดี เค้าก็เลยรินใส่ถ้วยให้พิมอีกถ้วยนึง

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-054.jpg

ซึ่งจะว่าไปตอนแรกพิมก็ไม่กล้ากินหรอกนะคะ เพราะแค่คำว่า "มะระ"  ได้ยินพิมก็แอบขมในคอแล้ว (เว่อร์นิดนึง ^__^)  แต่พอพี่เค้าขยั้นคะยอและบอกพิมว่ามันไม่ขมเหมือนกับมะระขี้นกที่เราเอามาจิ้มน้ำพริกนะ เพราะว่านี่เป็นมะระป่า พิมก็เลยตัดสินใจลองชิมดูค่ะ ปรากฎว่าไม่ขมจริง ๆ อ่ะ เพราะชาอู่หลงบางชนิดยังขมกว่าเลยน่ะค่ะ แถมนอกจากไม่ขมแล้ว ก็ยังมีความหวานเล็กๆ  ให้ความรู้สึกชุ่มคออีกด้วยค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/33.JPG

เพราะงั้นแล้วก่อนจะออกจากร้านเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายถัดไป พิมก็เลยตัดสินใจซื้อชามะระกับชาเจี่ยวกู่หลานมาอย่างละ 1 ซองอ่ะค่ะ ^___^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-055.JPG

จากอนุสรณ์สถานอดีตทหารจีน...  จุดมายถัดไปของพิมก็คือ ตลาดชุมชนบนดอยแม่สลองอ่ะค่ะ   ซึ่งตลาดแห่งนี้เนี่ยจะว่าไปแล้วเมื่อวานพิมก็ผ่าน 2 รอบ วันนี้ตอนก่อนมาอนุสรณ์สถานพิมก็ผ่านอีก 1 รอบ  แต่ไม่ได้แวะทั้ง 3 รอบเลยค่ะ เพราะพี่เสกสรรค์บอกว่าค่อยมาแวะตอนก่อนจะกลับดีกว่าจะได้ไม่เสียเวลา   - -"

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-056.JPG

ที่ตลาดชุมชนบนดอยแม่สลองนี้เนี่ยจะว่าไปก็ก็มีของขายมากมายค่ะ  หลักๆ แล้วก็จะเป็นพวกชาเหมือนกับร้านที่อนุสรณ์สถาน .... ซึ่งหากดูในรูปภาพด้านบน ร้านค้าที่เป็นห้อง ๆ ที่มีหลังคาและมีร่มอยู่ด้านหน้าร้านก็คือร้านขายชาทั้งหมดอ่ะค่ะ  และแต่ละร้านก็จะขายชาเหมือนกันๆ ยี่ห้อเดียวกัน ราคาเดียวกัน  ซึ่งหากเพื่อนๆ คนไหนที่สนใจอยากจะชิมชาอะไรก็แวะที่ร้านไหนก็ได้เลยอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-063.JPG

และนอกจากชาแล้ว ที่ตลาดชุมชนดอยแม่สลองก็ยังมีขายของอย่างอื่นอีกมายมาย เช่นเครื่องประดับ เครื่องเงินแบบชาวเขา

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-058.JPG

กระเป๋า ย่าม เสื้อผ้าสไตล์ชาวเขา   (หรือเรียกกันอีกอย่างว่าสินค้าจากผ้าแม้ว)

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-061.JPG

รวมถึงพวกฟักทองแห้ง  บวบแห้ง  น้ำเต้าแห้ง  หัวสมุนไพรต่าง ๆ เมล็ดพันธุ์ถั่วงา หัวเผือกหัวมันอะไรพวกนี้ก็มีขายนะคะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-059.JPG

หรือใครสนใจพวกเห็ดหลินจือ เห็ดหอมแห้ง  ถั่วพิตาชิโอ้  อัลมอนด์ .... พวกนี้ก็มีขายอีกเช่นกันค่ะ  แต่ถ้าดูเฉพาะราคาเมื่อเทียบกับขนาดสินค้าแล้ว พิมว่าที่กรุงเทพฯ ถูกกว่าค่ะ   ยกตัวอย่างพิตาชิโอ้  พิมซื้อที่ตลาดฝั่งตรงข้ามเดอะมอลล์บางกะปิขีดละ 40  แต่ที่นี่ขีดละ 50 อ่ะค่ะ    ยังไงถ้าหากเพื่อนๆ อยากจะซื้อสินค้าพวกนี้ก็ดูราคากันนิดนึงนะคะ หรือถ้าต่อราคาได้ก็ลองต่อดูอ่ะค่ะ   ^__^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-060.JPG

หรือหากใครที่มีความชื่นชอบในข้าวที่ปลูกบนดอยเป็นพิเศษ ที่ตลาดชุมชนบนดอยแม่สลองนี่ก็มีให้เลือกซื้อค่ะ (ตามในภาพด้านล่าง)  แต่พิมไม่รู้ว่ามีข้าวอะไรบ้างนะคะ  เพราะไม่ได้เดินไปดูชัด ๆ ได้แต่เห็นตอนนั่งรถผ่าน ยังไงหากเพื่อน ๆ คนไหนไปดอยแม่สลองและสนใจก็แวะไปดูกันได้ค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-062.JPG

และเมื่อพิมกับคุณสามีเดินช๊อปปิ้งของในตลาดชุมชนดอยแม่สลองซะจนชุ่มปอดแล้ว  (พูดซะยังกะซื้อของมา 2 หมื่น จริง ๆ ไม่ได้ซื้ออะไรสักอย่างเลย - -")  ก็ได้เวลาเดินทางกันต่อล่ะค่ะ   ซึ่งก่อนที่จะแยกจากกันตอนมาถึงตลาดนี้ พี่เสกสรรค์นัดพวกเราเอาไว้ว่าถ้าเดินเสร็จแล้วให้ไปเจอกันที่ลานจอดรถหลังตลาดนะ   ตอนแรกเราก็งง ๆ ว่ามันอยู่ไหน  แต่พอเอาเข้าจริงแล้วหาง่ายมากเลยค่ะ เพราะทางเข้าอยู่ติดถนนใหญ่เลย แถมลานจอดรถเนี่ยห่างจากถนนใหญ่ยังไม่ถึง 10 เมตรเลยน่ะค่ะ  .... ยังไงเพื่อนๆ ที่ตั้งใจไปเที่ยวตลาดชุดชนที่นี่แล้วหาที่จอดรถตรงริมถนนกันไม่ได้ ก็มาจอดได้ที่ตรงนี้นะคะ  แบบว่าลานจอดกว้างมากพอจะจุรถได้หลายสิบคันเลยค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-065.JPG

จากตลาดชุมชนบนดอยแม่สลอง ... จุดหมายต่อไปของพิมกับคุณสามีก็คือ รีสอร์ตดอยหมอกดอกไม้ ซึ่งเป็นรีสอร์ตที่ใครๆ ใน internet ต่างบอกว่าเป็นรีสอร์ตที่มีสวนดอกไม้ที่สวนที่สุดบนดอยแม่สลองน่ะค่ะ  เพราะงั้นพิมกับคุณสามีก็เลยว่าจะไปถ่ายรูปเป็นที่ระทึก  เอ๊ย...ย  ที่ระลึกกันสักหน่อยค่ะ   แต่ระหว่างทางอยู่ดี ๆ  พี่เสกสรรค์ก็ขับรถแว๊บบบบเข้าข้างทาง และจอดดับเครื่อง พร้อมกับบอกว่าแวะตรงนี้ซะหน่อยนะ  ตรงนี้เป็นจุดชมวิวของดอยแม่สลอง (ซึ่งแทบไม่มีใครแวะมาเลย) น่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/002.JPG

ตอนแรกที่พี่เสกสรรค์บอกอย่างนั้นพิมก็แอบคิดว่า โหววว มันจะต้องเป็นจุดที่มีวิวดีมากแน่ ๆ  ประมาณว่ามองไปทางไหนก็สวยอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-064.JPG

แต่อาจจะเพราะว่าช่วงนี้ที่พิมไป (มกรา 56)  มีการแผ้วถางต้นไม้และเตรียมพื้นที่บนภูเขาเพื่อทำไร่ชาเพิ่มเติมค่อนข้างเยอะ   อีกทั้งเป็นหน้าหนาว อากาศร้อน พื้นดินแห้งแล้ง ฝนก็ไม่ตกสักนิด เลยทำให้ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ... ก็แลดูไม่มีอะไรน่าสนใจสักเท่าไหร่ - -"  ดังนั้นแล้วพิมก็เลยบอกพี่เสกสรรค์ว่าไปจุดอื่นกันต่อเถอะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/001.JPG

ว่าแล้วพี่เสกสรรค์ก็พาเราไปที่จุดหมายต่อไป .... ซึ่งจากจุดชมวิวเมื่อกี้นี้ใช้เวลาแค่ราว 10 นาที เราก็มาถึงรีสอร์ตดอยหมอกดอกไม้ รีสอร์ตชื่อดังบนดอยแม่สลองแล้วอ่ะค่ะ  ^__^   (รีสอร์ตแห่งนี้ ตอนขาที่เราขึ้นมาดอยแม่สลองเราก็ผ่านนะคะ แต่ไม่ได้แวะ)

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-066.JPG

ที่รีสอร์ตแห่งนี้เนี่ยนอกจากจะมีห้องพักหลากหลายประเภทให้เลือกพักตามอัธยาศัยแล้ว ก็ยังมีสวนดอกไม้ที่ปัจจุบันนี้ดูจะกลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของดอยแม่สลองที่ใครไปใครมาก็จะต้องแวะมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้วยแล้วอ่ะค่ะ   ^__^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-077.JPG

เพราะว่าสวนดอกไม้ของที่นี่นั้นสวยมาก เสียอย่างเดียวตอนพิมไปเนี่ยเป็นเวลาใกล้เที่ยงแล้ว แดดจัดมากๆ ทำให้การถ่ายภาพสวนดอกไม้ด้วยกล้องกิ๊กก๊อกที่พิมมีให้ออกมาสวยนั้นเป็นเรื่องยากมากเลยค่ะ  - -"

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-067.JPG

อีกทั้งช่วงที่พิมไป..เป็นช่วงที่มีผู้คนมาเยี่ยมเยียนสวนดอกไม้ของรีสอร์ตแห่งนี้เยอะมากเป็นร้อยๆ คน - -"  ทำให้การถ่ายภาพเป็นไปค่อนข้างลำบาก เพราะไม่ว่าหันไปทางไหนก็มีแต่คนอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-068.JPG

ดังนั้นแล้วพิมก็เลยเลี่ยงที่จะเดินไปชมในส่วนอื่นๆ ของรีสอร์ตแห่งนี้แทน  .... ซึ่งอย่างที่พิมบอกไว้ในตอนแรกว่ารีสอร์ตแห่งนี้นอกจากจะมีดีที่สวนดอกไม้แล้ว บ้านพักแต่ละหลังของรีสอร์ตแห่งนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กันค่ะ   .....  โดยรีสอร์ตแห่งนี้มีทั้งบ้านพักแบบเป็นหลังเล็ก หลังใหญ่  แบบชั้นเดียว สองชั้น

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-069.JPG

และมีแบบเป็นเหมือนคอนโดด้วยอ่ะค่ะ   ซึ่งราคาค่าห้องพักนั้นก็แตกต่างกันไปตามประเภทห้องและตามช่วงเวลาที่จะไปพัก ยังไงหากเพื่อนๆ สนใจก็ลองเข้าไปดูในเวบของทางรีสอร์ตเค้าได้เลยนะคะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-072.JPG

และสำหรับเพื่อน ๆ ที่ชอบว่ายน้ำธรรมกลางธรรมชาติ  จุดเด่นของดอยหมอกดอกไมรีสอร์ตอีกอย่างนั่นก็คือ  สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ท่ามกลางขุนเขาอย่างในภาพด้านล่างนี่อ่ะค่ะ ^__^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-070.JPG

และหลังจากที่พิมเดินสำรวนรีสอร์ตอยู่สักพัก  พิมก็เริ่มหิวน้ำล่ะค่ะ ก็เลยเดินกลับไปที่ร้านค้าของรีสอร์ตที่ตั้งอยู่หน้าปากทางเข้ารีสอร์ตเลย (ตรงข้ามกับฟร้อนท์)   โดยที่ร้านค้าแห่งนี้เนี่ยนอกจากจะมุมชาเล็กๆ น่ารักแล้ว

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-071.JPG

ก็ยังมีสินค้าให้เลือกซื้ออยู่มากมายค่ะ  ไม่ว่าจะเป็นชาอู่หลง ชาเจี่ยวกูหลาน ชากุหลาบ ชามะระ ชาสมุนไพรต่างๆ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-074.JPG

กาชงชา ถ้วยชาทั้งเล็กใหญ่มากมาย

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-075.JPG

แล้วก็ยังมีพวกผลไม้อบแห้งต่าง ๆ เช่น ลูกเกด เชอรี่ แอปปริคอท สตรอเบอรี่ มะเขือเทศ สมอไทย ลูกพลับ ให้เลือกซื้ออีกด้วยค่ะ   ...... แต่นิดนึง สินค้าที่มีขายที่นี่  ตัวผลิตภัณฑ์ ยี่ห้อ แพคเกจแทบไม่ต่างกับที่ขายอยู่ที่ร้านค้าในเขตอนุสรณ์สถานและที่ร้านค้าในตลาดชุมชนบนดอยแม่สลองเลยค่ะ  แต่ที่ต่างกันคือราคา ..... ราคาของที่นี่จะสูงกว่าที่อื่นบนดอยแม่สลองประมาณ 30%  เช่น ชามะระพิมซื้อมาถุงละ 100 บาท แต่ที่นี่ถุงละ 130 .... ยังไงหากเพื่อนๆ อยากจะซื้อชาหรือซื้อข้าวของประมาณนี้ในราคาประหยัดหน่อย ก็ลองเลือกดูจากร้านค้าที่ตรงอื่นนะคะ แต่ถ้าหากคิดว่าเอาความสะดวกหรือคิดว่าเงินส่วนต่างเป็นค่าเข้าชมสวนดอกไม้ให้กับทางรีสอร์ตเค้า  ซื้อที่นี่เลยก็ดีอ่ะค่ะ ^__^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-076.JPG

และหลังจากที่พิมกับคุณสามีใช้เวลาชมความงามของบรรยากาศภายในรีสอร์ตดอยหมอกดอกไม้อยู่เป็นเวลาราวครึ่งชม. ก็ได้เวลาที่เราจะไปชมสถานที่อื่นบนดอยแม่สลองกันต่อแล้วอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-073.JPG

จุดหมายถัดไปของพิมก็คือไร่ชา 101 ค่ะ   ..... ซึ่งก่อนที่จะมาไร่ชาแห่งนี้ พี่เสกสรรค์ก็ถามพิมกับคุณสามีว่าชอบไร่ชาแบบไหน  คือ ไร่ชาบนดอยแม่สลองเนี่ยจะมีอยู่ 2 แบบคือแบบปลูกแบบพื้นเรียบ+เนินเขา  กับแบบปลูกลดหลั่นไปตามภูเขาอ่ะค่ะ     หากจะชมไร่ชาแบบแรกก็จะต้องไปถึงตีนดอยแม่สลอง  แต่ถ้าหากจะชมไร่ชาแบบที่สอง ก็อยู่ใกล้ๆ นี่เลยอ่ะค่ะ  ซึ่งด้วยความที่ตอนนั้นอยากเห็นไร่ชาแบบระยะใกล้ชิดไว ๆ ก็เลยตัดสินใจบอกพี่เสกสรรค์ไปว่างั้นเอาไร่ชาแบบที่สองก็ได้ค่ะ  ...... ดังนั้นแล้วพี่เค้าก็เลยพาเราสองคนมาที่ไร่ชา 101 นี่แหละค่ะ

เมื่อพูดถึงไร่ชา 101 แล้ว  พิมก็มีเรื่องจะเล่าถึงความเป็นไปเป็นมาของไร่ชาแห่งนี้ที่เคยได้อ่านจากเวบอื่นอยู่อ่ะค่ะว่า ...... เดิมทีเนี่ยเจ้าของไร่ชา 101 เค้าทำงานเป็นไกด์ค่ะ  ต่อมาเค้ามีแฟนเป็นคนไต้หวัน  ซึ่งที่ไต้หวันเนี่ยนิยมปลูกชากันและชาที่ไต้หวันก็ให้ผลผลิตที่ดี  และพอเค้าคิดได้ว่าอากาศบนดอยแม่สลองกับที่ไต้หวันมันคล้ายคลึงกัน  เค้าก็เลยมีความคิดที่จะมาตั้งรกรากและปลูกชาบนดอยแม่สลองค่ะ  (เข้าใจว่าตอนนั้นบนดอยแม่สลองคงจะยังไม่ค่อยใครปลูกชาเลย)  และพอคิดได้อย่างนั้นเค้าก็เลยให้แฟนชวนเพื่อนชาวไต้หวันมาเที่ยวและจ้างให้นำกิ่งชาจากไต้หวันมาด้วย เพื่อจะเอามาเพาะปลูกและขยายพันธุ์บนดอยแม่สลอง  จนทำให้กลายเป็นไร่ชา 101 ในปัจจุบันนี้อ่ะค่ะ

ป.ล. ในภาพด้านล่างคือลานจอดรถที่อยู่หน้าทางเข้าไร่ชา 101 อ่ะค่ะ  ซึ่งตอนพิมไปเนี่ย มีพระไปเยี่ยมชาไร่ชาเยอะมาก

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-079.JPG

โดยชาที่ไร่ชา 101  ทำการเพาะปลูกนั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิดก็คือ  ชาอู่หลงก้านอ่อน อู่หลงเบอร์ 12 และชาสี่ฤดู   โดยทางไร่จะปลูกชาอู่หลงก้านอ่อนมากที่สุด  เนื่องจากเป็นชาที่มีสรรพคุณที่ดีอีกทั้งเป็นสินค้าขายดีอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-080.JPG

แต่น่าเสียดายว่า ... เวลาที่พิมไปชมไร่ชาเนี่ย เป็นเวลาที่ไม่เหมาะสมเอาซะเลย เนื่องจากว่าเป็นเวลาใกล้เที่ยงที่แดดแรงมาก  ทำให้การถ่ายภาพด้วยกล้องตัวเล็กๆ ของพิมนั้นเป็นเรื่องยากที่จะถ่ายให้ออกมาดูดี  ก็เลยได้แต่ภาพไร่ชาที่หม่น ๆ หน่อยอย่างในภาพด้านล่างนี้มาฝากเพื่อน ๆ อ่ะน่ะค่ะ - -"   (แต่ไร่ชานั้นกว้างไกลสุดลูกหูลูกตามากเลยค่ะ)

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-084.JPG

อีกทั้งการเก็บเกี่ยวผลผลิตนั้น ปกติแล้วเค้าจะเก็บในช่วงเวลาระยะ 45-50 วันต่อหนึ่งครั้ง ซึ่งในวันที่พิมไปนั้น ไร่ชาใน zone ที่พิมเข้าไปดู ... เค้าเพิ่งเก็บยอดชากันไปใหม่ ๆ ไม่กี่วันก่อนหน้า  ทำให้พิมและคุณสามีอดเห็นต้นชาที่มียอดชาอยู่ด้วยเลยอ่ะค่ะ  T__T

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-083.JPG

แต่นั่นแหละค่ะเมื่อมาถึงไร่ชาแล้วแม้จะไม่มียอดชาให้ดู  แต่เราก็มาดูต้นชาและบรรยากาศในไร่ชาแทนก็ได้เน๊าะค่ะ ^___^    ซึ่งการเดินลงมาชมไร่ชาเนี่ย ไม่ว่าจะไร่ชาไหน ๆ เค้าก็อนุญาติให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเดินชมไร่ชาได้แทบทุกไร่เลยค่ะ เพียงแต่นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องรักษากฎกติกาสำคัญของทางไร่ชาทุกไร่ นั่นก็คือ  ห้ามเด็ดยอดชา.... อย่างเด็ดขาดเลยอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-082.JPG

ซึ่งพิมได้ลองถามคนงานที่อยู่ในไร่ชาว่ามีคนทำแบบนี้ด้วยเหรอ มากน้อยแค่ไหนอ่ะ  คนงานเค้าก็เล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนตอนยังไม่ติดป้าย บางคนเด็ดเป็นกำมือเลยก็มีน่ะค่ะ - -"  ........ อื๊ออออ ทำไปได้เน๊อะคนเรา

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-081.JPG

แล้วหลังจากเดินชม + ถ่ายรูปไร่ชากันไปสักพัก  พิมก็เริ่มเมื่อยค่ะ เพราะว่าเดินกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว เลยขอนั่งพักกับพื้นและทำท่าแอ๊ปถ่ายรูปตัวเองซะหน่อย ^__^

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-085.jpg

และพอคุณสามีเผลอ พิมก็เลยแอบถ่ายรูปคุณสามีมาด้วยอ่ะค่ะ ...  อยากให้เห็นว่าคุณสามีน่ะตั้งใจถ่ายรูปมากกกกกก ขนาดไหน

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-087.jpg

แล้วพอนั่งพักขาพักก้นไปได้สักระยะ บวกกับคุณสามีไม่รู้จะถ่ายรูปอะไรแล้ว  พิมก็เลยชวนคุณสามีเดินกลับไปหาน้ำเย็น ๆ ที่ขายอยู่ตรงตรงลานจอดรถที่อยู่ตรงทางเข้าไร่ชา .... ดื่มแก้กระหายกันดีกว่าอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-089.JPG

ซึ่งที่ร้านขายน้ำร้านนี้เนี่ย นอกจากจะมีน้ำเปล่าขวดละ 10 บาทขายแล้ว ก็ยังมีพวกชานมไข่มุกด้วยนะคะ แต่ไม่ใช่ชานมไข่มุกสารพัดรสที่เป็นชาสีส้มปรี๊ดม่วงแปร๊ดอย่างที่ขายตามในกรุงเทพฯ แก้วละ 20 - 30 - 35 อ่ะนะคะ แต่จะเป็นชานมสีครีมอ่อนๆ ที่ใช้ชาอู่หลงในการชงเป็นน้ำชา    โดยสนนราคานั้นก็อยู่ที่แก้วละ 50 บาทอ่ะค่ะ   ซึ่งหลังจากที่พิมได้ไปซื้อมาลองชิมแก้วนึง ปรากฎว่ามันก็โอเคอ่ะนะคะ หอมละมุน หวานนุ่มๆ รสชาติดี  เสียอย่างเดียวคือ น้ำแข็งเยอะมากชนิดอัดแน่นเต็มแก้ว แต่น้ำนิดเดียวค่ะ - -"  (สงสัยติดมาจากซุ้มขายน้ำในฟู้ดคอร์ทตามห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ - -" )    ดูดไปคนละสองสามทีกะคุณสามีก็หมดแก้วแล้ว  แต่ยังไม่หายกระหายหิวเลยต้องไปซื้อน้ำเปล่ามาอีกขวดค่ะ - -"

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-090.JPG

แล้วหลังจากนั้นประมาณ 12.15 น. ...... ก็ได้เวลาที่เราจะต้องเดินทางกันต่อแล้วอ่ะค่ะ เพราะพี่เสกสรรค์บอกว่าถ้าเรายังอยู่ที่นี่ต่อแบบไม่รีบ เราจะไปถึงดอยตุงช้าเกินไปอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/chiangrai-17jan-088.JPG

ดังนั้นแล้วในรีวิวหน้า .... พิมก็จะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวชมดอยตุงกันนะคะ ทั้งเที่ยวชมในส่วนโดยรอบพระตำหนักสมเด็จย่า  ส่วนของสวนดอกไม้  และชมบรรยากาศโดยรอบบนดอยตุงอ่ะค่ะ ....... ซึ่งหากเพื่อนๆ คนไหนสนใจก็ติดตามชมกันได้นะคะ ไม่นานๆ พิมจะพยายามอัพให้เสร็จไวที่สุดเลยค่ะ  ^__^    แล้วเจอกันใหม่ในรีวิวถัดไปจ้า

http://www.pim.in.th/images/pim-travel/chiangrai-jan2013/17jan/014.jpg

 

 



เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

ครัวบ้านพิม on Facebook

Contents in English

สมาชิก