header



และแล้ววันนี้ก็มาถึงวันสุดท้ายของทริปบุรีรัมย์แล้วเน๊าะคะ ไวจริงเลย เช้าวันนี้พวกเราตื่นกันเร็วนิดนึง เพราะว่าเมื่อคืนได้นอนอย่างเต็มอิ่มกันทั่วทุกคนค่ะ

เช้าวันนี้เรานัดเจอกันที่ล๊อบบี้โรงแรมตอน 8 โมงเช้านะคะ   กะว่าลงมากินอาหารเช้าแบบเบา ๆ ที่โรงแรมกันสักแป๊บนึง แล้วก็ค่อยออกเดินทางต่อ  

buriram6001

ซึ่งปกติแล้วเนี่ย มื้อเช้าของที่โรงแรมพนมรุ้งปุรีนี่ เค้าจะกินกันในห้องอาหารบารายที่อยู่ด้านข้างสระน้ำของโรงแรมค่ะ  แต่วันที่พิมไปมีองค์กรนึงเค้ามาจัดสัมมนาที่โรงแรม  ก็เลยต้องย้ายที่ทานอาหารเช้ามาทานบริเวณรอบสระน้ำแทน  แต่พิมว่าก็ดีไปอีกแบบนะคะ  ชิว ๆ ดีค่ะ  

buriram6002

buriram6003

อาหารเช้าของที่นี่ เท่าที่พิมเห็นว่ามีให้สั่งก็เป็นอาหารจานเดียวสไตล์ไทยๆ ซะแทบทั้งหมดนะคะ เช่นข้าวผัด ราดหน้า ผัดกะเพรา  คะน้าหมูกรอบ  ข้าวไข่เจียว ซึ่งเป็นอะไรที่พิมชอบมากกกเลยค่ะ  ^_^   แต่ว่าก็ยังมีอาหารเช้าแบบฝรั่งที่เป็นชุด ABF ให้เลือกสั่งด้วยนะคะ  เผื่อว่าใครไม่อยากทานอาหารเช้าแบบหนัก ๆ อ่ะ และที่สำคัญอันนี้พิมว่าเด็ดสุดคือ  ถ้าเพื่อนๆ ทาน 1 จานไม่อิ่ม  สามารถสั่งต่อได้เลยค่ะ  เช่น จานแรกสั่งข้าวผัด แต่ไม่อิ่มม จานสองจะสั่งราดหน้ามาเพิ่มก็ได้นะคะ  แถมแต่ละจานนี่เยอะเหมือนสั่งทานตามปกติเลยอ่ะค่า

buriram6005

buriram6004

เสร็จจากอาหารเช้า ระหว่างรอเพื่อนๆ ทุกคนพร้อมเดินทาง    พิมก็แอบแว๊บไปแว๊บมาในบริเวณล๊อบบี้ของโรงแรม แล้วก็พบว่าทางโรงแรมเค้ามีสินค้าพื้นเมือง หรือจะเรียกว่าสินค้า OTOP ของบุรีรัมย์ จำพวกผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าภูอัคนี  และข้าวที่ปลูกด้วยดินภูเขาไฟขายด้วยนะคะ   แถมราคาก็แทบไม่แตกต่างจากที่ชาวบ้านขายกันเองเลยค่ะ   เพราะงั้นถ้าเพื่อนๆ คนไหนมาพักที่พนมรุ้งปุรี แล้วไม่มีเวลาไปตามศูนย์ OTOP  แต่อยากได้ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าซิ่นตีนแดงงามๆ สักผืน ก็หาซื้อได้ที่โรงแรมพนมรุ้งปุรีเลยนะคะ   ^_^

buriram6006

จากพนมรุ้งปุรี จุดหมายแรกของการเดินทางในวันนี้ของพวกเราก็คือ ร้านขาหมูจิ้งนำ ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอนางรอง ไม่ไกลจากพนมรุ้งปุรีเลยอ่ะค่ะ ..... ถ้าเพื่อนๆ จำได้ เมื่อวานนี้พิมกับเพื่อนร่วมทริป เราพากันไปชิมขาหมูที่ร้านลักขณาในช่วงเย็น ก่อนจะเดินทางเข้าไปพักที่โรงแรม  และพบว่าร้านจิ้งนำ ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ร้านขาหมูชื่อดังของนางรอง ก็อยู่ฝั่งตรงข้ามร้านลักขณานั่นเอง  เพราะงั้นพวกเราก็เลยคิดว่ายังไงวันนี้ก่อนจะไปยังจุดหมายอื่น  เราจะต้องแวะไปชิมขาหมูจิ้งนำก่อน เพื่อจะได้รู้ว่าอร่อยที่เค้าเล่าลือกันไหมนะคะ

buriram6007

buriram6008

buriram6009

ซึ่งที่ร้านจิ้งนำเนี่ย นอกจากขาหมูแล้ว เค้าก็ยังมีอาหารอื่นๆ  ที่น่าสนใจอีกเพียบเลยนะคะ  ไม่ว่าจำเป็นต้ม แกง ผัด ยำ  สารพัดนับหลายสิบเมนูเลยค่ะ และทั้งหมดเป็นอาหารทำสด  ต่างจากที่ร้านลักขณาที่จะมีบางเมนูทำเอาไว้แล้วและใส่จานใส่ตู้กระจกรอไว้ให้คนมาชี้เลือกนะคะ

buriram6010

buriram6010 1

และสำหรับมื้อนี้ พวกเราคิดว่าไหนๆ เป็นมื้ออาหารในวันสุดท้ายของทริปก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ แล้ว พวกเราก็เลยตั้งใจสั่งมาลองชิมหลายอย่างค่ะ  ไม่ว่าจะเป็นขาหมู  ผัดโป๊ยเซียน ไก่ผัดเม็ดมะม่วง  ต้มยำปลาช่อน หมั่นโถว   และอีก  2-3 เมนู  แต่ระหว่างที่คิด 2-3 เมนูสุดท้าย ปรากฎว่าเค้ายกอาหาร 3 จานแรกที่พิมสั่งไปมาเสริฟแล้วค่ะ  พอเห็นขนาดจาน เห็นปริมาณอาหารในจาน  ความคิดที่จะสั่งอีก 2-3 เมนู เลยต้องล้มเลิกไป เพราะแต่ละจานมันเยอะมากค่ะ >_< 

buriram6011

สำหรับรสชาติของอาหารที่นี่ ถ้าถามเฉพาะพิมนะ  พิมรู้สึกว่าอาหารเค้ารสชาติดีนะคะ  อย่างขาหมูก็จะค่อนข้างนุ่มเหมือนขาหมูแบบกรุงเทพฯ เลย แล้วน้ำขาหมูก็จะข้นๆ เหนียว ๆ หวานๆ หน่อย ไม่ใสเหมือนร้านลักขณา (พิมว่าเค้าเป็นขาหมูที่ดีกันไปคนละแบบนะคะ)  ส่วนอาหารอย่างอื่นก็รสชาติกลาง ๆ ค่ะ  ทานได้ทุกอย่าง    ยกเว้นแต่ไก่ผัดเม็ดมะม่วงนี่ผิดคาดมาก ตอนแรกคิดว่าจะเป็นผัดแบบแห้งๆ  แต่นี่อารมณ์เหมือนผัดน้ำพริกเผาที่น้ำเจิ่งๆ  หน่อย  แต่รสชาติก็ดีอยู่ค่ะ  ^_^  และจบจากของคาว ก็ต่อด้วยของหวานคือรวมมิตรน้ำกะทิ  ตอนแรกก่อนจะสั่งแอบคิดกันว่าคงจะเป็นแบบรวมมิตรในกรุงเทพฯ ที่มีเส้นลอดช่องสิงคโปร์สีขาว สีชมพู สีเขียว มีทับทิมกรอบ มีขนุนหวานๆ    แต่พอมาเสริฟ ก็ถึงกับยิ้มกันเลยค่ะ คือรวมมิตรของที่นี่เค้าคือรวมเครื่องน้ำแข็งใสที่มีอยู่ในร้านทุกอย่าง ณ เวลานั้น   เท่าที่พิมลองดูก็จะมีเฉาก๊วย มันเทศเชื่อม ลอดช่องสิงคโปร์ มีลูกชิด  ใส่น้ำเชื่อม แล้วก็ราดกะทิสดประมาณ  ...  ก็อร่อยไปอีกแบบนะคะ ^_^   ฮี่ๆ    เบ็ดเสร็จมื้อนี้ถ้าจำไม่ผิดอยู่ที่  600 กว่าบาทค่ะ 

buriram6012

 อิ่มท้องกันจากมื้อเช้าที่โรงแรมและมื้อสายที่ร้านจิ้งนำกันไปแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางไปที่อื่นต่อล่ะค่ะ  จุดหมายถัดไปของเราก็คือชุมชนบ้านหนองตาไก้ อ.นางรอง ซึ่งเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวชมผ้าไหมแห่งนึ่งที่มีชื่อเสียงมากของจังหวัดบุรีรัมย์เลยนะคะ 

buriram6014

พูดถึงชุมชนหนองตาไก้แล้วเนี่ย อยากบอกเลยค่ะว่าตอนแรกที่พิมติดต่อไปหาตัวแทนของชุมชนเมื่อก่อนจะเดินทางสัก 3 สัปดาห์ ว่าอยากจะขอเข้ามาเยี่ยมชมชุมชน อยากขอดูขั้นตอนตั้งแต่การเลี้ยงไหม ไปจนกระทั่งได้ผ้าไหมออกมาเป็นผืนว่าเค้าทำกันยังไง   แต่ต้องฝันสลายเพราะตัวแทนชุมชนบอกว่า ตอนนี้ไม่ใช่ฤดูของการเลี้ยงไหมอ่ะค่ะ  ชาวบ้านเค้าจะเลี้ยงไหมกันในช่วงหน้าร้อนซะเป็นส่วนใหญ่  - -"  ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน ชาวบ้านจะออกไปทำนากัน  แล้วพอกลับมาถึงบ้าน หรือวันไหนที่หยุดอยูก็จะนำเส้นไหมที่ปั่นเอาไว้ตั้งแต่ตอนหน้าแล้งมาทอเป็นผ้า  เพราะงั้นถ้าจะมาดูก็คงจะได้ดูแต่การทอผ้านะคะ   ซึ่งตอนนั้นบอกตรงๆ ว่าก็มึนๆ งง ๆ คือโทรไปถามแทบทุกหมู่บ้านก็จะตอบอย่างนี้กันแทบทั้งนั้น ว่าหน้านี้ไม่ใช่หน้าเลี้ยงไหม  เพราะงั้นพิมก็เลยว่า เอ๊าาา เอาก็เอา  มีอย่างไหนก็ดูอย่างนั้นแหละค่ะ  ถ้าเค้าไม่มีเราจะไปดูได้ยังไง  เอาที่ชาวบ้านเค้าสะดวก เราไปแล้วไม่ทำความลำบากความยุ่งยากให้เค้านั่นน่าจะดีกว่า ก็เลยตอบพี่ตัวแทนชุมชนเค้าไปว่า  ตามนั้นค่ะพี่ มีอย่างไหน หนูก็ขอดูอย่างนั้นนะคะ  ^_^ 

buriram6015

"หนองตาไก้" เป็นหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในตำบลหนองกง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ค่ะ  เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่มีความรุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีต   พอมาถึงปัจจุบันเลยถูกพัฒนาให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวไหมของบุรีรัมย์นะคะ  ซึ่งที่นี่เนี่ยนอกจากจะมีการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม ฟอก ย้อม มัดหมี่ ทอผ้าไหมแล้ว ก็ยังมีโฮมสเตย์กว่า 20 หลังอีกด้วยค่ะ   แต่ว่าวันนี้เนี่ยพวกพี่ ๆ เค้าไม่ค่อยสะดวกให้เราไปชมโฮมสเตย์เพราะว่าเค้าออกไปทำนากันซะเป็นส่วนใหญ่  พวกเราก็เลยตั้งใจว่าจะขอพี่เข้าชมขั้นตอนในการทอผ้าไหมเพียงอย่างเดียวค่าาา

buriram6016

แต่ขอบอกว่า เป็นอะไรที่เราโชคดีมากๆ เลยค่ะ เพราะพอเราไปถึงที่หนองตาไก้ พี่ที่เป็นตัวแทนพาเราชมก็บอกกับเราว่า บ้านหลังที่จะพาเราไปชมการทอผ้าไหม  เค้ามีตัวไหมที่กำลังเลี้ยงอยู่ด้วย   แต่เพิ่งกำลังเริ่มเลี้ยงนะคะ เราก็เลยบอกว่าไม่เป็นไรค่ะพี่ เริ่มเลี้ยงก็ได้อ่ะ  ถ้าเจ้าของบ้านเค้าสะดวกให้ดูก็อยากจะรบกวนขอดูสักหน่อยนะคะ 

buriram6017

และเมื่อไปถึงบ้านพี่เจ้าของบ้านทอผ้าไหม   พี่เค้าก็ชี้ให้เราดูค่ะว่า ปกติแล้วตรงโซนนี้ที่มีชั้นมีกระด้งเยอะๆ  นี่แหละค่ะคือที่เลี้ยงไหม  ซึ่งถ้ากระด้งไหนกำลังเลี้ยงไหมอยู่ก็จะมีผ้าห่อ ๆ เอาไว้นะคะ เพื่อกันไม่ได้ตัวหนอนไหมกระดึ๊บๆ  ออกมา และเพื่อให้หนอนไหมอยู่ในความมึด จะได้กินๆๆๆ ตลอดเวลาอ่ะค่ะ

buriram6020

 แล้วพี่เจ้าของบ้านเค้าก็หยิบเอากระด้งนึงออกมาเปิดให้ดู บอกว่านี่เป็นหนอนไหมที่เพิ่งเริ่มเลี้ยงได้ประมาณ 6 วัน  และจะต้องเลี้ยงไปจนถึงประมาณ 50 กว่าวันถึงจะได้รังไหม เพื่อนำมาใช้ในขั้นตอนต่อไปได้อ่ะค่ะ 

buriram6022

 (หนอนตัวกระดุ๊กกระดิ๊กน่ารักมากๆ ฮี่ๆ)

buriram6021

โดยพืชหลักที่นำมาเลี้ยงหนอนไหม ก็คือ ต้นหม่อนนะคะ  แต่ไม่ใช่ว่าใบหม่อนทุกใบจะนำมาเป็นอาหารของหนอนไหมได้ทั้งหมด  เราจะต้องเลือกความแก่อ่อนของใบหม่อนให้เหมาะสมตามช่วงอายุของหนอนไหมด้วยอ่ะค่า แถมยังต้องคอยดูแลเรื่องความสะอาด เรื่องของอุณหภูมิในการเลี้ยง  คือดูๆ ไปแล้วเหมือนว่าง่าย ก็แค่เลี้ยงหนอน  แต่จริงๆ ยุ่งยากอยู่เหมือนกันนะคะ >_<

buriram6040

และหลังจากที่เราเลี้ยงไหมไปได้สักพัก เมื่อหนอนไหมเข้าสู่วัยหนอนแก่ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าหนอนสุก ก็จะชักใยทำรังหุ้มตัวเอง  แล้วก็ลอกคราบเป็นดักแก้  จากนั้นประมาณ 8-10 วันก็จะกลายร่างเป็นผีเสื่อและเจาะรังไหมออกมาเพื่อผสมพันธุ์และวางไข่ต่อไป  แล้วเมื่อถึงตรงนี้เราก็จะได้รังไหมมา แล้วก็จะนำไปสาวเป็นเส้นไหมกันต่อไปอ่ะค่ะ   โดยถ้าเป็นหนอนไหมพันธุ์ไทยแท้ก็จะได้เส้นไหมออกมาเป็นสีเหลือง  แต่ถ้าเป็นพันธุ์ไทยลูกผสมก็จะได้เส้นไหมออกแนวสีขาวโปร่งแสงนะคะ    (ในภาพด้านล่างคือไหมด้านใน จะเป็นเส้นละเอียด แต่ถ้าเป็นไหมด้านนอกหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าไหมเปลือกนอก เส้นจะหยาบ จะเอาไปใช้งานต่างกันค่ะ) 

00

buriram6030

จากนั้นก่อนจะนำไปทอเป็นผ้า ก็จะมีการย้อมสีเพื่อให้ได้สีตามต้องการนะคะ  โดยพี่เจ้าของบ้านบอกว่าช่วงนี้สีที่นิยมๆ กันมาก ถ้าเป็นคนไทยคือสีเทาควันบุหรี่  แต่ถ้าเป็นลูกค้าต่างชาติ คือสีแดง น้ำเงิน ม่วง ประมาณนี้อ่ะค่ะ 

buriram6024

 และเมื่อได้เส้นไหมที่ย้อมสีเสร็จแล้ว ทำอะไรต่อมิอะไรเสร็จแล้ว  พี่เค้าก็จะนำมาทอให้เป็นผืนผ้าอย่างที่ต้องการ 

buriram6026

อย่างในภาพพี่เค้าก็จะทอเป็นผ้าพันคอนะคะ  โดยถ้าเป็นผ้าพันคอเนี่ย พี่เค้าก็จะทอกันแบบผืนยาวๆ เลยค่ะ  แล้วค่อยเอามาตัดให้ได้ความยาวตามต้องการ    แต่ถ้าเป็นพวกผ้าซิ่น ผ้าผืน พี่เค้าก็จะทอกันทีละผืน ไม่ทอยาวๆ นะคะ 

buriram6027

buriram6028

 ซึ่งเมื่อทอไปได้สักระยะ ส่วนที่ทอเสร็จแล้วก็จะออกมาหน้าตาอย่างในภาพด้านล่างนี้อ่ะค่ะ   ขอบอกว่าเห็นเนื้อผ้าหยาบ ๆ อย่างนี้ แต่พอได้ลองสัมผัสแล้ว มันนุ่มมากเลยค่า ^_^ 

buriram6031

buriram6035

ดูการสาวไหม ทอผ้าไหมกันไปได้สักพักใหญ่ พี่ที่เป็นตัวแทนนำชมบ้านหนองตาไก้ ก็พาเราไปที่บ้านค่ะ ซึ่งที่บ้านหลังนี้เนี่ยจะเป็นบ้านที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ผ้าไหมจากคนในหมู่บ้านมาเตรียมไว้เพื่อให้พร้อมขายนะคะ 

buriram6018

โดยส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผ้าไหมของที่นี่ก็จะมีผ้าซิ่น ผ้าพันคอ  ผ้าคลุมไหล่ซะเป็นส่วนใหญ่ค่ะ  ไม่ได้มีการแปรรูปเอาไปทำผลิตภัณฑ์อย่างอื่นเหมือนอย่างชุมชนอื่น  ซึ่งพิมว่าก็ดีไปอีกแบบนะคะ    คงเสน่ห์แบบสมัยเก่า ๆ ดีอ่ะค่ะ 

buriram6038

buriram6033

 ราคาของผ้าทุกชิ้น ขึ้นกับว่าใช้ไหมอะไร  ทำเป็นผลิตภัณฑ์อะไร  และก็มีลวดลายแบบไหน  อย่างผ้าซิ่นตีแดงในภาพด้ายซ้ายและผ้าซิ่นในภาพด้านขวาจะราคาสูงนิดนึงค่ะ  ราคาผืนละประมาณ 2500 - 3000  บาท

buriram6034

 ถ้าเป็นพวกผ้าคลุมไหล่ ก็จะอยู่ราว ๆ ผืนละ 1500 - 1600  บาทนะคะ 

buriram6037

ส่วนผ้าพันคอจะถูกลงมาหน่อย  ราคาผืนละประมาณ 500 บาท  ซึ่งทั้งหมดฟังแต่ราคาเหมือนว่าจะแพงนะคะ  เพราะเมื่อก่อนพิมก็เคยคิดแบบนี้ - -"  แต่พอมาได้ดูวิธีการทำจริง ๆ กว่าจะได้มาซึ่งผ้าไหมแต่ละผืน มันทั้งใช้เวลานาน และใช้ภูมิปัญญาจริง ๆ เพราะงั้นเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับแล้ว ขอบอกว่าไม่แพงเลยค่ะ    ขนาดพิมเป็นคนงกๆ  ไม่ค่อยใช้จ่ายอะไรกับเรื่องพวกนี้   ยังซื้อมาตั้ง 3 ผืนเลยนะคะ  ^_^  

buriram6039

จากหมู่บ้านหนองตาไก้ จุดหมายถัดไปของเราก็คือ ร้านขาหมูเพิ่มพูนที่อยู่่ในอำเภอลำปลายมาศจังหวัดบุรีรัมย์นะคะ   ซึ่งเราได้ยินมาว่าที่บุรีรัมย์เนี่ยนอกจากขาหมูร้านลักขณากับจิ้งนำที่ อ.นางรอง แล้ว ก็ยังมีขาหมูที่ร้านเพิ่มพูน อ. ลำปลายมาศ ที่ควรจะไปลองมาก  เพราะงั้นพวกเราก็เลยวางแผนกันไปว่าจะไปกินข้าวกลางวันที่ร้านเพิ่มพูนกันค่ะ

buriram6041

buriram6049

buriram6042

ตอนแรกเราก็กะเอาไว้ว่าจะไปถึงร้าขาหมูเพิ่มพูนประมาณเที่ยงครึ่งกว่าๆ  หรือเลทยังไงไงก็ไม่เกินบ่ายโมงนะคะ (ร้านเค้าปิดบ่ายโมง เลทสุดบ่ายโมงครึ่ง)  แต่ปรากฎว่าอยู่ดีๆ  ระหว่างทางฝนก็ตกลงมาหนักมากเลยค่ะ บางช่วงมองแทบไม่เห็ฯทาง ต้องค่อยๆ กระดึ๊บ ๆ ขับรถแบบคลาน ๆ กันไป  จนในที่สุดก็มาถึงสถานีรถไฟลำปลายมาศเอาตอนประมาณบ่าย 2 โมงนะคะ   (ร้านขาหมูเพิ่มพูน อยู่ใกล้ๆ สถานีรถไฟ) 

buriram6043

ตอนนั้นเนี่ยแอบภาวนาขอให้วันนี้ร้านปิดเลทสักวันเถอะ เพราะเราตั้งใจมาแล้ว และไม่อยากพลาด  แต่ปรากฎว่าปาฎิหาริย์ไม่มีจริงสำหรับทริปนี้ค่ะ  T__T  เพราะพอเราขับไปถึงหน้าร้านเพิ่มพูน  (ในขณะที่ฝนก็ยังตกตลอดเวลา แต่ว่าซาเม็ดลงบ้างแล้ว)  ก็ปรากฎว่าร้านปิดไปแล้วค่ะ วินาทีนั้นแบบว่าใจหวิว ๆ ปิ๋ว ๆ เลยนะคะ  แต่ก็ทำใจกล้าลงจากรถ เดินเข้าไปถามเค้าว่ายังพอมีอะไรเหลือบ้างไหม 

buriram6044

เจ้าของร้านเค้าก็บอกว่า ถ้าเป็นแบบนั่งกินนี่ไม่มีแล้ว เก็บร้านหมดแล้ว เหลือแต่ขาหมูแบบแพคเป็นถุงๆ ละ 1 ขา สำหรับคนที่อยากจะเอากลับไปทานที่บ้านหรือกลับไปฝากลูกฝากหลาน  ซึ่งพิมเห็นแบบนั้นก็อยากจะซื้อกลับไปสัก 2-3 ขานะคะ  เพราะเค้าว่ากันว่าอร่อยมาก แต่ว่าพิมไม่สะดวกเลยจริง ๆ เพราะขากลับต้องขึ้นเครื่องกลับ และน้ำหนักกระเป๋าที่จะโหลดได้มันก็เต็มหมดแล้วอ่ะค่ะ   ก็เลยได้แต่ถ่ายภาพมาฝากเพื่อนๆ  ว่าขาหมูถุงๆ ที่ร้านนี้เป็นยังไง  และบอกกับตัวเองว่าครั้งหน้าจะไม่ให้พลาดแบบนี้อีกแล้วนะคะ T__T 

buriram6045

buriram6046

จากร้านขาหมูเพิ่มพูน  ดูเวลาแล้วไปแวะที่อื่นคงไม่เหมาะแน่ๆ ค่ะ   เพราะเราจะต้องขับรถจากบุรีรัมย์ไปที่สนามบินขอนแก่น เพื่อคืนรถตอน  18.45 น. และขึ้นเครื่องตอน 20.00 น. ซึ่งเหลือเวลาอีกแค่เพียง  4 ชม. กว่าๆ เท่านั้นเอง  เพราะงั้นเราก็เลยคิดว่า งั้นตรงไปขอนแก่นกันเลยดีกว่า แล้วถ้าเจออะไรที่น่าสนใจระหว่างทางค่อยแวะนะคะ  

buriram6047

แต่ปรากฎว่าถนนเส้นที่เราจะต้องขับผ่านเพื่อไปยังขอนแก่น น้ำท่วมเป็นระยะๆ ค่ะ  - -"  แถมบางช่วงก็ฝนตกหนัก จนแทบมองไม่เห็นทางเหมือนตอนขับมาที่ อ.ลำปลายมาศ ก็เลยทำให้เราขับรถแบบทำเวลากันไม่ได้เลยนะคะ  ต้องค่อย ๆ ขับประคองๆ มาอย่างช้าๆ เพราะไม่งั้นถ้าขับเร็วอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ค่ะ 

buriram6048

แล้วสุดท้ายเราก็มาถึงจังหวัดขอนแก่นเอาตอนเวลา 5 โมงเย็นเกือบๆ ครึ่งนะคะ   ซึ่งตอนนั้นเนี่ยเราก็เพิ่งจะนึกกันได้ว่า เรายังไม่ได้กินข้าวกลางวันกันเลย ข้าวเย็นก็เหมือนกัน  แต่ครั้นจะขับเข้าไปในเมืองเพื่อกิน  แล้วขับออกมาที่สนามบินอีกครั้งก็เกรงจะไม่ทันเวลาอ่ะค่ะ 

buriram6051

เราเลยตัดสินใจแวะกันที่ร้านประไพร ซึ่งอยู่ด้านหน้าทางเข้าสนามบินขอนแก่น  เพื่อหาข้าวทานกันนะคะ 

buriram6052

buriram6053

 ซึ่งเมนูอาหารของที่ร้านประไพรนี่ก็มีมากจนเราสั่งแทบไม่ถูกเลยค่ะ มีหลากหลายประเภทตั้งแต่อาหารจานเดียว กับแกล้ม อาหารไทย จีน อิสาน 

buriram6054

buriram6056

แต่ด้วยเวลาแล้ว พวกเราก็เลยตัดสินใจสั่งอาหารที่พื้น ๆ ที่สุด    ก็คือ ราดหน้า ลาบ  ข้าวผัด  ไส้กรอกอิสานทอด และก็อ่อมหมูสำหรับเอาไว้มาซดน้ำนะคะ 

buriram6055

ซึ่งหลังจากที่ได้ชิมแล้ว อาหารที่นี่รสชาติก็โอเคนะคะ   แต่ว่าราคาก็จะสูงนิดนึง  อย่างราดหน้ากุ้งของพิม ทีมีกุ้งอยู่ประมาณ 3 ตัว ถ้าจำไม่ผิดจานละ 120 หรือ 130 บาทนี่แหละค่ะ  ดูเผินๆ เหมือนจะแพง แต่ถ้าด้วยทำเลที่ตั้งที่เราไม่ต้องเข้าไปหาอะไรกินถึงในเมือง  ก็โอเคอยู่นะคะ เพราะงั้นมื้อนี้ของพวกเราเลยอยู่ที่เกือบ ๆ 800 บาทค่ะ ^_^ 

buriram6057

และพอเราอิ่มจากร้านประไพร  เราก็รีบขับรถตรงดิ่งมาเข้าสนามบินเลยค่ะ  เพื่อคืนรถให้กับ Thai Rent A Car  และก็วิ่งดุ๊บ ๆ ไปที่เคาเตอร์ Nok Air  เพื่อที่จะเช็คอินและโหลดกระเป๋า  ซึ่งตอนขามาเนี่ยขอบอกว่ากระเป๋าพิมเบามากๆ  แต่ตอนขากลับโหลดเต็มน้ำหนักไม่เหลือสักกิโลเลยค่ะ ฮ่าๆ 

buriram6061

 แล้วหลังจากเช็คอินไม่นาน  ทางนกแอร์ก็ประกาศเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่อง 

buriram6058

buriram6059

และหลังจากใช้เวลาบินประมาณ 55 นาที  นกแอร์ก็พาพิม และเพื่อนๆ ร่วมทริปนี้ทุกคนกลับถึงสนามบินดอนเมืองได้อย่างปลอดภัย ....... งานนี้พิมก็ต้องขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  ที่ทำโปรเจกต์นี้ขึ้นมา  ขอบคุณนกแอร์ที่พาเราบินจากกรุงเทพฯ ไปถึงขอนแก่น และพาเรากลับจากขอนแก่นมายังกรุงเทพฯ   ขอบคุณ Thai Rent A Car ที่ให้เรายืมรถ Mitsubishi Pajero ไปใช้เที่ยวตั้ง 6 วัน  ขอบคุณรองเท้า Keen   ขอบคุณ Outdoor Innovation  ที่ช่วยสนับสนุนอุปกรณ์ในการเดินทาง  ขอบคุณชาวจังหวัดบุรีรัมย์ที่แม้เราจะไม่เคยได้เจอกันมาก่อน  แต่ก็มีรอยยิ้มให้พวกเราตลอดไม่ว่าจะเดินทางไปไหน    ขอบคุณเพื่อนๆ ร่วมทริปทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นคุณสามี น้องพัช คุณอ๋อง   ที่ช่วยกันวางแผน และร่วมกันเดินทาง ทำให้ทริปบุรีรัมย์ของพวกเราประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี  แม้จะมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเข้ามา และจะไม่ได้เจอบางสิ่งที่เราหวังไว้  ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าจดจำมากเลยค่ะ   และที่สำคัญขอขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่แวะเข้ามาอ่าน  ขอบคุณจริง ๆ นะคะ  แล้วเจอกับพิมใหม่ในการเดินทางครั้งหน้า สวัสดีค่ะ^_^ 

buriram6060


บุรีรัมย์ ตอนที่ 1 >> http://www.pim.in.th/outside/892-buriram-2015   
บุรีรัมย์ ตอนที่ 2 >> http://www.pim.in.th/outside/893-buriram2015-2 
บุรีรัมย์ ตอนที่ 3 >> http://www.pim.in.th/outside/897-buriram2015-3
บุรีรัมย์ ตอนที่ 4 >> http://www.pim.in.th/outside/898-buriram2015-4
บุรีรัมย์ ตอนที่ 5 >> http://www.pim.in.th/outside/900-buriram2015-5
บุรีรัมย์ ตอนที่ 6 >> http://www.pim.in.th/outside/908-buriram2015-6 <<  ตอนนี้เพื่อนๆ อ่านตอนสุดท้ายอยู่นะคะ ^_^ 

009 poster



เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

ครัวบ้านพิม on Facebook

Contents in English

สมาชิก