header



http://pim.in.th/images/all-side-dish-nampric/nampric-mamoung/nampric-mamoung-15.JPG

วันนี้ 1 กันยายน 2554 เป็นวันแรกที่พิมตั้งใจจะเริ่มลดน้ำหนักอย่างจริงจังซะที พิมก็เลยไม่อยากกินเนื้อสัตว์ที่ย่อยยากหรืออาหารที่มันหนักท้องมากๆ อ่ะค่ะ

.. แต่พิมอยากจะกินอะไรที่เบาๆ  ที่ไม่ต้องออกแรงเคี้ยวเยอะ ไม่ต้องใช้พลังงานในการย่อยเยอะ  ไม่มีไขมันเยอะ (= มีไขมันน้อย หรือไม่มี)  อีกทั้งไม่อยากเสียเงินเพิ่มเพื่อซื้อของมาทำกับข้าว เลยเลือกทำเมนูน้ำพริกมะม่วงซึ่งวัตถุดิบแทบทุกอย่างแม้กระทั่งมะม่วง และผักสดที่ใช้กิน .... ก็หาได้จากในบ้านทั้งหมดอ่ะค่ะ

และถือโอกาสที่ช่วงนี้พิมทำน้ำพริกมะม่วงกินบ่อย (มาก) วันนี้ในโอกาสที่ทำกินอีกที พิมก็เลยขอเก็บภาพ ทั้งภาพส่วนผสมและภาพวิธีทำมาฝากเพื่อนๆ ตามคำสัญญาที่ให้ไว้ตั้งแต่ราว 2-3 อาทิตย์ก่อนอ่ะค่ะ ^^

http://pim.in.th/images/all-side-dish-nampric/nampric-mamoung/nampric-mamoung-01.JPG
http://pim.in.th/images/all-side-dish-nampric/nampric-mamoung/nampric-mamoung-04.JPG
http://pim.in.th/images/all-side-dish-nampric/nampric-mamoung/nampric-mamoung-06.JPG

:: ส่วนผสมและวัตถุดิบ ::

- กระเทียมไทย 15 กลีบเล็ก
- พริกขี้หนูสวน 8-10 เม็ด  (หรือตามความเผ็ดที่ชอบ)
- กะปิอย่างดี 1 ชต.
- น้ำตาลปี๊บ (น้ำตาลโตนด)  1 + 1/2 ชต.
- น้ำปลา 1 ชต.
- มะม่วงเปรี้ยวมาก  1/2 ลูกกลางๆ  หรือประมาณเกือบๆ  1/2 ถ้วย
- น้ำมะนาว 1 ซีก

- ใบตองสำหรับห่อกะปิย่าง

http://pim.in.th/images/all-side-dish-nampric/nampric-mamoung/nampric-mamoung-16.JPG

:: วิธีทำ ::

อันดับแรกเลยจะตำน้ำพริกที่มีส่วนผสมของกะปิให้อร่อย  เราก็ต้องเอากะปิไปปิ้งไฟเพื่อให้หอมซะก่อนนะคะ .... วิธีเอากะปิไปปิ้งไฟก็คือ ให้เราหาใบตองขนาด  1 คืบ * 1 คืบมาสัก 2 ชิ้นค่ะ   เช็ดให้สะอาด คว่ำใบตองสลับหน้าหลังกันอย่างในภาพ  แล้วเอาก้อนกะปิวางลงไป  ห่อและกลัดให้เรียบร้อยด้วยไม้กลัด  แล้วนำไปปิ้งบนเตาไฟ (ไฟอ่อนๆ) จนกะปิส่งกลิ่นหอม และใบตองชั้นนอกไหม้ (ใช้เวลาไม่นาน)  ก็ยกลงมาพักไว้ให้อุ่น ๆ  ก่อนที่จะแกะเอาไว้แต่กะปิค่ะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-nampric/nampric-mamoung/nampric-mamoung-08.jpg

จากนั้นก็หันมาจัดการกับมะม่วงกันต่อค่ะ ... ย้ำๆ  นิดนึงว่ามะม่วงเนี่ยต้องเป็นมะม่วงเปรี้ยวนะคะ และก็ต้องแก่จัดด้วย (แต่ยังไม่สุก) ถึงจะเอามาตำน้ำพริกกะปิอร่อย  ที่สำคัญอีกอย่างต้องเป็นมะม่วงที่เนื้อแข็งค่ะ หากเป็นมะม่วงเนื้อนิ่มอย่างมะม่วงน้ำดอกไม้ ตามความรู้สึกส่วนตัวของพิม พิมว่าเอามาตำน้ำพริกมะม่วงไม่อร่อยอ่ะค่ะ

ก็เอามะม่วงแก่มา 1 ลูกนะคะ จัดการปอกเปลือก ล้างน้ำ แล้วก็สับละเอียดแต่ไม่ต้องละเอียดมาก ให้มีขนาดประมาณในภาพด้านล่างอ่ะค่ะ  (ใช้วิธีสับนะคะ  ห้ามหั่น และก็ห้ามใช้ที่ขูดมะละกอขูดเอานะคะ)  .... สับเสร็จก็พักไว้ก่อน

http://pim.in.th/images/all-side-dish-nampric/nampric-mamoung/nampric-mamoung-09.jpg

เมื่อเตรียมกะปิ เตรียมะม่วงเสร็จ ก็มาลงมือตำน้ำพริกมะม่วงกันค่ะ .. เริ่มต้นด้วยการปอกเปลือกกระเทียมกลีบเล็ก (พิมใช้กระเทียมไทย) แล้วหย่อนใส่ลงไปในครกประมาณ 15 กลีบค่ะ ตามด้วยพริกขี้หนูสวนที่แก่แล้ว  (พริกขี้หนูอ่อน จะไม่หอม)  ใส่ลงไปสักประมาณ 10 เม็ด หรือมากน้อยกว่านี้ตามความเผ็ดที่ต้องการค่ะ  ..... แล้วก็โขลกให้กึ่งละเอียดกึ่งหยาบแบบในภาพ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-nampric/nampric-mamoung/nampric-mamoung-10.jpg

จากนั้นก็ใส่กะปิ น้ำตาลปี๊บตามลงไป บดด้วยสากเบา ๆ มือให้เข้ากันดี  ตามด้วยมะม่วงเปรี้ยวที่เราสับเอาไว้ โขลกเบา ๆ ให้มะม่วงนิ่มและแหลกพอประมาณ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-nampric/nampric-mamoung/nampric-mamoung-11.jpg

ก็จะได้ออกมาเป็นลักษณะประมาณนี้นะคะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-nampric/nampric-mamoung/nampric-mamoung-12.JPG

เติมน้ำมะนาวกับน้ำปลาตามลงไป  ... น้ำมะนาวนี่ไม่ต้องใส่มากนะคะ  พิมใส่แค่มะนาวซีกเดียว  เพราะว่าเดี๋ยวเราจะได้ความเปรี้ยวจากมะม่วงจากมะม่วงด้วยอ่ะค่ะ  ....   แต่ความเปรี้ยวจากมะม่วงเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่กลมกล่อมพอ  เราเลยจะต้องใส่น้ำมะนาวเพิ่มลงไปสักหน่อย  และก็เพิ่มรสให้กลมกล่อมด้วยน้ำปลาดี ๆ อีกสักราว ๆ 1 ชต. ค่ะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-nampric/nampric-mamoung/nampric-mamoung-13.jpg

แล้วก็คนให้เข้ากันดี ...... ลองชิมรสชาติดู .....  บางทีหากมะม่วงเปรี้ยวน้อยไป เราอาจจะต้องเติมน้ำมะนาวเพิ่ม  หากมะม่วงเปรี้ยวมากไป กะปิเค็มไป เราอาจจะต้องเติมน้ำตาลเพิ่ม  หรือถ้ากะปิไม่ค่อยเค็มสักเท่าไหร่ เราอาจจะต้องเติมเติมน้ำปลาเพิ่ม .... ก็ประมาณนี้อ่ะค่ะ ....  ก็เอารสชาติที่ชอบเลยนะคะ  (แต่แนะนำนิดนึงว่าหลังจากตำทิ้งไว้สักพัก น้ำพริกจะเปรี้ยวเพิ่มมากขึ้นอีกหน่อย เพราะว่าน้ำจากมะม่วงมันจะออกมานะคะ)

http://pim.in.th/images/all-side-dish-nampric/nampric-mamoung/nampric-mamoung-14.JPG

แล้วเราก็จะได้น้ำพริกมะม่วง ... ออกมาหน้าตาประมาณในภาพด้านล่างนี้อ่ะค่ะ ...... ขอบอกว่า แหล่มมากกกกก เลยค่ะ ^^  คือจะว่าไงดีอ่ะ รสชาติเค้าแบบว่าจะเป็นประมาณสามรสอ่ะนะคะ เปรี้ยวนำ หวานเค็มตามมานิด ๆ หอมกลิ่นมะม่วง หอมกลิ่นกะปิ  .. สรุปว่าอร่อยค่ะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-nampric/nampric-mamoung/nampric-mamoung-03.JPG

และด้วยความที่วันนี้พิมไม่ค่อยจะมีผักอะไรติดตู้  พิมก็เลยไปเก็บมะเขือสีม่วง ๆ   ถั่วพู  กะยอดแคจากต้นแคที่แม่ปลูกไว้หน้าบ้านมากินคู่กับน้ำพริกมะม่วงอ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-nampric/nampric-mamoung/nampric-mamoung-07.JPG

ขอบอกว่าด้วยความอร่อยของตัวน้ำพริก บวกกับความสดของผักที่เพิ่งเก็บมาได้  ทำให้พิมกินข้าวไม่ยุบจานเลยค่ะ  แบบว่ากินแต่ผักจิ้มน้ำพริกตลอด จนกินไปกินมาผักเกือบหมดจาน แต่ข้าวยังหมดไม่ถึงครึ่งจานเลยอ่ะค่ะ ^^

http://pim.in.th/images/all-side-dish-nampric/nampric-mamoung/nampric-mamoung-02.JPG

ก็ดูหน้าตาน้ำพริกมะม่วงกันชัด ๆ อีกทีนะคะ ...... หน้าตาประมาณนี้เลย  ยังไงเพื่อน ๆ คนไหนสนใจก็ลองไปทำดูนะคะ ถือเป็นอีกหนึ่งน้ำพริกที่อร่อยแต่ทำง่ายมาก และพิมอยากให้ทุกคนลองทำกันดูค่ะ ^__^

http://pim.in.th/images/all-side-dish-nampric/nampric-mamoung/nampric-mamoung-04.JPG



เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

ครัวบ้านพิม on Facebook

Contents in English

สมาชิก