header



ถ้าพูดถึงสถานที่เที่ยวในจังหวัดนครปฐมและสมุทรสงคราม พิมเชื่อว่าหลายๆ  คงจะนึกถึงแต่ตลาดน้ำกันซะเป็นส่วนใหญ่เน๊าะคะ ไม่ว่าจะตลาดน้ำดอนหวาย ตลาดลำพญา ตลาดน้ำท่านา รวมไปถึงตลาดน้ำอัมพวาด้วยอ่ะค่ะ  

แต่จริง ๆ แล้ว นครปฐมกับสมุทรสงครามยังมีที่เที่ยวอีกเยอะแยะมากมาย  วันนี้พิมเลยจะมาเป็นไกด์ชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยว 2 จังหวัดนี้กันแบบเบาๆ นะคะ  แต่รับรองว่าอิ่มกายและอิ่มใจแน่นอน   ...... ตามพิมมาเลยค่าาา ^_^

ทริปของพิมทริปนี้ พิมเดินทางเมื่อประมาณปลายเดือนที่แล้ว เป็นทริป 2 วันอ่ะค่ะ  โดยพิมออกจาก กทม.  ด้วยรถตู้ (ไปกันหลายคนเน๊าะคะ)  ประมาณ 7 โมง 1/2 แถวถนนเพชบุรีค่ะ   และขึ้นทางด่วนไปทางบางนา แว่วๆ ฟังพี่คนขับเค้าบอกว่าจะออกไปทางพระราม 2 แต่ด้วยความที่พิมนอนดึกมาก ตี 2 และตื่นตอนตี 5 1/2  ทำให้พิมง่วงนอนสุดๆ  ที่คิดว่าจะชมวิวระหว่างเดินทางไปพลางๆ  เอาเข้าจริงก็หลับยาววว.ว.ว.ว.ว แบบไม่รู้อะไรเลย และไปรู้ตัวเอาอีกทีประมาณ 8 โมงครึ่ง  ตอนที่รถไปถึงจุดหมายแรกของเราแล้วอ่ะค่ะ แห๊ะๆ ^^"

จุดหมายแรกของเราในทริปนี้ก็คือ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยนะคะ  ซึ่งตอนแรกพวกเราคิดว่าน่าจะมาถึงช้ากว่านี้ เพราะตอนที่จะออกจากกรุงเทพฯ รถติดมากก.ก.ก.ก.ก.ก >_<  แต่เอาเข้าจริง พวกเราก็มาถึงที่หมายตามเวลาที่คิดเอาไว้ค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย >>  คลิ๊กที่นี่เลยค่ะ <<

101

พิพิธภัณฑ์หุ่นขึ้ผึ้งไทยแห่งนี้เนี่ย ตั้งอยู่ริมถนนสายหลักที่อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมค่ะ โดยมีอาจารย์ดวงแก้ว พิทยากรศิลป์ เป็นผู้นำในการปั้นและก่อสร้างนะคะ  ซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เนี่ยเปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยวันจันทร์ถึงศุกร์  จะเปิดตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึง 17.30 น. แต่ถ้าเป็นวันเสาร์อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ก็จะเปิดตั้งแต่ 8 โมงครึ่งไปจนถึง 6 โมงเย็นเลยค่ะ  

102

ส่วนค่าเช้าชม ผู้ใหญ่จะอยู่ที่ 50 บาท เด็ก 10 บาท และพระภิกษุ สามเณร นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบจะอยู่ที่คนละ 20 บาทเท่านั้นเองนะคะ  ... แบบว่าไม่แพงเลยค่ะ ^_^

103

โดยส่วนที่จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งเนี่ย ก็จะจัดแบ่งออกเป็น 2 ชั้นนะคะ  ชั้นแรก โซนแรกก็จะเป็นโซนของพระอริยสงฆ์ในประเทศไทยที่มรณภาพไปแล้ว เช่น  พระอาจารย์มั่น   ครูบาศรีวิชัย  พระมงคลเทพมุนี  หลวงพ่อเกษม  สมเด็กพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ค่ะ   ซึ่งผลงานการปั้นของทีมงานอาจารย์ดวงแก้วนั้นงดงามและเหมือนจริงมากเลยนะคะ ยิ่งเข้าไปส่องใกล้ ๆ   ทั้งริ้วรอยต่างๆ  เล็บ เส้นผม ผิวหนัง ละเอียดเหมือนคนจริง ๆ จนน่าประหลาดใจเลยอ่ะค่ะ

108111112113

โดยหุ่นขี้ผึ้งเหล่านี้ ตอนแรกพิมเข้าใจว่าทำมาจากขี้ผึ้งจริง ๆ นะคะ  แต่เท่าที่ได้สอบถามเจ้าหน้าที่เนี่ย ก็เพิ่งรู้ว่าถ้าเป็นหุ่นขี้ผึ้งจริงๆ  แม้เราจะดูแลรักษาเป็นอย่างดี แต่หุ่นก็จะไม่สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมทั้งเรื่องของฝุ่น  ความชื้น อุณหภูมิได้อ่ะค่ะ เพราะงั้นแล้วทางทีมงานของอาจารย์ผู้ปั้นหุ่นเหล่านี้ ก็เลยค้นคว้าหาวิธีอยู่กว่า 10  ปี  จนได้ออกมาเป็นหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาส  ที่ทนได้ต่อสภาพแวดล้อมในเมืองไทยเรา แล้วก็ยังสามารถปั้นให้ปราณีตได้เหมือนจริงไม่แพ้การใช้ขี้ผึ้งจริงๆ อีกด้วยอ่ะค่ะ  ^_^

116117118

ในห้องถัดมา ก็จะเป็นห้องที่จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 จนถึงรัชกาลที่ 8  หุ่นขี้ผึ้งของสมเด็จย่า และสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนานะคะ   ซึ่งตรงนี้เนี่ย เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์ก็ได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเจ้าฟ้าแต่ละพระองค์ให้พิมและคณะได้ฟังกัน  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประวัติของต่ละองค์  ลักษณะฉลองพระองค์แต่ละรัชกาล พระราชกรณียกิจต่างๆ    เหตุการณ์สำคัญๆที่เกิดชึ้นในสมัยรัชกาลนั้นๆ   และเรื่องความสัมพันธ์ของแต่ละพระองค์ด้วยอ่ะค่ะ ... ซึ่งตรงนี้ หลายเรื่องเป็นสิ่งที่พิมไม่เคยรู้ ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ต้องขอบคุณพี่เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมากเลยนะคะ  ^_^

120119121122

หมดจากชั้นที่ 1 ต่อมาในชั้นที่ 2 โซนแรก ก็จะเป็นชุดหุ่นขี้ผึ้ง 3 ครูทางด้านดนตรีไทย  ท่านแรกคือครูจวงจันทร์ จันทร์คณา หรือที่หลายคนรู้จักท่านในนามของ บรมครูพานบูรพ์  ซึ่งท่านได้แต่งเพลงดังๆ  เอาไว้มากมาย เช่น เพลงจันทร์เจ้าขา ข้างบ้านเรือนเคียง  และเพลงขวัญของเรียม (เพลงอันหลังนีเพลงโปรดของพิมเลยน๊าาาา  ร้องได้ด้วยล่ะค่า)    ท่านสองคือครูไพบูลย์ บุตรขัน   ซึ่งท่านก็ได้แต่งเพลงไว้มากมายเช่นกัน  เพลงที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ ก็เช่น เพลงค่าน้ำนม  มนต์รักลูกทุ่ง  โลกคือละคร ฝนเดือนหก  ยมบาลเจ้าขา  มนต์รักแม่กล่อง ประมาณนี้อ่ะค่ะ   และครูเพลงท่านสุดท้ายก็คือ ครูเอื้อ สุนทรสนาน  ซึ่งพิมเชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อท่านมาก่อนเน๊าะคะ  เพลงที่ท่านแต่งก็เช่นรำวงลอยกระทง สวัสดีปีใหม่ พรานทะเล  นางฟ้าจำแลง พี่รักเจ้า   ซึ่งล้วนแต่เป็นเพลงดัง ๆ ทั้งนั้นเลยอ่ะค่ะ ^_^

201202

ถัดจากโซนบรมครูดนตรีไทย ก็จะเป็นโซน 3 บุคคลสำคัญของโลกนะคะ ซึ่งก็จะมีหุ่นขี้ผึ้งมหาตมะคานธี  เป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งประชาชนอินเดีย  เนื่องจากว่าท่านได้ทำการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของประชาชนชาวอินเดีย จนสามารถหลุดพ้นจากการปกครองของประเทศอังกฤษได้อ่ะค่ะ    และก็มีอับราฮัม ลินคอล์น  ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำทางด้านสิทธิมนุษยชนที่ยิ่งใหญ่คนนึงของสหรัฐอเมริกา  เพราะท่านเป็นผู้นำรัฐฝ่ายเหนือในสงครามกลางเมือง ทำให้ชนะรัฐฝ่ายใต้  เป็นผลให้เลิกทาสได้สำเร็จในสหรัฐอเมริกานะคะ  และคนสุดท้ายก็คือเซอร์ วินสตัน เชอร์ชิล  ซึ่งเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของชาวอังกฤษค่ะ  

203

ในห้องถัดมาก็จะเป็นห้องหุ่นขี้ผึ้งที่แสดงการละเล่นแบบไทย ๆ  ของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งก็การเล่นรีรีข้าวสาร  แมงมุมขยุ้มหลังคา จ้ำจี้มะเขือเปราะ  ขี่ม้า  และการเล่นหัวล้านชนกันนะคะ  ซึ่งพิมไม่อยากจะเม้าท์เลยว่า นอกจากหัวล้านชนกัน (ซึ่งเป็นการละเล่นของผู้ใหญ่แถวสุพรรณ)   พิมเล่นมาทั้งหมดแล้วล่ะค่า  เชี่ยวชาญและชำนาญอีกต่างหาก  เพราะสมัยเด็กเล่นแบบนี้เกือบทุกวันเลย   (บ่งบอกซึ่งวัยเลยฮ่าๆ)  แถมนอกจาก 4 การละเล่นที่ว่า ก็ยังมีมอญซ่อนผ้า และหมากเก็บอีกด้วยค่าา  (ไหนใครเคยเล่นพวกนี้บ้าง ยกมือขึ้นนนนนน)  ^_^  

205206

ส่วนห้องก่อนสุดท้าย ก็จะเป็นห้องเกี่ยวกับสุนทรภู่ บรมครูชาวกวีของไทยเรา และพระอภัยมณีค่ะ   ซึ่งในห้องนี้ก็จะมีหุ่นขี้ผึ้งตัวละครในวรรคดีสุนทรภู่ที่เป็นตัวหลักๆ เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพระอภัยมณี  ศรีสุวรรณ  นางละเวง นางเงือก   นางยักษ์ ม้านิลมังกร  สินสมุทร สุดสาคร   ฤาษี และอีกมากมาย รวมไปถึงหุ่นขี้ผึ้งสุนทรภู่ด้วยอ่ะค่ะ    

208

ส่วนห้องสุดท้ายก็จะเป็นห้องที่แสดงหุ่นขี้ผึ้งเกี่ยวกับทาสและการเลิกทาสในสมัยรัชกาลที่ 5 นะคะ  ซึ่งในห้องนี้เนี่ยถือได้ว่าเป็นไฮไลท์ของหุ่นขี้ผึ้งในชั้น 2 เลยอ่ะค่ะ   โดยในห้องก็จะมีการจัดหุ่นขี้ผึ้งแสดงเรื่องราว (ในสมัยโบราณ)  ตอนที่พ่อซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวไปเล่นการพนัน  เอาลูกเมียไปเป็นประกัน แล้วเสียพนัน ต้องส่งลูกส่งเมียไปเป็นทาสของคนอื่นเค้า  ภาพทาสถูกเฆี่ยนตี มีแต่รอยแผลที่หลัง  ไปจนถึงภาพการเลิกทาสอ่ะค่ะ  ซึ่่งระหว่างเดินชมไป ก็จะมีเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์คอยอธิบายเรื่องราวต่างๆ  เกี่ยวกับหุ่นขี้ผึ้งให้เราได้ฟังตลอดเวลา  ทำให้พิมได้รับรู้เรื่องราวต่าง ๆ มากมาย งานนี้ก็ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ทุกคนมากๆ เลยนะคะ 

209211213

และหลังจากเราเดินชมหุ่นขี้ผึ้งอยู่ประมาณ 2 ชม. กว่าๆ  ราวๆ 10 โมงครึ่งพวกเราก็หิวกันแล้วอ่ะค่ะ - -"  ก็เลยชวนกันขึ้นรถตุ้ไปหาอะไรกินกัน

 301

โดยจุดหมายของเราก็อยู่ที่ร้าน "กุ้งอบภูเขาไฟ"  ซึ่งเป็นร้านดังของจังหวัดนครปฐมเลยนะคะ  ดังชนิดที่ว่า มีคนจังหวัดใกล้เคียงหลายกลุ่มหลายคน รวมตัวกันจ้างรถตู้ให้พามานั่งกินข้าวที่นี่แล้วก็พากลับด้วยอ่ะค่ะ ^_^ 

302304

อาหารเด่นๆ  ของที่นี่โดยส่วนใหญ่เท่าที่พิมเห็นป้าย และอ่านเมนูดูก็จะเป็นอาหารทะเลพวก กุ้ง ปู ปลา ซะเป็นส่วนใหญ่เน๊าะคะ 

303310

ซึ่งพิมมอง ๆ เมนูดู ก็มีที่น่าสนใจอยากจะลองสั่งมาดูหลายเมนูเลยอ่ะค่ะ แต่เนื่องจากว่าวันนั้นเราไปกันหลายคน เพราะงั้นก็แบ่งๆ  กันสั่งคนละเมนูสองเมนูเน๊าะคะ  ......... แล้วก็ได้มาตามในภาพด้านล่างนี่แหละค่า

เมนูแรก .. ยอดฝักแม้วผัดน้ำมันหอย  อร่อยดีนะคะ ยอดฟักอ่อน ไม่แข็งเลยค่ะ  
เมนูสอง .. กุ้งชุบแป้งทอด  เมนูโปรดของคุณสามี ทางร้านใช้กุ้งตัวใหญ๋มาแปะเปลือกออก แล้วก็ชุบแป้งทอด  แต่สงสัยว่าทางร้านไม่อยากตั้งราคาสูงเกินไป  ในขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้กุ้งทอดในจานดูน้อย ๆ ก็เลยทอดแครอท หน่อไม้ฝรั่งใส่มาด้วย ก็อร่อยดีอ่ะค่ะ โดยเฉพาะหน่อไม้ฝรั่งยอดอวบ และหวานมากเลยค่า
เมนูสาม .. กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา  อันนี้เป็นเมนูที่น้องต้อง คนที่พาพิมไปทริปนี้ต้องสั่งตลอดไม่ว่าจะแวะร้านไหน 5555 (โปรดอย่าถามว่าทำไม) 
เมนูสี่ .. ปลาช่อนเผาเกลือ มาพร้อมกับน้ำพริก ผักลวก  อันนีปลาช่อนย่างแห้งไปนิดนึง ความชุ่มชื้นในเนื้อปลาเลยไม่ค่อยมีเหลือ แต่น้ำจิ้มโอเคนะคะ

305

เมนูห้า .. เมนูนี้พิมสั่งเองค่ะ แต่จำไม่ได้ว่าสั่งมาเป็นปูนิ่มทอดกระเทียมพริกไทยหรือปูนิ่มผัดพริกเกลือ รู้แต่อร่อยค่ะ แม้จะติดหวานนิดนึง  เป็นเมนูแรกที่หมดก่อนใครเค้าเพื่อนเลยค่ะ
เมนูหก .. ต้มยำปลาคัง  รสชาติกลาง ๆ นะคะ ปลาก็สดดีค่ะ  
เมนูเจ็ด .. ยำอะไรสักอย่างค่ะ มีหอยนางรมสด หมึกลวก และก็กุ้งลวก  ถ้าจำไม่ผิดน่าจะชื่อยำสามกษัตริย์นะคะ  เนื้อสัตว์ทั้งหมด หวาน หอม ไม่คาวเลย  น้ำยำก็รสชาติอร่อยค่ะ แต่ค่อนข้างเผ็ดมากๆ  ควรกินคู่กับผักสดที่เค้าให้มาเยอะๆ จะช่วยบรรเทาความเผ็ดได้ค่า
เมนูแปด .. หอยแครงลวก เมนูนี้พิมไม่ได้ชิมนะคะ   แต่ดูจากหอยแครงแล้ว  เหมาะกับคนที่ชอบทานแบบสุกๆ  หน่อยอ่ะค่ะ 

306

เมนูเก้า .. ไข่เจียวปู  อันนี้ไม่รู้ใครสั่ง แต่อร่อยดีนะคะ เค้าเจียวไข่ได้เนื้อแน่นดีค่ะ
เมนูสิบ .. ปลากะพงทอดน้ำปลา  เนื้อปลาทอดได้เหลืองนอกนุ่มใน แต่ไม่ค่อยกรอบสักเท่าไหร่นะคะ  ถ้าลดไฟในการทอดให้อ่อนลงสักหน่อย ทอดนานกว่านี้อีกสักนิด น่าจะอร่อยกว่านี้ค่ะ 

309

ส่วนจานสุดท้ายก็จะเป็นอาหารเด่นของที่นี่จนกลายเป็นชื่อร้านนั่นแหละค่ะ กับ "กุ้งอบภูเขาไฟ"  โดยทางร้านเค้าจะนำกุ้งไปย่างให้สุกก่อน แล้วนำมาใส่จานไว้ เอาโถเหล็กที่มีรูด้านบนครอบ  พอมาเสริฟที่โต๊ะลูกค้าก็เอาแอลกอฮอล์ราดลงไป แล้วจุดไฟ  ไฟมันก็จะลุกพรึ่บเป็นกุ้งอบภูเขาไฟอย่างในภาพนี่แหละค่ะ   แบบว่าเรียกเสียงฮือฮาได้มากๆ 

307

แล้วพอไฟเริ่มดับ ทางร้านเค้าก็จะยกภูเขาไฟเหล็กออกค่ะ และก็ปล่อยให้ไฟในจานดับลงเรื่อย ๆ จนดับหมด  ทุกคนก็จะค่อย ๆ หยิบกุ้งแต่ละตัวมาแกะกินกัน แต่ถ้าใครไม่อยากแกะ (เช่นพิม) ทางร้านเค้าก็มีบริการเอาไปแกะ และเสริฟมาแต่เนื้อ+หัว ให้เราด้วยนะคะ   สบายพิเลย อิอิ ^_^ 

308

จบจากร้านกุ้งภูเขาไฟเรียบร้อยแล้ว จุดหมายต่อไปของเราก็คือวัดหลวงพ่อเปิ่นนะคะ  เราจะไปทัวร์ล่องเรือเพื่อสุขภาพกันค่ะ  จากนั้นก็จะไปแวะชมบ้านเก่าๆ  อายุร้อยกว่าปี  ชมโฮมสเตย์ที่แถวตลาดน้ำลำพญา   ไปกินอาหารเย็นที่ร้านชาวเล  และก็ไปเช็คอินที่พักที่บ้านพักแถวๆ  อัมพวาค่า .... ซึ่งขอบอกว่าทุกสถานที่ ๆ พิมไป และทุกอาหารที่ไปชิม โอเคมากๆ  เพราะงั้นสำหรับรีวิวนี้ พิมขอจบแค่ตรงนี้ก่อนนะคะ   ส่วนรีวิวถัดไปเพื่อนๆ คอยติดตามชมน๊าาา   พิมจะหาเวลารีบย่อรูปและเขียนเรื่องมาเล่าให้เพื่อนๆ  ได้ฟังกันในเร็ววันนี้เลยค่า  ^__^ 

401

รีวิว :: เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า ไปนอนเม้าท์กันที่อัมพวาดีกว่าค่ะ ตอนที่ 1  >> คลิ๊กที่นี่ได้เลยค่ะ <<  ตอนนี้อยู่ตรงนี้นะคะ ^_^ 

รีวิว :: เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า ไปนอนเม้าท์กันที่อัมพวาดีกว่าค่ะ ตอนที่ 2  >> คลิ๊กที่นี่ได้เลยค่ะ <<  

รีวิว :: เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า ไปนอนเม้าท์กันที่อัมพวาดีกว่าค่ะ ตอนที่ 2  >> คลิ๊กที่นี่ได้เลยค่ะ <<

:: ขอบคุณ ::

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม  

009

0100

0111



เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

ครัวบ้านพิม on Facebook

Contents in English

สมาชิก