header



หลายเดือนก่อนที่ตลาดนัดท้ายหมู่บ้านพิมที่มีของขายเยอะมาก ๆ  มีร้านซูชิมาเปิดใหม่ร้านนึงค่ะ  

ความแปลกของซูชิร้านนี้ก็คือ  เค้าขายซูชิคำละ  20 บาท  ในขณะที่ร้านอื่นขายคำละ 5-10 บาท นะคะ   แล้วซูชิเค้าก็จะมีความหลากหลายหน้ามาก  ทั้งหน้าเนื้อสามชั้น  เนื้อส่วนที่เป็นริบอาย  หน้าหมูสันคอ  หมึกชิ้นโต ๆ  หนวดหมึกอ้วน ๆ  หน้าเบคอน  แฮม และอีกมากมาย  ฯลฯ  รวมไปถึงหน้าไส้กรอกด้วยค่ะ 

ถ้าถามพิมว่าซูชิร้านนี้อร่อยไหม ตอบได้เลยว่าอร่อย  เพราะพิมซื้อทีนึงเกือบ 300 บาทเลยนะคะ    แต่ทีนี้เนี่ยด้วยความที่ตลาดนัดท้ายหมุ่บ้านพิมเป็นตลาดนัดบ้าน ๆ กลุ่มลูกค้าที่มาจับจ่ายซื้อของในตลาดอาจจะไม่มีมีกำลังซื้อซูชิของเค้าบ่อย ๆ  พอพี่เค้าขายไปได้สัก 3-4 เดือน เค้าก็ต้องย้ายไปขายที่อื่นแทน  ซึ่งพิมก็ไม่รู้ว่าตลาดไหนค่ะ  >__<   

ทีนี้พอพิมนึกอยากจะกินขึ้นมา โดยเฉพาะตัวที่เป็นซูชิไส้กรอก แบบว่ามันอร่อยมากกก  พิมก็เลยต้องลงมือทำเองนะคะ   ซึ่งเอาจริงแล้วก็ไม่ได้ยากอะไรเลย   ที่สำคัญตอนพี่เค้าขายพี่เค้าใช้ไส้กรอกทั่วไป  แต่พิมปรับมาใช้เป็นไส้กรอกชีส แล้วเพิ่มซอสเข้าไปด้วย ก็เลยยิ่งทำให้อร่อยมากขึ้นค่ะ  ....  ถ้าไม่เชื่อพิม ตามพิมมาดูส่วนผสมและวิธีทำกันได้เลยน๊าา ^_^ 

cheese sausage sushif 27

cheese sausage sushif 28

:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง ::

- ไส้กรอกไก่ เฟรนซ์กาลิคบัตเตอร์ชีส เบทาโกร 2 แพ็ค
- ข้าวญี่ปุ่น 125 กรัม
- น้ำเปล่าสำหรับหุงข้าว 150 กรัม
- น้ำส้มสายชูหมักจากข้าว 20 กรัม
- น้ำตาลทราย 25 กรัม
- เกลือ 2  กรัม
- ซอสทาโกะยากิ 2 ช้อนโต๊ะ 
- มายองเนส 2 ช้อนโต๊ะ 
- ไข่กุ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
- ใบต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ 
- แผ่นสาหร่ายขนาด 0.25 นิ้ว x 3.5 นิ้ว 16 ชิ้น 

cheese sausage sushif 01

:: วิธีทำ ::

เริ่มต้นเรามาหุงข้าวกันก่อน   ซึ่งข้าวที่เราจะใช้ทำซูชิเป็นข้าวญีปุ่นค่ะ  ทีนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่าข้าวไทยก็ข้าว  ข้าวญี่ปุ่นก็ข้าว แล้วมีความต่างกันยังไง   เพราะงั้นพิมเลยจะคุยเรื่องข้าวให้ฟังก่อนนิ๊ดนึง ถือซะว่าเป็นออเดิร์ฟนะคะ ^_^ 

ข้าวในโลกนี้ หลัก ๆ แล้วมี 2 แบบด้วยกัน ก็คือ  ข้าวอินดิก้า กับ ข้าวจาโปนิก้า ค่ะ  ข้าวไทยเป็นข้าวชนิดที่เรียกว่า  “ข้าวอินดิก้า” นะคะ  ข้าวประเภทนี้เมล็ดข้าวจะมีลักษณะเรียวยาว เมื่อหุงสุกแล้วจะมีความร่วน ไม่เกาะติดกัน  และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว อย่างข้าวหอมมะลิ หรือข้าวเสาไห้ของบ้านเราค่ะ     ส่วนข้าวญี่ปุ่นเป็น “ข้าวจาโปนิก้า”  มีเมล็ดป้อมสั้น ค่อนข้างกลม  เวลาหุงสุกแล้ว เมล็ดข้าวจะเกาะติดกันและมีความหนึบหนับยิ่งกว่าข้าวเหนียว  แต่ไม่มีกลิ่นหอมเหมือนข้าวอินดิก้า   ซึ่งในไทย ข้าวญี่ปุ่นก็จะมีวางขายอยู่ตามซุปเปอร์มาร์เกต กิโลละประมาณ 70-90 บาทนะคะ 

cheese sausage sushif 02

เมื่อเราชั่งตวงข้าวเรียบร้อยแล้ว ก็ให้เราเอาข้าวไปล้างน้ำ 4-5 ครั้ง  ล้างแบบถูเม็ดข้าวไปมากับฝ่ามือ  (ประมาณ 5-10 นาที) ค่ะ   จนกระทั่งได้น้ำซาวข้าวที่ใสแบบมองเห็นเมล็ดข้าว  ก็เทน้ำทิ้ง  แล้วใส่น้ำสะอาดลงไปพอท่วมข้าว  แช่ข้าวไว้ 20 - 30 นาทีนะคะ  

cheese sausage sushif 03

cheese sausage sushif 04

cheese sausage sushif 05

พอครบเวลา ก็เทข้าวใส่กระชอนตาถี่ ๆ  พักให้สะเด็ดน้ำสักครู่นึงค่ะ  จากนั้นเทข้าวใส่ลงในหม้อหุงข้าว ตามด้วยน้ำสำหรับหุงข้าว แล้วก็นำไปหุงตามปกตินะคะ  

cheese sausage sushif 06

พอข้าวสุก เราก็ดึงปลั๊กหม้อข้าวออก แล้วพักข้าวไว้ในหม้อประมาณ 10 นาทีค่ะ  (ไม่ต้องเปิดฝาหม้อ)  

cheese sausage sushif 07

ระหว่างนั้นก็ให้เราผสมน้ำตาล  น้ำส้มสายชู และเกลือป่นรวมกัน นำไปเข้าไมโครเวฟ 20 วินาที  แล้วเอาออกมาคน  จนน้ำตาลละลายหมด ก็แบ่งออกไว้เป็น 2 ส่วนนะคะ   ส่วนนึงไว้ชุบมือตอนปั้นข้าว  อีกส่วนไว้สำหรับคนผสมกับข้าวซูชิค่ะ   

cheese sausage sushif 08

cheese sausage sushif 09

ครบเวลา  เราก็ตักข้าวญี่ปุ่นที่หุงสุกใส่ลงในชามใบโตหน่อย  แล้วราดน้ำส้มปรุงรสที่เราทำเอาไว้ลงไปครึ่งนึงนะคะ (ครึ่งนึงจากที่แบ่งไว้แล้ว)   ให้ทัพพีหรือพายคนด้วยความรวดเร็ว พอน้ำส้มซึมเข้าไปในข้าวดีแล้ว  เราก็ใส่น้ำส้มที่เหลืออีกครึ่งนึงลงไป  แล้วคนให้เข้ากันอีกครั้งค่ะ  คนไปคนมาจนกระทั่งข้าวหายร้อน  ก็พักข้าวไว้ก่อนนะคะ   (ระหว่างผสมข้าวกับน้ำส้ม  สามารถใช้พัดลมเป่า เพื่อช่วยให้หายร้อนไวขึ้นได้)   

cheese sausage sushif 10

cheese sausage sushif 11

ระหว่างรอข้าว เราก็จะมาเตรียมไส้กรอกกันค่ะ  วันนี้พิมใช้เป็นไส้กรอกไก่ เฟรนซ์กาลิคบัตเตอร์ชีส ของเบทาโกรนะคะ  ซึ่งไส้กรอกตัวนี้จะมีส่วนผสมของเนยและผงกระเทียมอยู่ด้วย  ทำให้มีกลิ่นอายของขนมปังกระเทียมจากฝรั่งเศส เข้ากันกับเชดด้าชีสที่อยู่ในไส้กรอกมากเลยค่ะ   

cheese sausage sushif 12

cheese sausage sushif 13

วิธีการเตรียมไส้กรอก ก็ไม่มีอะไรยุ่งยากนะคะ  ถ้าเราชอบทานซูชิแบบคำเล็ก  ก็หั่นไส้กรอก 1 ชิ้น ให้เป็น 4 ส่วนค่ะ  แต่ถ้าชอบซูชิแบบคำโต ๆ ไส้กรอกเน้นๆ  ก็ผ่าไส้กรอกตามแนวยาว ออกเป็น 2 ชิ้น ให้เห็นชีสเน้น ๆ  อย่างในภาพด้านล่างที่พิมทำนะคะ  และก็กรีดปลายแต่ละด้านของไส้กรอก ออกเป็น 3 ส่วน เพื่อความสวยงามนิดนึง ... แล้วก็พักไว้ก่อนค่ะ   

cheese sausage sushif 16

cheese sausage sushif 15

เมื่อเตรียมข้าวเสร็จ เตรียมไส้กรอกเสร็จ เราก็จะมาปั้นข้าวซูชิกันนะคะ  ขั้นตอนนี้ง่ายมาก  ให้เราเอาน้ำส้มปรุงรสที่เตรียมไว้ ผสมกับน้ำเปล่าราว ๆ ครึ่งถ้วย แล้วคนให้เข้ากันค่ะ 

จุ่มส่วนที่เป็นปลายนิ้ว ลงไปในน้ำที่เตรียมไว้  (เพื่อไม่ให้ข้าวติดมือ)  แล้วหยิบข้าวขึ้นมาก้อนนึง (น้ำหนักประมาณ 20 กรัม)  ปั้นข้าวด้วยมือข้างเดียว (ข้างที่จุ่มน้ำ) ให้เป็นทรงกลมรี และมีความแน่นประมาณนึงนะคะ  จากนั้นวางไส้กรอกที่เตรียมไว้ลงไป  พันด้วยสาหร่ายให้ดูเรียบร้อยสวยงาม   แล้วก็เรียงพักใส่จานเอาไว้ค่ะ

*** ข้าวญี่ปุ่นตามสูตรด้านบน จะได้ข้าวซูชิน้ำหนักก้อนละประมาณ 20 กรัม 18 ก้อน  

cheese sausage sushif 17

cheese sausage sushif 18

พอปั้นครบทุกชิ้นแล้ว  ก็ให้เราบีบมายองเนสและซอสที่เตรียมไว้ลงไปบนไส้กรอก อย่างละนิดหน่อย ไม่ต้องเยอะนะคะ  เพราะว่าไส้กรอกของเรากับข้าวมีรสชาติอยู่แล้วค่ะ  

cheese sausage sushif 19

แล้วก็ทำการเบิร์นไส้กรอกทั้งด้านบน  ด้านข้าง และปลายไส้กรอกทั้งสองด้าน เพื่อให้ไส้กรอกร้อน ชีสละลาย มีกลิ่นหอม และสวยงามมากขึ้นนะคะ  ^_^   

cheese sausage sushif 20

cheese sausage sushif 21

สุดท้ายก็แต่งหน้าด้วยไข่กุ้ง กับต้นหอมอย่างละนิดหน่อย 

 cheese sausage sushif 22

เท่านี้เราก็จะได้  #ซูชิไส้กรอกชีส พร้อมทานล่ะค่า  งานนี้จะทานแบบไม่จิ้มอะไรเลยก็อร่อย  หรือถ้าใครชอบความซู่ซ่า ความจี๊ด จะแตะวาซาบิลงไปสักนิดนึง แล้วจิ้มกับโชยุ ก็ยิ่งอร่อยมากขึ้นนะคะ 

cheese sausage sushif 23

ยังไงลองไปทำกันดูค่ะ งานนี้มีไส้กรอกไก่ เฟรนซ์กาลิคบัตเตอร์ชีส เบทาโกร ติดตู้เย็นไว้ ... ทำอะไรกินก็อร่อยนะคะ ^_^   

cheese sausage sushif 26

cheese sausage sushif 27

cheese sausage sushif 28

cheese sausage sushif 25



เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

ครัวบ้านพิม on Facebook

Contents in English

สมาชิก