header



ไม่รู้ว่ามีบ้านไหนเป็นเหมือนบ้านพิมบ้างไหมคะ  กินข้าวเสร็จแล้วต้องจบด้วยขนมหวาน ไม่งั้นเหมือนไม่อิ่ม  วันนี้พิมก็เลยอยากจะชวนเพื่อนๆ มาทำขนมหวานถาดโตๆ เพื่อเก็บไว้กินหลังอาหารได้หลายๆมื้อกับ วุ้นซาหริ่ม ค่ะ

วุ้นซาหริ่มเนี่ย ......  จะว่าไปก็เป็นขนมหวานแบบไทยๆ ที่หน้าตาดูน่ากินมากเน๊าะคะ แบบว่าสีสวยนุ่มนวล รสชาติก็หอมหวาน   แต่แอบแปลกนิดนึงที่สมัยเด็กๆ พิมกลับไม่เคยกินเจ้าวุ้นซาหริ่มนี่เลย ทั้งๆ ที่บ้านยายพิมเค้าทำทั้งวุ้นกะทิ ซาหริ่มน้ำกะทิ และขนมไทยอื่นๆอีกมากมายส่งขายตามสวนอาหาร ภัตตาคารในสมัยก่อนโน้นอ่ะค่ะ . จนมาได้กินครั้งแรกเอาก็ตอนโตแล้วนี่เองด้วยนะคะ >_<

แต่นั่นแหละค่ะ พอได้กินวุ้นซาหริ่มครั้งแรก พิมก็แอบติดใจเน๊าะคะ ตรงที่มีเส้นซาหริ่มให้เคี้ยวหนุบหนับนี่แหละค่ะ  แต่จะว่าไปถึงติดใจก็ไม่ค่อยได้ทำกินบ่อยสักเท่าไหร่ เพราะว่าสมัยก้อนพิมเป็นคนไม่ค่อยชอบทานวุ้นอ่ะค่ะ  แบบว่าอะไรที่เด้งดึ๋ง ๆ อย่างวุ้น หรือเจลลี่ นี่ไม่ใช่อะไรที่พิมชอบเลย  เพราะงั้นนาน ๆ ก็เลยค่อยทำทีนะคะ  

วันนี้ ...... ถือโอกาสที่พิมทำวุ้นซาหริ่มอีกรอบ  ก็เลยขอเอาสูตรมาฝากเพื่อน ๆ กันสักหน่อยค่ะ เป็นสูตรที่พิมใช้ทำอยู่เป็นประจำมาหลายปีแล้ว  เผื่อมีเพื่อนๆ คนไหนอยากลองเอาไปทำทานดูนะคะ ^_^

110112111

:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง ::

- วุ้นผง 1 + 1/2  ช้อนโต๊ะ   (ถ้าชอบวุ้นนิ่มหน่อย ให้ลดวุ้นผงเหลือ 1 + 1/4 ช้อนโต๊ะ) 
- กะทิอัมพวา 3 กล่อง
- น้ำลอยดอกมะลิ 400 มิลลิลิตร 
- น้ำตาลทรายขาว 1 + 1/4 ถ้วย
- เกลือป่น 1 ช้อนชา
- แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ
- เส้นซาหริ่ม สีชมพู สีเขียว รวมกันประมาณ 1/2 - 1 ถ้วย (ใส่มากน้อยตามชอบ)

101

:: วิธีทำ ::

เริ่มต้นเลยก็ให้เราเทน้ำลอยดอกมะลิใส่ลงไปในหม้อที่เราจะใช้ผสมวุ้นก่อนนะคะ (เอาแต่น้ำน๊า ดอกมะลิไม่เอา)  แล้วก็ใส่ผงวุ้นตามลงไป  ใช้ตะกร้อมมือหรือช้อน คนผสมๆ  ให้เข้ากัน แล้วก็ตั้งพักไว้ประมาณ 10 นาทีค่ะ 

102

ระหว่างนั้นก็ให้เราผสมแป้งข้าวเจ้าที่เตรียมไว้กับกะทิอัมพวา 1 กล่องนะคะ  คนให้เข้ากัน อย่าให้แป้งเป็ดเม็ด แล้วพักไว้ก่อนค่ะ 

103

พอครบเวลา 10 นาที  ขาดนิดเกินหน่อยไม่เป็นไร ^_^  ก็ให้เรายกหม้อวุ้นขึ้นตั้งบนเตาไฟนะคะ ใช้ไฟกลาง คนเรื่อยๆ จนกระทั่งวุ้นละลายหมด  

104

ก็ใส่น้ำตาลทรายลงไป คนจนน้ำตาลละลาย  แล้วก็กรองด้วยผ้าขาวบางสักครั้งนึง เผื่อว่ามีผงอะไรที่ติดมากับผงวุ้นหรือน้ำตาล  แต่ถ้าไม่มี ไม่ต้องกรองก็ได้ค่ะ  และพอกรองแล้วก็ให้เทส่วนผสมวุ้นกลับใส่หม้อเหมือนเดิม แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ ไปสัก 10 นาทีนะคะ  (ถ้าทำปริมาณเยอะกว่านี้ ก็ต้องเพิ่มเวลาไปอีกสักหน่อยค่ะ)  

105

พอส่วนผสมวุ้นในหม้อมีความหนืดพอประมาณ  เวลาคนแล้วรู้สึกตึง ๆ มือเล็กน้อย แปลว่าใช้ได้  ก็ให้เราเทส่วนผสมแป้งกับกะทิที่เราผสมไว้ในตอนแรกลงไปในหม้อ (คนๆ  ให้เข้ากันอีกทีก่อนนะคะ)  ตามด้วยกะทิอัมพวาที่เหลืออีก  2 กล่อง

106

คนพอเข้ากัน รอจนเดือดอีกครั้งก็ปิดไฟเตาได้เลยอ่ะค่ะ 

107

จากนั้นก็เทใส่ถาดหรือพิมพ์ที่ชอบ  หากมีฟองอากาศที่ผิวหน้าบน ก็เอาไม้แหลมหรือส้อมจิ้มๆ ให้แตกสักหน่อยนะคะ  ^_^ 

108

แล้วก็โรยเส้นซาหริ่มลงไปให้เป็นลวดลายตามชอบ   แต่พิมแนะนำว่าให้โรยเป็นสี ๆ ไป จะสวยกว่าแบบโรยหลายสีปนกันในจุดเดียวอ่ะค่ะ  .....   พักให้หายร้อน  ก็ค่อยนำไปแช่ตู้เย็นจนกว่าจะถึงเวลาเสิร์ฟค่า

109

พอถึงเวลาเสิร์ฟ เราก็นำวุ้นของเรามาตัดเป็นชิ้น ๆ นะคะ  จะชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ก็ตามที่ชอบเลย

113

 แล้วเราก็จะได้วุ้นกะทิซาหริ่ม หรือที่บางคนเรียกสั้น ๆ ว่า วุ้นซาหริ่มออกมาหน้าตาอย่างในภาพด้านล่างนี่อ่ะค่ะ ^_^   ขอบอกว่ารสชาติหอม หวาน นุ่มนวลมากกกกกกก  ชนิดที่ชิ้นนึงไม่พอ ต้องขอชิ้นที่สองค่ะ 

110

ความอร่อยของวุ้นชนิดนี้  นอกจากรสที่หวานนุ่มนวล  กลิ่นที่หอมแล้ว เส้นซาหริ่มก็เป็นส่วนสำคัญนะคะ  ให้เลือกเส้นซาหริ่มที่เวลาสัมผัสด้วยมือแล้วรู้สึกว่าไม่กระด้าง  เพราะถ้าเส้นซาหริ่มกระด้าง เวลาเคี้ยวไปแต่ละคำ เส้นมันจะโดดออกมาจากวุ้น ทำให้รสสัมผัสไม่นุ่มนวลอ่ะค่ะ  และถ้าใครอยากใส่มะพร้าวอ่อนเพิ่ม ก็ได้นะคะ ยิ่งอร่อยมากขึ้นด้วย  แต่ถ้าใส่มะพร้าวอ่อน พิมแนะนำว่าให้ใช้น้ำมะพร้าวอ่อนแทนน้ำลอยดอกมะลิ  เพราะจะเข้ากันมากกว่าอ่ะค่ะ 

 112

ยังไงไปลองทำทานกันดูนะคะ แล้วพบกับพิมในเมนูถัดไปค่ะ ^_^

111



เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

ครัวบ้านพิม on Facebook

Contents in English

สมาชิก